การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019/20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
วันแข่งขันคืนวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2020
เวลาแข่งขัน03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขันเรอัล มาดริด 1-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สนามซานติเอโก้ เบอร์นาเบว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปกำชัยเหนือ เรอัล มาดริด 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ที่ ซานติเอโก้ เบอร์นาเบว ด้วยสกอร์ 2-1


Isco,Sergio Ramos

เกมออกสตาร์ทด้วยโอกาสครั้งแรกของ เรือใบสีฟ้า จาก กาเบรียล เชซุส ที่ได้หลุดไปจบสกอร์ในกรอบเขตโทษในระยะเผาขนแต่ยังติดเซฟของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ที่ป้องกันไว้ได้ ตามด้วยโอกาสของฝั่ง ราชันชุดขาว โดย คาริม เบนเซมา ที่โหม่งให้ เอแดร์ซอน ต้องออกแรงเซฟ และจังหวะตามซ้ำของ วินิซิอุส จูเนียร์ เกือบจะทำประตูขึ้นนำให้กับเจ้าถิ่นแลจบครึ่งแรกด้วยการไร้สกอร์ของทั้ง 2 ฝั่ง


อย่างไรก็ตาม ความพยายามของ โลส บลังโกส มาสำเร็จเอาในครึ่งเวลาหลังเมื่อความผิดพลาดของ นิโกลาส์ โอตาเมนดี และ โรดรี ทำให้ วินิซิอุส ผ่านบอลไปถึง อิสโก้ ก่อนที่มิดฟิลด์ทีมชาติ สเปน จะส่งบอลผ่านมือ เอแดร์ซอน ไปจนที่ก้นตาข่ายเป็นประตู 1-0


ช่วงเวลาที่เหลือ ซิตี้ พยายามเร่งเกมเพื่อทวงประตูคืนก่อนจะได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก เชซุส ที่ขึ้นโหม่งเอาชนะ เซร์คิโอ รามอส ผ่านมือ กูร์ตัวส์ ตามด้วยการแซงขึ้นนำ 2-1 ก่อนหมดเวลาเพียง 7 นาทีเมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ถูก ดานี การ์บาฆาล อัดล้มลงในกรอบเขตโทษ และ เควิน เดอ บรอยน์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

Daniele Orsato,Sergio Ramos

ให้หลังจากประตูดังกล่าวไม่กี่อึดใจ รามอส มาได้รับใบแดงตรงถูกไล่ออกจาสนามเมื่อเข้าอัด เชซุส ทำให้ทีมเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนและเจ้าตัวจะพลาดการลงสนามในเลกที่ 2 ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ก่อนที่จะจบเกมด้วยชัยชนะของ ซิตี้ 2-1


เรอัล มาดริด

ประเด็นหลังเกม

Josep Guardiola,Zinedine Zidane

กลายเป็นเกมที่ ซีเนดีน ซีดาน พยายามที่จะเอาชนะ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ตั้งแต่การจัดแท็คติกโดยนายใหญ่ชาว ฝรั่งเศส เลือกที่จะส่งเอา อิสโก้ ออกสตาร์ทแทนที่ โทนี โครส อย่างเซอร์ไพรส์ แต่กลายเป็นเกมที่มีโมเมนตัมตกเป็นของทีมเยือน


ลูกทีมของ ซีดาน ทำได้ไม่ดีนักในพื้นที่สุดท้าย พวกเขาขาดการประสานงานที่ดีในแดนหน้าและไม่สามารถสร้างโอกาสกดดัน เอแดร์ซอน ได้มากอย่างที่ควรจะเป็น แกนกลางอย่าง เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ กับ ลูก้า โมดริช ยังไม่ได้มีจังหวะทะยานเติมขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกนัก


แม้ โลส บลังโกส จะเป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำได้ก่อน แต่รูปเกมของพวกเขาไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย ขณะที่การขยับเปลี่ยนตัวครั้งแรกของ ซีดาน ไปเกิดขึ้นเอาในนาทีที่ 75 (แกเร็ธ เบล แทนที่ วินิซิอุส) ซึ่งดูจะสายไปเสียแล้ว


คะแนนนักเตะ เรอัล มาดริด

11 ผู้เล่นตัวจริง: กูร์ตัวส์ (6); การ์บาฆาล (5), วาราน (7), รามอส (5), เมนดี้ (7); บัลเบร์เด้ (6), คาเซมิโร (7*), โมดริช (6); วินิซิอุส (7), เบนเซมา (6), อิสโก้ (6)


ตัวสำรอง: เบล (6), บาสเกวซ (5), โยวิช (5)


คีย์แมน - คาเซมิโร

Casemiro,Ilkay Gundogan

แม้เกมรุกของ เรอัล มาดริด จะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก แต่มิดฟิลด์ผู้คัดท้ายที่แดนกลางอย่าง คาเซมิโร กลายเป็นแข้งที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นกำแพงสกรีนเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างต่อเนื่องจากเซนส์ในเกมรับของเจ้าตัว รวมถึงเป็นคนเซ็ตจังหวะเริ่มต้นเกมบุกของทีม


กองกลาง บราซิเลียน ยังทำหน้าที่วางบอลยาวเปลี่ยนแกนอย่างน่าพอใจแม้ว่าทีมจะเป็นฝ่ายปราชัยก็ตาม


แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ประเด็นหลังเกม

Kevin De Bruyne

ขณะที่ ซีดาน พยายามจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของ เรอัล มาดริด เพื่อกุมความได้เปรียบตั้งแต่บนหน้ากระดาน ฝั่งของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ก็ได้จัดทัพแบบที่เปลี่ยนจุดเด่นของทีมด้วยเช่นกัน ซึ่งผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ แมนฯ ซิตี้ ได้เปรียบในรูปเกม


แม้พวกเขาจะตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน แต่การจับเอา แบร์นาโด้ ซิลวา และ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นดับเบิลฟอลส์ไนน์ ได้ปั่นป่วนแดนกลางของเจ้าถิ่นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ ริยาด มาห์เรซ และ กาเบรียล เชซุส จะกลายเป็นทีเด็ดในพื้นที่สุดท้ายให้ทีมกุมความได้เปรียบได้ในที่สุด


คะแนนนักเตะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

11 ผู้เล่นตัวจริง: เอแดร์ซอน (8); วอล์คเกอร์ (8), โอตาเมนดี้ (5), ลาปอร์ต (7), เมนดี้ (6); โรดรี (6), เดอ บรอยน์ (8),กุนโดกัน (8); มาห์เรซ (8), เชซุส (8*), แบร์นาโด้ (6)

ตัวสำรอง: แฟร์นานดินโญ (7), สเตอร์ลิง (8)


คีย์แมน - กาเบรียล เชซุส

Fernandinho Roza,Gabriel Jesus

น่าเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อยที่กองหน้า บราซิเลียน ถูกจับไปประจำการที่ริมเส้นฝั่งซ้ายเพื่อช่วยประคอง แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ในเกมรับ แต่เมื่อเวลาในเกมผ่านไป เชซุส ยิ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งวินัยในเกมรับและความกระตือรือล้นในการทะยานไปยังพื้นที่อันตรายก่อนที่จะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดไป 1 ครั้ง


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด