FBL-ENG-PR-LEICESTER-CHELSEA

เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เชลซี : ชำแหละ 4 ประเด็นร้อนหลังผลเสมอในศึก พรีเมียร์ลีก ที่ คิงพาวเวอร์



การแข่งขัน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019/20

วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020

เวลาแข่งขัน 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ผลการแข่งขัน เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 เชลซี

สนามคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม



4. สัญชาตญาณหน้าปากประตูของ อับราฮัม


หัวหอกวัย 22 ปีขวัญใจ แฟรงค์ แลมพาร์ด หายจากอาการบาดเจ็บและสามารถออกสตาร์ทเป็นหนึ่งใน 11 ผู้เล่นตัวจริงให้กับทีมของ ซูเปอร์แฟรงค์ ได้ในเกมนี้แต่เจ้าตัวกลับไม่สามารถตอบแทนความไว้วางใจของนายใหญ่ตำนาน สิงห์บลู ได้


อับราฮัม ได้โอกาสทองในระยะเผาขนตั้งแต่ต้นเกมอย่างน้อย 2 ครั้งเหน่งๆ แต่ดาวยิงชาว อังกฤษ กลับไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จก่อนที่เจ้าตัวแทบจะถูกตัดออกจากเกมในครึ่งเวลาหลัง


ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือ แลมพ์ กลับตัดสินใจส่งเอา วิลเลียน ลงไปประจำการในบทบาทกองหน้าตัวเป้าทั้งที่มี มิชี บาทชัวยี อยู่ในทีม (โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง)


ไม่ปฎิเสธว่าการให้โอกาสลูกหม้อของทีมเป็นการจัดการทีมที่ดูมีอนาคต แต่การที่ อับราฮัม ไม่ได้มีคู่แข่งในการแย่งตำแหน่งตัวจริงอย่างสมน้ำสมเนื้อในวันที่เขาเล่นไม่ได้อย่างที่คาดหวังอาจกลับกลายเป็นผลเสียต่อทั้งตัวนักเตะเองและโมเมนตัมของทีมได้

3. บาร์นส ฉายแสงอีกครั้ง


ลูกหม้อชาว อังกฤษ จากสถาบันลูกหนังของ จิ้งจอกสีน้ำเงิน โดดเด่นในพื้นที่สุดท้ายจากเซนส์ในการยืนตำแหน่งหาพื้นที่ว่างคอยสนับสนุน เจมี วาร์ดี้ รวมทั้งการสร้างโอกาสให้กับตัวเองจนกลายเป็นแข้งที่มีโอกาสสับไกมากที่สุดในเกมนี้ที่ 4 ครั้งและแปรเปลี่ยน 1 ใน 4 ครั้งดังกล่าวเป็นประตู


น่าเสียดายสุดๆ ที่เจ้าตัวไม่สามารถพังประตูชัยให้กับ เดอะฟ็อกซ์ ในช็อตหลุดเดี่ยวในช่วงท้ายเกมได้เมื่อดันยิงหลุดออกนอกกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ

2. รือดิเกอร์ กลายเป็นพระเอก สิงห์บลู


อันโตนิโอ รือดิเกอร์ จบเกมด้วยการมีชื่อทำ 2 ประตูจากการเติมขึ้นไปเล่นลูกเซ็ตพีซ เจ้าตัวยังรับบทบาทเป็นลูกพี่ในไลน์แนวรับด้วยการทำหน้าที่ป้องกันได้อย่างดุดันและแข็งแกร่งต่อเนื่องตลอดทั้งเกม ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับ อันเดรียส คริสเตนเซน เซ็นเตอร์แบ็คคู่หูในเกมนี้ที่ดูจะมีช็อตถูกกดดันจนแสดงความผิดพลาดอยู่บ้าง

1. ตำแหน่งท็อปโฟร์ยังคงเบียดแย่งกันดุเดือด


หลังจบศึกที่ คิงพาวเวอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ของ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส รั้งอันดับที่ 3 ด้วยการมี 49 คะแนน,​ เชลซี ในอันดับ 4 ที่ 41 แต้ม ทิ้งทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, วูล์ฟส และ เชฟฟิลด์ อย่างน้อย 4 คะแนน


ในขณะที่ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก แทบจะไม่ต้องลุ้นกันแล้ว ลีกสูงสุดแดนผู้ดีฤดูกาลนี้ยังคงมีการแข่งขันเบียดแย่งพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กันอย่างดุเดือดถึง 5 ทีมในเวลานี้ อยู่ที่ว่าใครจะสามารถรักษาโมเมนตัมจนจบฤดูกาลได้ดีกว่ากัน

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด