ข้อมูลการแข่งขัน


การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019/20 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
วันแข่งขันคืนวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2020
เวลาแข่งขัน03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขันแอตฯ มาดริด พบ ลิเวอร์พูล
สนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน
ถ่ายทอดสดGoal.com Thailand
Youtube : DAZN Thailand
Facebook : DAZN (TH)


ความพร้อมของทั้ง 2 ทีม


แอตเลติโก้ มาดริด

ทีมของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน ฟอร์มในช่วงหลังไม่ค่อยดีนัก ชนะเพียงเกมเดียวจาก 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ แถมสถานการณ์ใน ลาลีกา ก็คงยังต้องลุ้นเหนื่อยสำหรับโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีหน้า โดยปัจจุบันรั้งอันดับที่ 4 ของตาราง แต่มีคะแนนห่างจากอันดับ 8 อยู่เพียง 3 คะแนนเท่านั้น 


ส่วนในรายการนี้ ทีมตราหมี เข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์ของ กลุ่ม ดี ซึ่งพวกเขาจับฉลากมาพบกับแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุด ๆ โดยคืนวันอังคารนี้พวกเขาจะได้เล่นในบ้านก่อนในนัดแรก คาดว่านายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ จะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามหลังจากพักตัวหลักบางรายในเกมที่เสมอ บาเลนเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


สภาพทีมก่อนลงสนาม ยังมีปัญหาตัวผู้เล่นหลักบาดเจ็บอยู่ทั้ง ชูเอา ฟิลิกซ์ คีแรน ทริปเปียร์ ที่จะลงสนามในเกมนี้ไม่ได้แน่นอนแล้ว ส่วนในรายของ เฮคตอร์ เฮอร์เรรา และ ดิเอโก้ คอสต้า นั้น ยังต้องรอดูความพร้อมก่อนเกมจะเริ่มอีกครั้ง


คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-4-2

ผู้รักษาประตูโอบลัค
กองหลังเวอร์ซัลจ์โก้, ซาวิช, ฟิลิเป้, โลดี
กองกลางคาร์ราสโก้, ยอเรนเต้, โทมัส, ซาอูล
กองหน้าคอร์เรอา, โมราต้า

ลิเวอร์พูล

จ่าฝูงในศึก พรีเมียร์ลีก ฟอร์มยังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบุกไปเอาชนะ นอริช ทีมบ๊วยของตารางมาได้อย่างหวุดหวิด 0-1 แต่นั่นก็เพียงที่จะทำให้ทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ เข้าใกล้แชมป์ลีกมากขึ้นไปทุกที ๆ


กลางสัปดาห์นี้ ทัพหงส์แดง มีคิวจะต้องบุกไปเยือน แอตเลติโก้ มาดริด ถึงถิ่น เอสตาดิโอ เมโทรโปลิตาโน ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก ซึ่งในรายการนี้ พวกเขาเข้ามาด้วยการเป็นแชมป์จาก กลุ่ม อี โดยมี นาโปลี ตามเข้ามาเป็นอันดับที่สอง เกมนี้คาดว่า คล็อปป์ จะกลับมาใช้นักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนามอย่าง ซาดิโอ มาเน และ ฟาบินโญ ที่ได้ลงสนามเพียง 30 นาทีในเกมลีกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา


สภาพความพร้อม ณ ปัจจุบัน จะยังไม่สามารถใช้งาน เนธาน ไคล์น และ เชอร์ดาน ชากิรี ที่ยังบาดเจ็บอยู่ได้ เพียงสองรายเท่านั้น ส่วนผู้เล่นหลักรายอื่น ๆ ฟิตพร้อมลงสนามในเกมนี้ทั้งหมด


คาดการณ์ 11 ตัวจริง : 4-3-3

ผู้รักษาประตูอลิสซอน
กองหลังอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน
กองกลางเฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, ไวนัลดุม
กองหน้าซาลาห์, ฟิร์มิโน, มาเน

​​


ผลงาน 5 นัดหลังสุด


แอตฯ มาดริด (ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2)

15 ก.พ. LL บาเลนเซีย 2-2 แอตฯ มาดริด
9 ก.พ. LL แอตฯ มาดริด 1-0 กรานาด้า
1 ก.พ. LL เรอัล มาดริด 1-0 แอตฯ มาดริด
26 ม.ค. LL แอตฯ มาดริด 0-0 เลกาเนส
24 ม.ค. CDR ลีโอเนซา 2-1 แอตฯ มาดริด

ลิเวอร์พูล (ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 0)

16 ก.พ. PL นอริช 0-1 ลิเวอร์พูล
5 ก.พ. FA ลิเวอร์พูล 1-0 ชรูวส์บิวรี
1 ก.พ. PL ลิเวอร์พูล 4-0 เซาต์แธมป์ตัน
29 ม.ค. PL เวสต์แฮม 0-2 ลิเวอร์พูล
26 ม.ค. FA ชรูวส์บิวรี 2-2 ลิเวอร์พูล

เฮดทูเฮด (แอตฯ มาดริด ชนะ 3 เสมอ 1 ลิเวอร์พูล ชนะ 1)

03/08/17 FL ลิเวอร์พูล 1-2 แอตฯ มาดริด
30/04/10 UEL ลิเวอร์พูล 2-1 แอตฯ มาดริด
23/04/10 UEL แอตฯ มาดริด 1-0 ลิเวอร์พูล
08/08/09 FL ลิเวอร์พูล 1-2 แอตฯ มาดริด
05/11/08 UCL ลิเวอร์พูล 1-1 แอตฯ มาดริด

*PL = พรีเมียร์ลีก / FA = เอฟเอ คัพ / LL = ลาลีกา / CDR = โคปา เดล เรย์ / UCL = ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก / UEL = ยูฟ่า ยูโรปาลีก / FL = กระชับมิตร


สถิติจาก OPTA ที่น่าสนใจ


  • สถิติการพบกันทั้งหมด 4 ครั้งของทั้งสองทีมในฟุตบอลยุโรปค่อนข้างสูสี โดยจบด้วยการชนะทีมละ 1 และเสมอกันไป 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม แอตเลติโก้ มาดริด เคยเอาชนะ ลิเวอร์พูล เข้ารอบในศึก ยูโรปาลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อปี 2009/10 และจบด้วยการเป็นแชมป์ในปีนั้น

  • ทั้งคู่เคยพบกันใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ในปี 2008/09 รอบแบ่งกลุ่ม และจบด้วยผลเสมอ 1-1 ทั้งสองเกม

  • ลิเวอร์พูล ไม่ชนะในถ้วยยุโรปเมื่อบุกไปเยือนทีมจาก สเปน มาแล้ว 5 นัดติดต่อกัน (ชนะ 0 เสมอ 1 แพ้ 4) ชัยชนะในแดนกระทิงดุครั้งล่าสุดต้องย้อนไปในปี 2008/09 ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่บุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด มาได้ 0-1

  • หงส์แดง มีสถิติที่ดีในการพบกับทีมจาก สเปน ในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา (2006/07 เสมอ บาร์เซโลนา 2-2 เข้ารอบด้วยกฏประตูทีมเยือน / 2008/09 เอาชนะ เรอัล มาดริด รวม 5-0 / 2018/19 ชนะ บาร์เซโลนา รวม 4-3)

  • เกมเดียวที่ พลพรรคเร้ดแมทชีน เคยมาเล่นที่ ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน คือเกมรอบชิงชนะเลิศ กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เมื่อปีที่แล้ว และจบด้วยชัยชนะ 2-0

  • นับจากปี 2013/14 ทีมตราหมี ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ รายการนี้ได้ถึง 6 จากทั้งหมด 7 ฤดูกาล ซึ่งก่อนหน้านี้ปี 1992/93 จนถึง 2012/13 พวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นในรอบ 20 ปี

  • ลิเวอร์พูล เอาชนะเกมเยือนในถ้วยใบนี้มาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทำได้นับตั้งแต่ปี 1984

  • แอตเลติโก้ มาดริด ไม่เคยแพ้ในบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียวใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อกเอาท์ นับตั้งแต่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน เข้ามาคุมทีม (12 เกม ชนะ 8 เสมอ 4 แพ้ 0 เสียไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น)

  • เกมนี้จะเป็นนัดที่ 50 ของ อัลบาโร โมราต้า ในถ้วยใบนี้ โดยเจ้าตัวทำไปแล้วทั้งสิ้น 14 ประตู ซึ่ง 7 จาก 14 ลูกนั้น เป็นการยิงในรอบน็อคเอาท์

  • นับตั้งแต่ปี 2017/18 ซาดิโอ มาเน ยิงใน แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์ ไปทั้งสิ้น 10 ประตู จากทั้งหมด 14 เกมที่ลงสนาม มีเพียง คริสเตียโน โรนัลโด้ เพียงรายเดียวเท่านั้น ที่ยิงได้มากกว่าในช่วงเวลาดังกล่าว (11 ประตู)

  • นับตั้งแต่ปี 2017/18 โม ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน เป็นนักเตะที่ลงเล่นในรายการนี้มากกว่าทุกคนในทีม (31 จากทั้งหมด 32 เกม) โดยมีเพียงนัดเดียวที่ทั้งคู่พลาดการลงสนามไปคือเกมที่เปิดบ้านชนะ บาร์เซโลนา 4-0 เมื่อซีซั่นก่อน 

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด