FBL-ENG-PR-MAN CITY-MAN UTD

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Agg : 3-2) : เก็บตก 4 ประเด็นร้อนหลังศึก คาราบาว คัพ



การแข่งขันฟุตบอล คาราบาวคัพ 2019/20 รอบ 4 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

วันพุธที่ 29 มกราคม 2020 

เวลาแข่งขัน 02.45 น. ตามเวลาประเทศไทย

ผลการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
(แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 3-2)

สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม



4. เป๊บ ลองของ


อาจจะด้วยความที่มั่นใจในสกอร์ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ในเลกแรกจึงทำให้ เป๊บ กวาร์ดิโลา กล้าๆ ที่จะทดสอบรูปแบบการเล่นของลูกทีม เรือใบสีฟ้า กับระบบ 3-4-2-1


ชูเอา คันเซโล ถูกโยกไปประจำการที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย, โรดรี คัดท้ายในแดนกลางพร้อมกับลงมาช่วย นิโกลาส์ โอตาเมนดี้ ยามเซ็ตบอลจากหน้าปากประตูตนเองโดยมี อิลคาย กุนโดกัน เป็นลูกหาบในเกมรับและ ริยาด มาห์เรซ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง รับบทบาทที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวิงแบ็คเพลย์เมคเกอร์วิ่งขึ้นลงคอยเปิดเกมรุกที่ริมเส้น


พวกเขาออกสตาร์ทชนิดที่เรียกว่ากด ปีศาจแดง เสียแทบโงหัวไม่ขึ้นโดยเฉพาะในครึ่งแรก ธรรมชาติของ คันเซโล กับ วอล์คเกอร์ ยิ่งทำให้พวกเขาได้เปรียบยามครอบครองบอลเมื่อเปิดเกมรุกเข้าใส่ ทั้งสองคนมั่นใจกับการเติมสูงมีส่วนร่วมกับการเซ็ตบอลแดนกลาง


การยืนตำแหน่งของ แบร์นาโด้ ซิลวา และ เควิน เดอ บรอยน์ ในพื้นที่ฮาล์ฟสเปซยิ่งทำให้ ซิตี้ โอเวอร์โหลดมีผู้เล่นเยอะกว่าทีมเยือนบริเวณริมเส้นจนสามารถสร้างโอกาสเกือบจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้งก่อนที่จะถูกลูกผีจับยัดของ เนมานยา มาติช กลายเป็นหมัดน็อค

3. แรงกระตุ้นที่ดูจะถดถอยของ ซิตีเซนส์


ฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ แทบเรียกได้ว่าไร้เทียมทานภายใต้การคุมทีมของ กวาร์ดิโอลา โดยเฉพาะในเกมที่แข่งขันภายในประเทศ พวกเขาดาหน้าตะลุยใส่คู่แข่งอย่างไร้ซึ่งความปรานีต่อเนื่องทั้งซีซันจนกรุยทางไปสู่การกวาดแชมป์ทุกรายการใน อังกฤษ


ทว่าเกมนี้ได้กลายเป็นเช่นเดียวกับหลายๆ แมตช์ก่อนหน้าในซีซันนี้ที่พวกเขาไม่สามารถรักษาความดุดันได้ต่อเนื่องตลอดรอดฝั่ง ความดุดันในการเล่นโดยเฉพาะครึ่งหลังของ ซิตี้ ดูถดถอยอย่างเห็นได้ชัดถึงขนาดที่ เป๊บ ต้องกระตุ้นกองเชียร์เร่งเร้าให้พวกเขาส่งเสียงเชียร์นักเตะในสนาม


น่าแปลกใจอยู่บ้างเมื่อทั้งๆ ที่นักเตะในทีมชุดนี้ของ เป๊บ ยังคงเป็นผู้เล่นชุดเดิมจากเมื่อปีก่อน แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สามารถรักษาทัศนคติของความเป็นผู้ชนะเอาไว้ได้

2. ไม่มีอะไรใหม่จาก โอเล


ในขณะที่ เป๊บ ทดลองรูปแบบการเล่นแปลกใหม่ ฝั่ง โอเล กุนนาร์ โซลชา ไม่ได้แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นนักหลังพวกเขาเพิ่งถล่มเอาชนะ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ในศึก เอฟเอ คัพ 6-0


ระบบการเล่น 3-4-1-2 ถูกงัดมาใช้รับมือกับแนวรุกที่รวดเร็วของเจ้าถิ่นหวังฉวยโอกาสจากการโต้กลับเข้าทำแบบไดเร็กต์อันเป็นจุดเด่นของตนเอง แต่บอลของ ปีศาจแดง กลับไปไม่ถึงไหนเมื่อแดนหน้าไม่สามารถพลิกบอลหนีการไล่ตัดเกมของ ซิตี้ ได้เลย พวกเขามีโอกาสยิงเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้นในครึ่งแรกซึ่งกลายเป็นประตูโทนของเกมนี้ (ซิตี้ 9 ครั้ง)


แม้ว่าครึ่งหลังลูกทีมของ โอเล พยายามที่จะเร่งจังหวะเปิดเกมรุก แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาต่อบอลอย่างสะเปะสะเปะ ตัวสำรองอย่าง แดเนียล เจมส์,​ อันเดรียส เปเรย์รา และ ฆวน มาต้า สุดปัญญาที่จะเปลี่ยนโมเมนตัมของเกม และมันกลายเป็นชัยชนะที่จืดชืดของพวกเขาไปถนัดตา

1. เด เคอา เข้าฝัก


ดาบิด เด เคอา คนเก่าที่ เร้ดเดวิลส์ เคยรู้จักได้กลับสู่ทีมอีกครั้งในเกมนี้ นายด่านชาว สเปน งัดซูเปอร์เซฟระดับเหลือเชื่อครั้งแล้วครั้งเล่าปัดป้องโอกาสท่ีจะได้ประตูของ แมนฯ ซิตี้ เน้นๆ 3 ครั้งหลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานตลอดช่วงหลังมานี้และน่าจะกลายเป็นเกมเรียกความมั่นใจสำคัญของ เด เคอา ก่อนที่จะกลับไปลุยต่อในเกมแข่งขันที่เหลือตลอดทั้งฤดูกาลนี้