เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่ามหกรรมฟุตบอล ยูโร ในปีนี้ จะถูกเลื่อนการแข่งขันออกไป เป็นปี 2021 แทน เนื่องจากวิกฤติไวรัสโคโรนาระบาดไปทั่วทวีปยุโรปในปัจจุบัน ส่งผลให้การแข่งขันฟุตบอลรายการต่าง ๆ ต้องถูกเลื่อนออกไป 


แต่มันก็อาจจะมีข้อดีอยู่บ้าง โดยเฉพาะกับแฟนบอลทีมขวัญใจมหาชนอย่างทีมชาติอังกฤษ ที่มีเวลาให้เตรียมทีมมากขึ้นรวมถึงมีเวลาให้นักเตะตัวหลักหลาย ๆ รายทั้ง แฮร์รี เคน หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ในตอนนี้ สามารถพักรักษาตัวและกลับมาลงสนามแบบฟิตเต็มร้อยได้อีกครั้ง

หากจะพูดถึงทีมชาติอังกฤษในชั่วโมงนี้ หนึ่งตำแหน่งที่น่าสนใจว่าใครจะได้เป็นผู้ครอบครองนั่นก็คือ แบ็คขวา หรือ วิงแบ็คด้านขวา ที่ไม่ว่าจะกูรูท่านไหนก็ยังไม่สามารถเดาใจนายใหญ่ของทัพทรีไลออนอย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต ออก ว่าใครกันแน่จะได้สิทธิลงมายืนประจำการบริเวณรินเส้นฝั่งขวาในทีมชุดนี้ และแน่นอนมันอาจจะยังเร็วไปที่จะสรุป เพราะยังเหลือเวลาอีกร่วมปี ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นอาจจะเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นหรือมีดาวดวงใหม่ผุดขึ้นมาให้กุนซืออย่าง เซาธ์เกต ปวดหัวเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้ 


แต่หากมองถึงตัวเลือกที่มี ณ ปัจจุบัน รายชื่อแคนดิเดตที่น่าจับตามองก็มีอยู่หลายคนด้วยกันทั้งแข้งระดับซีเนียร์และดาวรุ่งหน้าใหม่ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งขาประจำอย่าง ไคล์ วอร์คเกอร์ และ คีแรน ทริปเปียร์ ที่เคยยึดตำแหน่งตัวจริงมาก่อน รวมถึง 2 ผู้ท้าชิงรุ่นใหม่ไฟแรงทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า รวมถึงดาวรุ่งอนาคตไกลอย่าง รีซ เจมส์ และ แม็กซ์ อารอน ที่มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมาสู่ทีมได้เช่นกัน

Kosovo v England - UEFA Euro 2020 Qualifier


ในช่วงฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ผ่านมา ตำแหน่งนี้เคยถูกประจำการโดย คีแรน ทริปเปียร์ มาก่อน ที่ได้รับความไว้วางใจให้ลงมายืนเป็นตัวหลักของทีม ซึ่งปัจจุบันแม้ผลงานกับต้นสังกัด แอตเลติโก มาดริด จะไม่ค่อยดีนักใน ลาลีกา แต่ในรายการ ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการเอาชนะ แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ได้อย่างสวยหรูทั้งเหย้าและเยือน โดยผลงานส่วนตัวของอดีตแบ็คขวา ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ก็ทำไปแล้ว 4 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 26 นัดในทุกรายการ ก็จัดว่าไม่เลวทีเดียว แต่คงต้องเร่งฟอร์มอีกหน่อยถ้าไม่อยากให้รุ่นน้องเบียดแซงแย่งตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ไป


ไคล์ วอร์คเกอร์ เป็นอีกหนึ่งรายที่เรียกได้ว่าเป็นเจ้าประจำทีมชาติอังกฤษ ด้วยประสบการณ์กว่า 48 เกมในนามทีมชาติอย่างน้อยก็การันตีได้ว่าเคยผ่านร้อนผ่านหนาวกับทัพสิงโตคำรามมาแทบจะทุกรูปแบบ แม้ปีนี้ผลงานกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะดรอปลงไปเล็กน้อย แต่เชื่อได้เลยว่า แกเร็ธ เซาต์เกต ยังคงเชื่อมั่นในตัวแข้งรายนี้ และที่สำคัญเจ้าตัวยังสามารถขยับไปยืนเป็นปราการหลังตัวกลางได้อีกด้วย ดังที่เคยเห็นกันในช่วงฟุตบอลโลกมาแล้ว

Kieran Trippier,Kyle Walker


ส่วนคนนี้จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยทีเดียว แคนดิเดตที่ว่ากันว่าจะเข้ามายึดอันดับหนึ่งในตำแหน่งแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษนับจากนี้ นั่นคือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็คจอมบุกที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์สโมสรโลกกับ หงส์แดง และเป็นว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 ที่ยังคงคาราคาซังอยู่กับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนี้ โดยจุดเด่นของ เทรนท์ คงไม่ต้องบรรยายกันมากมาย กับผลงาน 2 ประตูกับ 14 แอสซิสต์ให้กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ แต่ต้องมาดูกันว่าเจ้าตัวจะสามารถยืนระยะได้จนถึงปีหน้าหรือไม่ อีกทั้งจะสามารถเอาชนะใจของนายใหญ่ เซาธ์เกต ได้หรือเปล่า คงต้องติดตามดูกันต่อไป


อารอน วาน-บิสซาก้า เป็นอีกหนึ่งรายที่ถูกพูดถึงกันมาก ซึ่งผลงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ธรรมดาแม้จะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องเกมรุกเหมือนรายอื่น ๆ แต่ในด้านเกมรับเขาก็ไม่เป็นสองรองใครโดยเฉพาะเรื่องความเร็ว ความแข็งแกร่ง แถมยังมีทีเด็ดจากลูกสกัดไม้ตาย ที่จัดการแนวรุกที่ว่าแน่ซะจนอยู่หมัดมาแล้วนักต่อนัก ไม่น่าเชื่อที่จนถึงตอนนี้เจ้าตัวยังไม่เคยติดทีมชาติชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว แต่เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากยังสามารถรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้ ก็คงจะได้รับโอกาสจาก เซาต์เกต ให้ก้าวขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

FBL-EUR-2020-QUALIFIER-ENG-TRAINING


อีก 2 รายที่เหลือ เป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่ทำผลงานได้โดดเด่นในฤดูกาลนี้อย่าง รีซ เจมส์ และ แม็กซ์ อารอน ด้าน เจมส์ เขาได้รับโอกาสจาก แฟรงค์ แลมพาร์ด ในซีซั่นนี้ให้เป็นตัวหลักของ เชลซี ซึ่งหากใครได้ติดตามดูฟอร์มของหนุ่มน้อยรายนี้ ก็คงไม่น่าแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเพราะทั้งฝีเท้าและสไตล์การเล่นจัดว่านิ่งเกินตัว แถมยังทำไปแล้ว 2 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ให้กับ สิงห์บลู ในซีซั่นนี้ ส่วนทางฝั่งของ แม็กซ์ อารอน แบ็คดาวรุ่งจาก นอริช ซิตี้ ที่แม้จะดูเหมือนยากในการขึ้นมาท้าชิงตำแหน่ง แต่ช่วงเวลาอีก 1 ปีที่เหลือนี้ หากเจ้าตัวได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมใหญ่ในซีซั่นหน้า ก็ยังพอจะมีโอกาสได้แสดงฝีเท้าที่แท้จริงออกมาให้ได้ดูกันก็เป็นได้


ทั้งหมดนี้ก็แค่การคาดเดา เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นว่า ทั้งหมดทั้งปวงล้วนขึ้นอยู่กับบิ๊กบอส แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่จะฟันธงว่าใครจะไปและใครจะลงเท่านั้น แต่ก็อย่างที่กล่าวไปอีกนั่นแหละว่า ช่วงเวลาอีก 1 ปีกว่านับจากนี้ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ทั้งอาจจะมีผู้ท้าชิงคนใหม่สอดแทรกขึ้นมา หรือใครบางคนอาจขาหักจนต้องถอนตัวไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความหนักใจทั้งหลายเหล่านี้คือสิ่งที่ เซาธ์เกต ต้องแบกรับต่อไป จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ว่าใครคือคนที่ดีพอจะรับเกียรติให้มายืนประจำการริมเส้นฝั่งขวาในนามทัพสิงโตคำราม ช่วงกลางปี 2021 ที่จะถึงนี้


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด