การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ
วันแข่งขันคืนวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2019
เวลาแข่งขัน01.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขันเยอรมนี 2-2 อาร์เจนตินา
สนามเวสฟาเลนสตาดิโอน

อาร์เจนตินา รอดพ้นจากการปราชัยต่อ เยอรมนี อย่างหวุดหวิดเมื่อได้ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกมหลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง 2-0 ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกในฟุตบอลกระชับมิตรที่ เวสฟาเลนสตาดิโอน

Serge Gnabry

คีย์แมนฟอร์มฮอตของทัพ อินทรีเหล็ก พังประตูเบิกร่อง 1-0 ให้กับทีมตั้งแต่นาทีที่ 15 จาก แซร์จ นาบรี ด้วยการกระชากหนีแนวรับทีมเยือนหลุดเข้ากรอบเขตโทษไปจิ้มผ่านมือนายทวาร ฟ้าขาว ตุงตาข่าย และกลายเป็นประตูที่ 10 ของเจ้าตัวในการลงสนามนามทีมชาติ 11 นัดก่อนที่เกมจะตกเป็นของพวกเขาหลังจากนั้น


ไค ฮาแวร์ทซ์ มาแท็ปอินลูกเปิดของ นาบรี ที่หน้าปากประตูโล่งๆ เป็นลูกหนีห่าง 2-0 ในเวลาต่อมาก่อนที่ทั้ง  2 ทีมจะได้โอกาสส่องไปชนกรอบประตูหลังจากนั้นก่อนจนครึ่งแรกท่ามกลางฝนที่โปรยปราย


เกมในครึ่งหลังทั้งทัพ ดิมานชาฟท์ และ ลา อัลบิเซเลสเต้ พยายามผ่อนเกมลงและทยอยเปลี่ยนนักเตะสำรองลงมายืดเส้นยืดสาย และเป็น ลูคัส อลาริโอ กองหน้าของทีมเยือนที่โหม่งประตูไล่ตืตื้นให้กับพวกเขาเป็น 2-1 เมื่อผ่านครึ่งทางของครึ่งหลัง

FBL-GER-ARG-FRIENDLY

อลาริโอ หัวหอกจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ยังคงรักษาโมเมนตัมที่ร้อนแรงของตนเองไว้ได้ในช่วยท้ายเกมเมื่อกระชากบอลตะลุยฝ่าด่านแนวรับเจ้าบ้านเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่จะไหลต่อให้ ลูคัส โอคัมโปส ยิงผ่านมือ อันเดร แทร์-สเตเก้น เป็นประตูตีเสมอ 2-2 และจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว


เยอรมนี

tประเด็นหลังเกม

Joachim Low

เห็นได้ชัดว่า โยอาคิม เลิฟ ยังคงสานต่อแผนสร้างทีมชาติ เยอรมนี ยุคใหม่ด้วยบรรดานักเตะอายุน้อยหลังวิกฤตในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่พวกเขากระเด็นร่วงรอบแบ่งกลุ่ม และทรัพยากรของ เลิฟ ก็มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย


แทร์ สเตเก้น กลายเป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดในสนามด้วยอายุเพียง 27 ปี ขณะที่บรรดาฝูงอินทรีหนุ่มก็ไล่ขโยกพลพรรค ฟ้าขาว อย่างต่อเนื่องในโดยเฉพาะในช่วง 45 นาทีแรกด้วยแผงมิดฟิลด์ที่คล่องแคล่วกับแวนรับที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงแดนหน้าที่เฉียบขาดแม้ว่าจะขาดแข้งตัวหลักอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ก็ตาม


ทว่าหลังจากที่ทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตก เยอรมนี ก็ไม่สามารถรักษาจังหวะของตัวเองเอาไว้ได้ ลูกทีมของ เลิฟ ดูร้อนรนและเต็มไปด้วยการจ่ายบอลที่ผิดพลาดหลังจากนั้นจนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอในท้ายที่สุด


คะแนนนักเตะ

11 ผู้เล่นตัวจริง: แทร์ สเตเก้น (7); คลอสเตอร์มันน์ (7), ค็อช (7), ซือเล (8), ฮาลสเทนเบิร์ก (7); ชาน (6), ฮาแวร์ทซ์ (8), คิมมิช (8); บรันดท์ (7), วัลด์ชมิดท์ (6), นาบรี (8*)

ตัวสำรอง: อมิรี (6), เซอร์ดาร์ (6), รูดี้ (5)


คีย์แมน - แซร์จ นาบรี

Serge Gnabry

เป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากดาวเตะจาก บาเยิร์น มิวนิค รายนี้ที่คงความร้อนแรงต่อเนื่องกับบทบาทศูนย์หน้าที่คอยสอดส่อยหาพื้นที่ว่างเพื่อใช้ความรวดเร็วโจมตีใส่แนวรับของพลพรรค ฟ้าขาว ซึ่งการเล่นแบบไดเร็กต์ของเจ้าตัวดูจะมีประสิทธิภาพเมื่อประสานงานได้ลงตัวกับเพื่อนร่วมทีมและมีพื้นที่ให้เขาได้ลากตะลุย


อาร์เจนตินา

ประเด็นหลังเกม

Serge Gnabry,Nicolas Otamendi,Marcos Rojo

แม้จะไม่มีนักเตะอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร, ลิโอเนล เมสซี, อังเคล ดิ มาเรีย หรือ จิโอวานี โล เซลโซ แต่ทีมชาติ อาร์เจนตินา ก็ยังสามารถเอาตัวรอดในเกมนี้ได้


อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าทีมชุดนี้ของ ลิโอเนล สคาโลนี มีปัญหาในแนวรับเมื่อจับเอา นิโกลาส์ โอตาเมนดี้ ปักหลักคู่กับ มาร์กอส โรโฮ ซึ่งเซ็นเตอร์แบ็คจากค่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองให้ดีได้ดังเดิม แถมยังดูจะสูญเสียความมั่นใจเมื่อเล่นผิดพลาดให้เห็นจนต้องถูกถอดจากสนามหลังจบพักครึ่ง


ลูคัส อลาริโอ กลายเป็นทีเด็ดของพวกเขาในเกมนี้เมื่อกองหน้าจาก เลเวอร์คูเซน ลุกจากม้านั่งสำรองมาโหม่งพังประตูตีไข่แตกให้กับทีมก่อนที่เจ้าตัวจะลากตะลุยฝ่าแผงหลังของเจ้าบ้านไปแอสซิสต์ประตูตีเสมอช่วงท้ายเกม


คะแนนนักเตะ

11 ผู้เล่นตัวจริง: มาร์เคซิน (5); ฟอยธ์ (5), โอตาเมนดี้ (4), โรโฮ (4), ทาเกลียฟิโก้ (6); เปเรย์รา (6), ปาเรเดส (6), เดอ ปอล (7*), คอร์เรอา (5); ดิบาลา (4), มาร์ติเนซ (5)

ตัวสำรอง: โอคัมโปส (7), อคูนยา (7), อลาริโอ (7), ซาราเบีย (6)


คีย์แมน - โรดริโก้ เดอ ปอล

FBL-GER-ARG-FRIENDLY

แม้ ลูคัส อลาริโอ จะลงมาขโมยซีนมีส่วนร่วมกับ 2 ประตูตีเสมอของ อาร์เจนตินา แต่ห้องเครื่องของทีมอย่าง เดอ ปอล โดดเด่นทั้งในเกมรับและเกมรุกอย่างต่อเนื่องเมื่อเจ้าตัวมีส่วนร่วมกับการสกรีนเกมรุกของ เยอรมนี ก่อนจะหลุดไปถึงแดนหลัง รวมทั้งการปั้นเกมสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด