FBL-ENG-PR-BOURNEMOUTH-LIVERPOOL

บอร์นมัธ 0-3 ลิเวอร์พูล : เก็บตกทุกประเด็นร้อนหลังชัยชนะของ หงส์แดง ในศึก พรีเมียร์ลีก



การแข่งขัน ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019/20

คืนวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2019

เวลาแข่งขัน 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ผลการแข่งขัน บอร์นมัธ 0-3 ลิเวอร์พูล

สนามไวทาลิตี้ สตเดี้ยม



4. หงส์แดง ซ้อมใหญ่


กลายเป็นเกมที่ง่ายเกินคาดสำหรับลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อพลพรรค หงส์แดง เป็นฝ่ายไล่ขโยกเข้าใส่แนวรับของ บอร์นมัธ อย่างต่อเนื่องจนเจ้าถิ่นไม่สามารถจุดประกายจุดเปลี่ยนใดๆ ได้เลยตลอดทั้งเกมที่ ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม


ทัพ เร้ดแมชีน เป็นฝ่ายจบเกมด้วยเปอร์เซ็นต์การครองบอลถึง 74 เปอร์เซ็นต์กับโอกาสยิงมากมายถึง 21 ครั้ง (ตรงกรอบ 9) ขณะที่ เดอะเชอร์รีส์ มีโอกาสสับไกยิงเพียง 3 ครั้งและไม่ตรงกรอบเลย

3. สังเวย ลอฟเรน


นับเป็นช่วงที่เหล่า เดอะค็อป ไม่ต้องการที่จะเห็นแข้ง หงส์แดง คนใดมีปัญหาอาการบาดเจ็บก่อนช่วงคิวเตะชุกในช่วงเดือนธันวาคมนี้ แต่แล้วก็กลายเป็น เดยัน ลอฟเรน ที่เจอกับอาการเดี้ยงเล่นงานจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก


อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของ คล็อปป์ หลังเกมที่เผยว่าเขาตัดสินใจถอน ลอฟเรน ออกจากสนามเพื่อป้องกันไม่ให้อาการเจ็บของเจ้าตัวเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ปราการหลังทีมชาติ โครเอเชีย ยืนยันว่าต้องการเล่นจนจบครึ่งแรกก่อนนั้นก็ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าอาการดังกล่าวอาจไม่ได้เลวร้ายเท่าใดนัก

2. แอสซิสต์ ของ เฮนโด้


อาการบาดเจ็บของคีย์แมนในแดนกลางอย่าง ฟาบินโญ ทำให้แฟน หงส์แดง เป็นกังวลกับความลื่นไหลของการเคลื่อนเกมรุกจากแดนกลางไปสู่แดนหน้า แต่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าวิสัยทัศน์และความแม่นยำในการผ่านบอลของเจ้าตัวสามารถทดแทนมิดฟิลด์ บราซิเลียน ได้อย่างไม่เคอะเขิน


ลูกวางยาวจากกลางสนามของ เฮนโด้ ให้กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน ส่งผลให้ทีมได้ประตูเบิกร่องในนาทีที่ 35 ปลดล็อคให้ หงส์แดง เล่นได้อย่างมั่นใจหลังจากนั้น


เฮนเดอร์สัน จบเกมด้วยสถิติผ่านบอลมากที่สุดในสนาม 150 ครั้ง (ผ่านบอลสำเร็จ 139 ครั้ง 2 คีย์พาส) และเอาชนะในการเข้าปะทะ 2 ครั้ง

1. เดินหน้าสู่ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก


ชัยชนะของ หงส์แดง ในเกมนี้และความพ่ายแพ้ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเดียวกันทำให้พลพรรค เร้ดแมชีน ทำแต้มทิ้งห่าง เรือใบสีฟ้า 14 คะแนนเข้าไปแล้วหลังผ่านการแข่งขัน 16 นัด กลายเป็น เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ไล่จี้ขึ้นมาในตำแหน่งรองจ่าฝูงด้วยการตามหลัง 11 คะแนนแต่ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด


กลายเป็นซีซันที่ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจทั้งเหล่าคีย์แมนและแข้งหมุนเวียนของทีม ในทางกลับกันบรรดาแข้งคู่กัดลูกทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา ยิ่งกดดันตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นใจพวกเขานักในช่วงหลังมานี้และเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก นับว่าอยู่ในกำมือของ หงส์แดง อย่างไม่สามารถปฎิเสธได้

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด