การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ยู-23 2020
วันแข่งขันวันอังคารที่ 14 มกราคม 2020
เวลาแข่งขัน20.15 น.
ผลการแข่งขันทีมชาติไทย 1-1 ทีมชาติอิรัก
สนาม
ราชมังคลากีฬาสถาน

ทีมชาติไทย ทะลุผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึก เอเอฟซี ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อเสมอกับ ทีมชาติอิรัก 1-1 ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เอ เข้าไปรอเจอกับแชมป์กลุ่ม บี ซีเรีย, ซาอุดิอาระเบีย หรือ กาตาร์)


เริ่มเกมได้ไม่กี่อึดใจทัพช้างศึกได้ลูกเตะมุมที่ฝั่งขวาลูกครอสของเบนจามินเดวิสไปเข้าหัว ทิตาวีร์ อักษรศรี โหม่งไปติดแขนของกองหลัง อิรัก ผู้ตัดสินใช้เวลาพิจารณาด้วย VAR อยู่ชั่วครู่ก่อนจะให้เป็นลูกจุดโทษของ ไทย และ เจริญศักดิ์ สังหารไม่พลาด

ทว่าโมเมนตัมของเกมหลังจากนั้นตกเป็นของ อิรัก อย่างเห็นได้ชัดพวกเขาไล่บีบพื้นที่และบอมบ์จากริมเส้นเข้าใส่ไทยอย่างหนักจนหวิดจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้งโดยเฉพาะช็อตโฉบขึ้นมาโหม่งของ โมฮัมเหม็ด นาสซิฟ กับลูกยิงไกลในช่วง 20 นาทีแรกที่ กรพัฒน์ นารีจันทร์ บินทุบออกไปได้


หลังเกมผ่าน 20 นาทีลูกทีมของ อากิระ นิชิโนะ เริ่มตั้งเกมได้กลายเป็นฝ่ายครอบครองบอลมากกว่าจนน่าจะได้ประตูที่ 2 หลายต่อหลายครั้ง ไล่ตั้งแต่ลูกหลุดเดี่ยวไปถึงเขตโทษ 3 ครั้งเน้นๆ ของ ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา แต่ไม่สามารถยิงผ่านมือนายทวาร อิรัก ได้ก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำเพียง 1-0 ของ ทีมชาติไทย


เริ่มต้นครึ่งหลังมาได้เพียง 4 นาที อิรัก มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะเคลียร์บอลกันไม่ขาดของ ไทย บอลจังหวะสุดท้ายไปเข้าทาง โมฮัมเหม็ด คาเซม ล่อเป้าเหน่งๆ บอลแฉลบ ศุภณัฎฐ์ ผ่านมือ กรพัฒน์ เป็นประตูตีเสมอ 1-1


ถัดจากนั้นเกมเริ่มไม่ปะติดปะต่อเมื่อ ไทย มักเสียฟาวล์ให้กับ อิรัก บ่อยครั้งแต่พวกเขาก็ไม่สามารถฉวยโอกาสจากลูกฟรีคิกได้ขณะที่ ช้างศึก มาได้ลุ้นที่สุดในช็อตยิงไกลของ ทิตาธร บอลกระดอนพื้นถูกหน้านายทวาร อิรัก ออกหลัง รวมทั้งจังหวะลูกฟรีคิกของ เจริญศักดิ์ ที่ปั่นด้วยขวาบอลลอยข้ามคานออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น


ช่วงท้ายเกม อิรัก น่าจะได้ประตูแซงขึ้นนำสุดๆ กับโอกาสยิงระยะเผาขนในกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งแรงไปติดเซฟของ กรพัฒน์ อย่างไม่น่าเชื่อก่อนที่จะจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1


ทีมชาติไทย

ประเด็นหลังเกม

อากิระ นิชิโนะ เดิมพันกับการปรับ 7 ตำแหน่งคีย์แมนจาก 2 เกมล่าสุดเพื่อคงความสดของทีมชุดดวล อิรัก และมันกลายเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่าเมื่อบรรดานักเตะ ช้างศึก อาศัยความสดไล่บดบี้กับคู่แข่งในนัดชี้ชะตาอย่างถึงพริกถึงขิง


ความเที่ยงตรงจาก VAR ส่งให้ ทีมชาติไทย ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่ไม่กี่อึดใจหลังจากเสียงนกหวีดเริ่มต้นเกม แต่แล้วท้องไส้ของแฟนบอลแดนสยามต้องปั่นป่วนเมื่อโมเมนตัมกลายเป็นของ อิรัก ในช่วง 20 นาทีแรกของเกมหลังจากนั้นเมื่อพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝาต้องการเพียงแค่ 3 คะแนนเต็มเพื่อโควต้าสู่รอบน็อคเอาท์จนบอลป้วนเปี้ยนหน้าปากประตูอย่างหวาดเสียวหลายต่อหลายครั้ง


แต่หลังผ่านควอเตอร์แรกของเกม พวกเขาดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นเกมของ ไทย ที่เซ็ตบอลตามช่องรอการเคลื่อนที่ในแดนบนเพื่อเปิดช่องโหว่แนวรับ และลูกทีมของ นิชิโนะ น่าจะได้ประตูเพิ่มไม่ต่ำกว่าอีก 3 ลูกในครึ่งแรก เสียแต่ว่าพวกเขาไม่เฉียบคมพอที่แดนหน้าก่อนที่จะถูกลงโทษเสียประตูตีเสมอตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง


แกนตัวจริงทั้ง 7 คนที่ได้ออกสตาร์ทแทนที่บรรดาตัวจริงจากเกมก่อนยังคงแสดงให้เห็นถึงความฟิตที่มากกว่าโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม พวกเขารับมือกับความพยายามเร่งเกมของ อิรัก ได้อย่างดีจนบรรดาคู่ต่อสู้เริ่มมีอาการตะคริวถามหาทีละราย ก่อนที่ซูเปอร์เซฟของ กรพัฒน์ นารีจันทร์ ในนาทีสุดท้ายจะช่วยให้ ทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์ทะลุผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์สำเร็จ


คะแนนนักเตะ ทีมชาติไทย


11 ผู้เล่นตัวจริง : กรพัฒน์ (9), พีฬาวัช (7), ศฤงคาร (8), ทิตาวีร์ (7), ทิตาธร (8), กานต์นรินทร์ (7), วิศรุต (7), เจริญศักดิ์ (9), วรชิต (7), ศุภณัฏฐ์ (8), เบนจามิน (9)


​ตัวสำรอง : สุภโชค (8), ศุกชัย (8), กฤษดา (7)


คีย์แมนทีมชาติไทย - เบนจามิน เดวิส และ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์

ความโดดเด่นของทั้งคู่ร้อนแรงจนเราไม่สามารถที่จะเลือกเพียงแค่คนใดคนหนึ่งได้สำหรับ เบนจามิน และ เจริญศักดิ์


เบนจามิน เดวิส ดาวเตะจากอคาเดมีของ ฟูแลม ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอย่างเซอร์ไพรส์ในบทบาท ฟอลส์ไนน์ เจ้าหนูลูกครึ่ง ไทย-สิงคโปร์ กลายเป็นแข้งที่สร้างความแตกต่างให้กับทีมโดยเฉพาะในครึ่งแรกกับวิสัยทัศน์ในการเคลื่อนที่ลงต่ำหาพื้นที่ว่างเพื่อผ่านบอลไปยังพื้นที่อันตรายได้หลายต่อหลายครั้ง เหลี่ยมบอลและมันสมองบวกกับทักษะพื้นฐานที่เนียนตายังทำให้เขาช่วงชิงความได้เปรียบในช็อต 50/50 ชนิดที่ต่างกันผู้เล่นคนอื่นๆ ในสนามอย่างชัดเจน


ขณะที่ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ตัวรุกริมเส้นจาก สมุทรปราการ ซิตี้ ส่งเข้าประกวด วูบวาบสุดๆ ที่กราบขวา ความรวดเร็วในการกระชากพาบอลไปยังพื้นที่สุดท้ายสร้างปัญหาให้กับ อิรัก อย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวยังโดดเด่นกับความฟิตในแบบเต็มถังขโยกไล่บอลได้ตลอดทั้ง 90 นาทีและมีส่วนร่วมกับการไล่บี้คู่แข่งยามทีมตกเป็นฝ่ายตั้งรับอีกด้วย


ภาพ : ช้างศึก, ฟุตบอลทีมชาติไทย 


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด