ย้อนกลับไปในปี 1997 เด็กน้อยชาวอาร์เจนไตน์วัย 9 ขวบที่มีชื่อว่า​ เซร์คิโอ อเกวโร ถูกสโมสรดังในลีกบ้านเกิดอย่าง อินดิเพนเดียนเต้ รับตัวเข้าไปฝึกฝนวิชาลูกหนังในทีมอคาเดมี โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าอีกหลายปีต่อมา "กุน" จะเติบโตขึ้นเป็นตำนานของวงการฟุตบอลได้ ณ ปัจจุบัน


ตลอดช่วงระยะเวลาที่บ่มเพาะตัวเองอยู่กับทีมเยาวชนของ อินดิเพนเดียนเต้ พรสวรรค์ของ กุน ก็เริ่มเบ่งบานมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นหนึ่งในแข้งดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากสุดในตอนนั้น จนกระทั่งเปิดตัวกับทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในขณะที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปีกับอีก 35 วันเท่านั้นเอง (ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีที่ 69 ของเกม อินดิเพนเดียนเต้ vs ซาน ลอเรนโซ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2003)

แต่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมันไม่ได้สวยงามเสมอไป แม้แต่กับคนเก่ง ๆ อย่าง อเกวโร เองก็ตาม เพราะหลังจากแมตช์ดังกล่าวก็ไม่เคยได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่อีกนานถึง 7 เดือน ซึ่งก็เป็นฤดูกาลถัดไปแล้ว (2003-04)


อย่างไรก็ตาม เพชรก็ยังคงเป็นเพชรอยู่วันยังค่ำ เพราะฤดูกาล 2004-05 อเกวโร ก็ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นและยิงได้ถึง 5 นัดจาก 12 เกมลีกจนส่งผลให้แจ้งเกิดเต็มตัวไปโดยปริยาย ก่อนจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้แบบถาวรในซีซั่นต่อไป (2005-06)


และในช่วงนั้นเอง อเกวโร ที่มีอายุ 17 ปีก็เริ่มถูกพูดถึงในวงกว้าง สื่อเจ้าใหญ่ ๆ จากทั่วโลกโดยเฉพาะในทวีปยุโรปให้ความสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก เพราะสมัยนั้น "กุน" คือกองหน้าตัวสนับสนุน (Second striker) ที่มีลีลาการเข้าทำสวยงามราวกับศิลปินกำลังสร้างสรรค์ผลงานอยู่บนผืนหญ้าเลยทีเดียว

4 ฤดูกาลกับ อินดิเพนเดียนนเต้ อดีตลูกเขยของ ดิเอโก้ มาราโดนา ได้รับโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 56 นัดจากทุกรายการและยิงได้เยอะถึง 23 ประตู และด้วยผลงานอันโดดเด่นในปี 2005-06 ที่กดไป 18 เม็ดก็ทำให้เขาโดนสโมสรยักษ์ใหญ่จากทั่วยุโรปรุมจีบอย่างหนัก โดยมี แอตเลติโก มาดริด เป็นผู้ได้ลายเซ็นไปครอบครอง


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2006 ค่าตัว 20 ล้านยูโรที่ "ตราหมี" ยอมจ่ายเพื่อซื้อ "กุน" ถือว่าค่อนข้างแพงซึ่งหากมองแง่การลุงทุนแล้วน่าจะคุ้มเพราะพรสวรรค์ของเขาสูงส่งมากแบบจับต้องได้จริง ๆ

แต่ถึงแม้จะเก่งมาจากไหนก็ตาม เมื่อพาตัวเองข้ามทวีปมาเล่นฟุตบอลในลีกที่ไม่รู้จัก ประเทศที่ไม่คุ้นเคย แน่นอนว่าย่อมเจอปัญหาเรื่องการปรับตัวด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งสมัยนั้นลีกสเปนขึ้นชื่อเรื่องการเข้าปะทะแบบโคตรโหดอยู่แล้ว ทำเอาแข้งเล็กพริกขี้หนูอย่าง อเกวโร ถึงกับไปไม่เป็นเหมือนกัน (ลงเล่น 42 นัดยิง 7 ประตู)


เข้าสู่ปีที่ 2 ของ กุน กับทัพตราหมี ด้วยความที่เป็นอัจฉริยะ เด็กหนุ่มวัย 19 ปีในขณะนั้นรู้ดีว่าต้องเติมจุดแข็งและกลบจุดอ่อนตรงไหนบ้างเพื่อจะทำให้ตัวเองปลดปล่อยพลังแฝงระดับซูเปอร์ไซย่าออกมาได้ ซึ่งหากใครติดตามเขาอย่างใกล้ชิดจะเห็นชัดสุด ๆ ว่ารูปร่างบึกบึนขึ้นกว่าเดิมจนแทบกลายเป็นคนละคนเลยทีเดียว

จากตัวรุกสายพริ้วตามแบบฉบับหนุ่มอเมริกาใต้ที่เน้นเล่นบอลคลาสสิกเอาสุนทรียะ อเกวโร กล้าเปลี่ยนตัวเองให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เติมความดุดันใส่ลงไปในสไตล์การเล่นโดยมี ดิเอโก้ ฟอร์ลัน รุ่นพี่จากทวีปเดียวกันคอยเป็นเมนเทอร์ให้อย่างใกล้ชิด ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในฐานะกองหน้าทีม แอตเลติโก มาดริด ที่แฟน ๆ รักมากสุดคนหนึ่งตลอดกาล


"กุน" ใช้เวลาอยู่ในทีมตราหมีนาน 5 ซีซั่น ลงเล่นไปทั้งหมด 234 นัดจากทุกรายการและยิงได้ 101 ประตู พร้อมพาต้นสังกัดเดิมคว้าแชมป์มาครองสองใบคือ ยูโรปาลีก (2009-10), ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ (2010) 


เมื่อโชว์ฟอร์มโดดเด่นขนาดนั้น ทำให้ โรแบร์โต มันชินี ที่กำลังสร้างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากกลุ่มทุนอาบูดาบี ก็ดึงเอา อเกวโร มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงเอาเรื่องในสมัยนั้น

และด้วยความที่มีพรสวรรค์สูงแถมเคยผ่านช่วงยาก ๆ หลังย้ายทีมมาก่อนทำให้ครั้งนี้ อเกวโร ไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวอีกต่อไป เพราะสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาได้ตั้งแต่ซีซั่นแรกโดยยิงไปถึง 30 เม็ดจาก 48 นัดทุกรายการ โดยมีไฮไลท์เป็นประตูยิงใส่ QPR ในช่วงทดเจ็บของเกมสุดท้ายเพื่อปาดหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่นั่นเอง


หลังจากนั้น อเกวโร ก็ไม่เคยฟอร์มตกอีกเลย เพราะถึงแม้จะเคยมีอาการบาดเจ็บจนต้องพักยาวบ้าง แต่ในทุก ๆ ซีซั่นจะต้องยิงให้ทีมได้ประมาณ 30 ประตูตลอด (บวก-ลบไม่เกิน 2 ลูก)

ตลอดระยะเวลา 8 ฤดูกาลครึ่งที่ อเกวโร ค้าแข้งให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาผ่านการทำงานกับสุดยอดผู้จัดการทีมมาแล้ว 3 คนคือ โรแบร์โต มันชินี, มานูเอล เปเยกรินี และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ณ ปัจจุบัน


คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย (2011-12, 2013-14, 2017-18, 2018-19) 
​แชมป์ FA cup 1 สมัย (2018-19)

แชมป์ลีกคัพ 4 สมัย (2013-14, 2015-16, 2017-18, 2018-19)

แชมป์คอมมูนิตี้ชิลด์ 3 สมัย (2012, 2018, 2019)


รางวัลส่วนตัวต่าง ๆ ที่ได้รับ

โกลเด้นบอย 2007

แข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี 2009

แข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของ แมนฯ ซิตี้ 2 ครั้ง (2011-12, 2014-15)

ดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2014-15 (ยิงได้ 26 ประตู)

Sergio Aguero

​และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ อเกวโร เพิ่งจะทำลายสองสุดยอดสถิติที่มีความยิ่งใหญ่อย่าง ผู้เล่นต่างชาติที่ทำประตูได้มากสุดในเวที พรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยยิงไปแล้วทั้งสิ้น 177 ประตูแซงหน้าเจ้าของเดิมอย่าง เธียร์รี อองรี ที่ 175 ประตูไปเรียบร้อยจากเกม แมนฯ ซิตี้ ถล่ม แอสตัน วิลลา 6-1 


นอกจากนี้ยังมี อลัน เชียร์เรอร์ อีกคนที่โดน "กุน" ทุบสถิติผู้ทำแฮตทริกสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยของเดิมเจ้าฮอตช็อตเคยทำไว้ 11 แฮตทริก แต่จากนัดล่าสุด สตาร์อาร์เจนไตน์ จัดแฮตทริกที่ 12 ของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว"


ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งให้กับ แมนฯ ซิตี้ (359 นัด 249 ประตูทุกรายการจนถึงปัจจุบัน) ทำให้สื่อและคอลูกหนังจากทั่วทุกมุมโลก ยกย่องเขาเป็นตำนานคนล่าสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษไปเรียบร้อยโดยที่ไม่มีใครกล้ายกมือค้านแม้แต่คนเดียว

Sergio Aguero

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ กุน เองก็อายุเพิ่ง 31 ไม่ได้เยอะถึงขนาดเข้าสู่วัยโรยรา ทำให้น่าจะเพิ่มสถิติต่าง ๆ ของตัวเองให้สูงขึ้นได้อีกมาก เพราะถ้าไม่ย้ายทีมไปเสียก่อน เขาคงอยู่ที่นี่ต่ออีกอย่างน้อย 3 ฤดูกาลแน่ ๆ 


และหน้าประวัติศาสตร์ของชายที่ชื่อ เซร์คิโอ อเกวโร จะยิ่งใหญ่ได้ถึงระดับไหน จากนี้ก็ขอให้คอบอลทุกคนมาร่วมลุ้นไปด้วยกัน !!


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด