Hector Bellerin

เชลซี 2-2 อาร์เซนอล : เก็บตกทุกประเด็นร้อนศึก ลอนดอนดาร์บี้ ใน พรีเมียร์ลีก

 


การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019/20 นัดที่ 24

คืนวันอังคารที่ 21 มกราคม 2020

เวลาแข่งขัน 03.15 น. ตามเวลาประเทศไทย

ผลการแข่งขัน เชลซี 2-2 อาร์เซนอล

สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์



5. สิงห์บลู บุกเพลิน


หลังจาก ดาวิด ลุยซ์ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปในนาทีที่ 26 นั้น จะเห็นได้ว่า พลพรรคสิงโตน้ำเงินคราม เป็นฝ่ายได้ครองบอลบุกเข้าใส่ชนิดที่ว่าบางช่วงแทบจะพับสนามเอาไว้ข้างเดียวเลย ที่เห็นได้ชัดเจนคือในช่วงครึ่งหลัง ส่วนหนึ่งต้องชมแผนการของ อาร์เตต้า ที่แก้เกมมาในช่วงพักครึ่งให้ลูกทีมถอยลงไปตั้งรับ ให้ สิงห์บลู เปิดพื้นที่ด้านหลังแล้วค่อยหาจังหวะโต้กลับ ซึ่งนั่นคือที่มาของประตูตีเสมอ 1-1 บรรดานักเตะ เชลซี โถมกันขึ้นไปข้างหน้าหมด ทิ้ง เอ็นโกโล ก็องเต้ ไว้ในแดนเพียงคนเดียว แถมยังโชคร้ายที่เจ้าตัวดันไปลื่นจังหวะสะกัดเสียอีก ซึ่งนั่นเองคือประตูจุดประกายความหวังของ ทีมปืนใหญ่ ในค่ำคืนนี้อย่างแท้จริง
 

4. สิงโตน้ำเงินคราม ขาดความแน่นอนในการจบสกอร์


โอกาสยิง 2 เข้ากรอบ 2 เป็น 2 ประตู นี่คือตัวเลขสถิติของ พลพรรคปืนใหญ่ ในเกมวันนี้ ที่ต้องบอกเลยว่าคมกริบสุด ๆ แต่พอมาดูทางฟาก สิงห์บลู พวกเขาสร้างโอกาสได้มากถึง 19 ครั้ง ยิงเข้ากรอบไป 8 ครั้ง และเปลี่ยนเป็นประตูได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น แค่มองก็รู้แล้วว่าเป็นอัตราส่วนที่แตกต่างกันลิบลับในเรื่องของความเฉียบคมในเกมนี้ แต่แน่นอนต้องยกเครดิตให้กับ แบรนด์ เลโน นายทวารของทีมเยือน ที่ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับที่มีดีกรีเป็นถึงผู้รักษาประตูที่เซฟมากที่สุดอันดับต้น ๆ ในซีซั่นนี้ แต่มันจะไม่ใช่ปัญหาเลยถ้าหาก แนวรุก สิงห์ไฮโซ มีความเฉียบขาดกันมากพอในเกมที่ทุกอย่างดูจะเป็นใจให้พวกเขาขนาดนี้
 

3. บิ๊กเนม ต้องมาสักคนหนึ่งแล้ว !


ตั้งแต่ทีของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้รับการอุทธรณ์โทษอนุญาตให้ทำการลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้ตั้งแต่เดือนมกราคมนี้นั้น พวกเขายังไม่ได้แข้งรายใหม่มาเสริมทัพเลยแม้แต่คนเดียว จริงอยู่ที่ตอนนี้ทีมวัยรุ่นไฟแรงของป๋าแลมพ์ จะมีตัวผู้เล่นครบทุกตำแหน่งทุกอัตราอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมามันก็พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดเจนแล้วว่า แค่พลังหนุ่มอย่างเดียวมันไม่เพียงพอกับการแข่งขันที่ขับเขี้ยวกันสูงแบบนี้ ดังการการมีผู้เล่นประสบการณ์สูง หรือซูเปอร์สตาร์ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ลงมาพลิ๊กเกมได้ แก้ไขสถานการณ์ขับขันได้ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะใน พรีเมียร์ลีก ที่ทุกทีมพร้อมจะแพ้ชนะกันได้ทุกเมื่อแห่งนี้ 

2. ปืนใหญ่ กับปัญหาปราการหลังตัวกลาง


ชโคดราน มุสตาฟี กับ ดาวิด ลุยซ์ จับคู่กันประสานงานในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คในเกมนี้และเป็นเกมที่ทั้งคู่จับมือกันทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง


มุสตาฟี ยังคงออกลูกเหวอเช่นเคยจนมีส่วนกับการทำให้ ลุยซ์ ตัดสินใจเข้าอัด แทมมี อับราฮัม จากด้านหลังในกรอบเขตโทษทำให้เจ้าตัวถูกไล่ออก เสียลูกจุดโทษ และเสียประตูในช็อตดังกล่าว


นับเป็นอีกครั้งที่คู่แนวรับของ ไอ้ปืนใหญ่ ไม่สามารถไว้วางใจในเกมรับได้และดูเหมือนว่าการเสริมทัพในจุดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ มิเคล อาร์เตต้า ต้องพิจารณาเป็นอันแรกในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ก่อนที่โควต้าฟุตบอลยุโรปสำหรับพวกเขาจะหลุดลอย

1. มาร์ติเนลลี แบกปืน


ในวันที่ เดอะกันเนอร์ส ยังไร้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ที่ติดโทษแบน, นิโกลาส์ เปเป้ ไม่เด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย, อเล็กซองดร์ ลากาเซ็ตต์ ต้องถอยต่ำลงมาช่วยเกมรับ กลายเป็น กาเบรียล มาร์ติเนลลี เจ้าหนู บราซิเลียน วัยเพียง 18 ปีกลายเป็นนักเตะที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมของ อาร์เตต้า ในเกมนี้


มาร์ติเนลลี แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือล้นทั้งในเกมรับและเกมรุก ดาวเตะวัยกระเตาะมีความกระหายในการเล่นแตกต่างจากบรรดาแข้งรายอื่นของ ปืนใหญ่ อย่างชัดเจน

 

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด