Exclusive - "เราจะทำกันตอนช่วงพรีซีซัน เลือกประเด็นมาเรื่องหนึ่งแล้วก็ถ่ายกันเลย" แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน หัวเราะร่วนอธิบายถึงวิดีโอที่ถ่ายทำร่วมกับ เจมส์ มิลเนอร์ เพื่อนร่วมทีม ​ลิเวอร์พูล ซึ่งเผยแพร่ในช่อง ยูทูบ ของสโมสร


"เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องใช้เวลาอยู่ในโรงแรมที่ไหนก็ไม่รู้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ มันเป็นการยากที่จะหาสิ่งที่ทำให้คุณเพลิดเพลินได้ พวกเราทำเต็มที่ในการถ่ายทำวิดีโอเหล่านั้นและผมคิดว่าคนดูชอบมันนะ"


คนดูชอบวิดีโอพวกนั้นจริงๆ ไม่ว่ามันจะเป็นหัวข้อการเลือกภาพยนตร์คริสต์มาสที่ยอดเยี่ยมที่สุด (ทั้งคู่เลือก โฮม อโลน) หรือการถกเถียงกันในหัวข้อบิสกิตแบบไหนที่ทานร่วมกับชาได้รสชาติดีที่สุด แฟนบอลต่างรับชมวิดีโอดังกล่าวเพราะมันเป็นหัวข้อที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้รวมทั้งยังเป็นโอกาสเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเห็นกลุ่มนักเตะ ลิเวอร์พูล ในอีกด้านหนึ่งนอกเหนือจากบนสนามแข่งขัน


"วิดีโอบิสกิตมันทำให้คนดูขำอยู่บ้าง" โรเบิร์ตสัน ร่ายต่อถึงคลิปความยาว 11 นาทีที่มียอดผู้เข้าชมราว 980,000 วิว ในทางเดียวกันมันกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงเหล่า เดอะ ค็อป กับบรรดาผู้เล่นในทีมชุดปัจจุบันโดยมี ร็อบโบ้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดจากปูมหลังในเส้นทางลูกหนังของเจ้าตัว

เด็กหนุ่มจากพื้นเพ กลาสโกว์ พูดคุยกับเรา 90min จากการร่วมถ่ายทำวิดีโออันเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์วิดีโอซีรีย์ Copyright ยอมรับว่าเขารับรู้ได้ถึงความรักจากชาว เมอร์ซีย์ไซด์ ที่มอบให้กับตนเองนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนกรกฎาคม 2017


"ผมมักมีความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกับพวกเขาเสมอ ผมคิดว่าหลายคนคิดว่าเมือง ลิเวอร์พูล กับ กลาสโกว์ มีความคล้ายกันในหลายๆ เรื่องและมันเป็นปัจจัยเชื่อมโยงระหว่างผมกับแฟนบอล มันยังเป็นส่วนช่วยสานความใกล้ชิดกับนักเตะทั้งทีมด้วยในเวลานี้ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล ชุดนี้อาจจะเป็นแข้งชุดที่แฟนบอลรักพวกเขามากที่สุดและผมรู้สึกยอดเยี่ยมที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา"


"ทุกครั้งที่ผมเดินถนนผมสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่ได้จากพวกเขา หลายเรื่องที่ได้เกิดขึ้นในทีมของเราซึ่งพวกเขาสามารถสัมผัสร่วมได้ พวกเขาเห็นเราท่ามกลางสปอตไลท์ในโลกฟุตบอล ขณะที่สำหรับเราแล้ววิดีโอเหล่านั้นมันอาจดูไร้สาระ แต่ในมุมมองของแฟนบอลมันเป็นการได้เห็นอีกมุมมองอีกด้านของเรา ผมคิดว่าพวกเขาสามารถมองเข้ามาที่นักเตะในทีมและชี้ได้ว่า แอนดี้ หรือ มิลลี กระทั่ง เวอร์จิล หรือใครก็ตามชอบอะไรและพวกเขาสามารถเชื่อมโยงมันกับชีวิตประจำวันของเขาได้ บางคนอาจถึงขั้นคิดว่าสามารถเรียกเราอย่างเพื่อนสนิทได้" ​


"ตอนนี้แฟนบอลต่างเห็นว่าเราเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไล่ตามความฝัน ผมคิดว่าหลายคนเห็นเราในมุมนั้น"

เรื่องราวเบื้องหลังของ โรเบิร์ตสัน ได้รับการถ่ายทอดนับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ใหม่ๆ แต่มันยังคงเป็นเรื่องราวอันยอดเยี่ยมเสมอกับประสบการณ์ของเจ้าตัวตั้งแต่สมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาพลศึกษา ก่อนที่ปี ร็อบโบ้ ตัดสินใจใช้แก็ปเยียร์ก่อนเข้าเรียน 1 ปีเพื่อนเบนเข็มสู่เส้นทางลูกหนังอาชีพ และมันได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล


"ตอนนั้นผมอยู่กับทีมชุดสมัครเล่นของ ควีนส์พาร์ค นักเตะทุกคนตอนนั้นต้องทำงานอย่างอื่นเพื่อเลี้ยงตัวเองไปด้วยแต่สำหรับผมนั้นกำลังอยู่ในวัยเรียนก่อนที่จะตัดสินใจใช้เวลา 1 ปีเพื่อทำความฝันให้สำเร็จ และอย่างเห็น โชคดีสำหรับตัวผมที่มีคุณแม่และคุณพ่อคอยให้การสนับสนุน"


"ตอนนั้นผมทำงานที่ แฮมพ์เดน รับหน้าที่จัดการขายตั๋วงานอีเวนท์ใหญ่ๆ อย่างคอนเสิร์ต, ฟุตบอลถ้วยนัดรองชนะเลิศหรือนัดชิงชนะเลิศ ผมได้ทำงานอยู่ในห้องเตรียมเครื่องแต่งตัวของทีมฟุตบอลเป็นเวลาสั้นๆ ด้วยเช่นกัน มันเป็นสิ่งที่คุณต้องทำในชีวิตน่ะ"


"ผมไม่มีเงินติดกระเป๋าเลยจึงต้องหามันด้วยทางใดทางหนึ่ง โชคดีเหลือเกินที่ผมถูกรายรอบด้วยผู้คนที่เข้าใจถึงสถานการณ์ของผมกับฟุตบอลและมอบเวลาให้ผมเอาจริงเอาจังกับมัน ผมไม่สามารถให้ความเห็นถึงคนอื่นนอกจากนี้ได้แต่ผมรู้ดีว่าทุกสิ่งที่ผมลงแรงไปได้ตอบแทนมาในเวลานี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น"


"ผมจำได้แม่นเลยว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างไรบ้าง เราเคยไม่มีเงิน 10 ปอนด์ (ราว 390 บาท) เพื่อจ่ายเงินค่าน้ำมันรถแล้วก็อะไรทำนองนั้น ตอนนั้นผมต้องผมแชร์รถร่วมกับพี่น้องและไม่มีใครอยากที่จะจ่ายมันสักเท่าไหร่ เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแต่นั้นก็เกือบทำให้เราต้องแตกหักกันแล้ว" โรเบิร์ตสัน ย้อนความหลัง


"เรามักจะจ่ายแค่ 5 ปอนด์และมันก็ไม่เคยมีน้ำมันพอสำหรับรถเลย"

การที่ ร็อบโบ้ ต้องใช้ชีวิตผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากทำให้เขายังคงติดดินและโฟกัสอยู่กับวิถีฟุตบอล ปูมหลังของเจ้าตัวไม่ใช่ประสบการณ์แบบที่นักฟุตบอลในทุกวันนี้เคยผ่าน กระทั่งเจ้าตัวเองยังยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่ทำให้เขาฉุกคิดได้อยู่บ่อยครั้ง


"หากผมต้องเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมมักจะมองกลับไปยังอดีตเหล่านั้นและบอกกับตัวเองว่านายมาไกลมากนะและชีวิตของนายดีมากแล้วในตอนนี้ ผมหวังว่าช่วงเวลานี้มันจะยังคงอยู่ไปอีกนาน นั่นเป็นสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้กับผมเดินหน้าต่อไปในทุกวัน ผมรักที่จะมองย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของตัวเองและชอบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มากกว่าที่จะทำงานแบบ 9 โมงเช้าเลิกงาน 5 โมงเย็นในทุกๆ วัน"


เส้นทางฟุตบอลของ โรเบิร์ตสัน วูบวาบจากช่วงเวลาหนึ่งสู่อีกช่วงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ที่เขาไล่หวดลูกหนังกับ ควีนส์พาร์ค ตามด้วยการเซ็นสัญญากับ ดันดี ยูไนเต็ด เมื่อปี 2013 ก่อนที่ไม่นานหลังจากนั้น ร็อบโบ้ จะย้ายลงใต้สู่ ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยมูลค่าราว 2.85 ล้านปอนด์ในฐานะฟูลแบ็ควัยกระเตาะ


เด็กหนุ่มจาก สกอตแลนด์ ได้รับการเปิดตัวในถิ่น เดอะไทเกอร์ส พร้อมกับ แฮร์รี แม็คไกวร์ ก่อนหน้า ​ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2014/15 จะเริ่มต้นขึ้น วิถีพบผืนหญ้าได้ส่งให้ แม็คไกวร์ ย้ายไปสวมยูนิฟอร์มสีแดงเช่นเดียวกับ ร็อบโบ้ เพียงแต่มันอยู่ห่างจากเขาออกไปราว 30 ไมล์

ดาวเตะกัปตันทีมชาติ สกอตแลนด์ ย้ายสู่ถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2017 โดยที่เจ้าตัวเผยเองว่ารู้ดีถึงความสนใจจาก ลิเวอร์พูล ตั้งแต่หลายเดือนก่อนหน้านั้น "ผมได้ยินถึงการได้รับความสนใจจากพวกเขาตั้งแต่ซีซันก่อนหน้านั้น" โรเบิร์ตสัน กล่าว "ตอนนั้นเราเพิ่งเลื่อนชั้นจาก แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นมาและมันก็เริ่มมีข่าวลือระหว่าง หงส์แดง กับผม"


"ผมตรงไปปรึกษากับเอเยนต์ของผมทันทีเพราะอยากรู้ว่าข่าวดังกล่าวมีมูลความจริงหรือไม่ ปรากฎว่ามีการติดต่อจากพวกเขามาจริงหากแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะพวกเขาอยากเห็นผมอีกฤดูกาลใน พรีเมียร์ลีก ก่อนที่ซัมเมอร์ถัดจากนั้นสถานการณ์ก็ดูร้อนแรงมากขึ้น"


"ผมเริ่มที่จะตื่นเต้นกับสถานการณ์นั้น และมันน่าจะเป็นซัมเมอร์ที่เลวร้ายที่สุดของคนรักผมเพราะผมต้องขึ้นเครื่องบินจากบ้านมากเพื่อจัดการเอกสารให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! มันใช้เวลานานกว่าที่คาดและผมต้องกลับไปซ้อมกับ ฮัลล์ ในช่วงพรีซีซันอย่างที่ผมไม่ได้คาดคิด ผมอยู่ในช่วงปีสุดท้ายของสัญญาและรู้ดีว่าพวกเขาต้องการขายผมออกจากทีม ให้หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์ให้บินกลับได้ผมก็ตรงไปที่เครื่องบินทันทีและแทบอดใจรอให้มันลุล่วงไปได้แทบไม่ไหว ช่วงไม่กี่วันตอนนั้นมันราวกับเรื่องเหนือจริงสำหรับผม"


"สัปดาห์ก่อนหน้าที่ทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์ ผมลุ้นที่จะให้มันเรียบร้อยอย่างใจจดใจจ่อ ข้อเสนอแรกของ ลิเวอร์พูล ต่ำกว่าที่ ฮัลล์ ต้องการ ตอนนั้นผมดิ้นรนเป็นอย่างมากเพราะเพื่อนร่วมทีมต่างบินไป ฮ่องกง ในช่วง พรีซีซัน กันเรียบร้อยแล้ว ผมอยากที่จะให้มันลุล่วงโดยเร็วเพราะรู้สึกว่ายิ่งได้เข้าร่วมทีมใหม่เร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งสามารถพิสูจน์ตัวเองให้ผู้จัดการทีมประทับใจได้เร็วเท่านั้น"

Andy Robertson

"ผมเสียดายอยู่บ้างที่พลาดทัวร์พรีซีซัน ช่วงไม่กี่วันแรกของผมกับ ลิเวอร์พูล จึงต้องอยู่ซ้อมด้วยตัวเองที่ เมลวู้ด และรอให้พวกเขากลับมา ผมแทบอดใจรอไม่ไหวและพยายามที่จะทำให้ตัวเองฟิตมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่อยู่ข้างหน้า"


แม้เขาจะถูกมองว่าเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้แต่ช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านของเจ้าตัวสู่หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุดไม่ได้ราบลื่นอย่างที่เขาคาดหวัง ปัจจัยในสนามแข่งขันคือหนึ่งในเรื่องนั้น


แต่เมื่อเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับนอกสนาม มันกลายเป็นคนละเรื่องสำหรับ โรเบิร์ตสัน เมื่อสโมสรแห่งนี้ดูแลเอาใจใส่ช่วยให้เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว "ช่วงไม่กี่เดือนแรกนั้นยากมากสำหรับผมในการที่จะได้รับโอกาสลงสนามเพราะผมไม่ได้ลงเล่นเลยและผมต้องเปลี่ยนทัศนคติของตนเอง ผมยังคงเห็นคนในทีมเดียวกันเป็นคู่แข่งมากกว่าที่มองพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมทีม นั่นเป็นเรื่องเป็นปัญหาสำหรับผมมากที่สุด"


"แต่เมื่อมันถึงช่วงเวลาที่ผมได้เดินผ่านประตูทางเข้าสนามซ้อม เมลวู้ด บรรดาแฟนบอลต่างให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พวกเขายอดเยี่ยมกับผมเสมอมา ทีมงานสต๊าฟฟ์ก็ช่วยเหลือผมอย่างเต็มที่ แล้วก็คนรักของผมถึงกำหนดคลอดให้หลังจากที่ผมเซ็นสัญญาร่วมทีม 2 สัปดาห์แต่พวกเขาก็สามารถหาบ้านพักให้ผมได้แทบจะในทันทีรวมทั้งจัดการทุกอย่างเรียบร้อย มันเป็นช่วงเวลาที่กดดันสำหรับครอบครัวแต่ ลิเวอร์พูล เป็นเหมือนครอบครัวของผมและพวกเขาคอยดูแลช่วยเหลือผมเป็นอย่างดีนับจากนั้นเป็นต้นมา"

อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ตสัน ได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก แค่เพียง 2 นัดกับ คริสตัล พาเลซ และ เบิร์นลีย์ เท่านั้นก่อนที่เดือนพฤศจิกายนจะสิ้นสุลงในฤดูกาลแรกของเขากับ ลิเวอร์พูล ตามด้วยการลงเล่นในเกมบุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน ที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 5-1 แต่เจ้าตัวชี้แจงว่าเกมที่พวกเขาเอาชนะ บอร์นมัธ ก่อนคริสต์มาสต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างลงตัวสำหรับเขา


ซึ่งมีถ้อยคำปลุกใจในปาร์ตี้ฉลองคริสต์มาสของสโมสรเป็นแรงผลักดันชั้นยอด


"ช่วงไม่กี่เกมแรกที่ผมได้ลงเล่นคิดว่าตัวเองทำได้ดีทีเดียว แต่ตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไปผมเห็นว่าไม่ได้เล่นในวิธีที่ผู้จัดการทีมอยากให้ผมเล่น ก่อนที่จุดเปลี่ยนจะเกิดขึ้นเมื่อผมมีความมั่นใจมากขึ้นในเกมเยือน บอร์นมัธ หลังจากที่ อัลแบร์โต้ โมเรโน ได้รับบาดเจ็บและผมเริ่มที่จะได้รับโอกาสมากยิ่งขึ้น"


"ตอนนั้นเราจัดงานฉลองคริสต์มาสที่ เมลวู้ด ผมจำได้ว่าผู้จัดการทีมเข้ามาพูดกับผมว่า 'ชั้นไม่อยากที่จะพูดเรื่องฟุตบอลในคืนนี้นะ แต่นายเล่นได้เยี่ยมมาก' ถ้อยคำดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผม มันเป็นช่วงเวลาที่ผมตระหนักได้ว่า เอาล่ะ ผมเชื่อตัวเองแล้วว่าผมเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล"


"พวกเราไม่ได้ซื่อบื้อ เรารู้ว่าเมื่อใดที่เราเล่นดี ผมคิดว่าเกมนั้นเราเอาชนะได้ 4-0 มันเป็นแมตช์ที่เราเอาชนะได้ไม่ยากเย็นนักและพวกเราทุกคนทำได้ดี แต่เมื่อผู้จัดการทีมตรงเข้ามาชมคุณแบบนั้นมันสามารถสร้างความมั่นใจให้ผมได้มาก"

FBL-ENG-PR-LIVERPOOL-WOLVES

"ผมผ่านแมตช์ช่วงคริสต์มาสด้วยการลงเล่นในเกมดาร์บี้แมตช์ในศึก เอฟเอ คัพ (ชัยชนะ 2-1 ในเกมที่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เปิดตัวด้วยการทำประตูชัยให้ทีม) ซึ่งเป็นเกมที่ผมทำได้ดีเช่นกัน"


"ถัดจากนั้นเป็นเกมกับ ​แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่พวกเราเอาชนะได้และผมได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังเกม มันยังกลายเป็นที่พูดถึงจนถึงทุกวันนี้! ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นยอดเยี่ยมมากสำหรับผมและผมคิดว่าทุกคนในทีมเริ่มที่จะพูดคุยกับผมมากขึ้น ผมรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมมากกว่าเดิมหลังจากนั้น"


ช่วงเวลาดังกล่าวสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เป็นกุนซืออย่างเห็นได้ชัดเมื่อ โรเบิร์ตสัน ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล 20 นัดสุดท้ายของฤดูกาลทั้งหมดรวมทั้งเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศที่ เคียฟ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 โดย ร็อบโบ้ รู้ดีว่าความขยันของเขาเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับ เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้ผลักดันมาได้ไกลขนาดนี้

"ผู้จัดการทีมบางคนอาจจะแสดงท่าทีแบบหนึ่งต่อหน้ากล้องและอีกแบบเมื่อกล้องไม่ได้จับที่พวกเขา แต่กับเขาแล้วสิ่งที่คุณเห็นหน้ากล้องนั่นแหละคือตัวตนของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เขามักกระโดดขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งในสนามซ้อมเช่นเดียวกัน คุณจะได้รับการสวมกอดจากเขาเมื่อพบกับเขาครั้งแรกของวัน ใช่แล้วผมเป็นนักกอดน่ะ! และผมคิดว่าหลายคนมองเขาเป็นผู้นำในแบบของพ่อที่มีต่อลูกใน เมลวู้ด"


"ทุกคนสามารถสัมผัสได้ว่า เมลวู้ด มันเป็นสถานที่ซึ่งมีราวกับครอบครัว มันจึงยอดเยี่ยมเสมอที่มีผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแบบนี้ เขาเป็นคนที่มหัศจรรย์เช่นเดียวกับบรรดาสต๊าฟฟ์ เขามักจะกระตุ้นก่อนเกมโดยการบอกว่า ถ้าลงเล่นเพียงแค่ 99 เปอร์เซ็นต์เราอาจจะเป็นฝ่ายแพ้ได้ แต่หากลงไปเล่นเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์เราจะชนะ"


"เขาใช้ชีวิตที่ 100 เปอร์เซ็นต์และทุกอย่างที่เขาทำมันทำให้เราเล่นแบบถวายชีวิตเพื่อเขา"


แอนดี้ โรเบิร์ตสัน สวมรองเท้า Nike Next-Gen Vaporknit & Phantom Venom boots วางจำหน่ายที่ nike.com/football