การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019/20
วันแข่งขันวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2019
เวลาแข่งขัน23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขันเอฟเวอร์ตัน 1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สนามกูดิสัน พาร์ค

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาคว้าชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 1-3 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก กาเบรียล เชซุส ในนาทีที่ 24 ริยาด มาห์เรซ นาทีที่ 71 และ ราฮีม สเตอร์ลิง ในนาทีที่ 84 ส่วนเจ้าถิ่นได้หนึ่งประตูตั้งแต่ในช่วงครึ่งแรก จาก โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน ในนาทีที่ 33 จบเกม แมนฯ ซิตี้ บุกมาคว้า 3 คะแนนได้ถึงถิ่น กูดิสัน พาร์ค 1-3

Riyad Mahrez

เริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นฝ่ายทีมเยือนที่ครองบอลบุกเข้าใส่ แต่เจ้าถิ่นก็ยังตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น แถมมีลูกสวนกลับที่หวังผลได้ตอบโต้อยู่ตลอด


จนกระทั่งนาทีที่ 24 เรือใบสีฟ้า ขึ้นนำก่อนจากจังหวะเปิดของ เดอ บรอยน์ เจ้าเก่า ไปให้ เชซุส โหม่งจ่อ ๆ เข้าไป ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0


จากนั้นไม่นาน นาทีที่ 33 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตีเสมอ จากการสวนกลับ นักเตะ เอฟเวอร์ตัน ทำชิ่งเข้าเขตโทษ โคลแมน ยกบอลข้ามตัว เอแดร์ซอน และเป็น คาลเวิร์ต-เลวิน ซ้ำตามน้ำเข้าไป 


ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก เสมอกันอยู่ 1-1

Dominic Calvert-Lewin,Rodrigo

เริ่มเกมในครึ่งหลังทั้งสองทีมยังคงเปิดเกมบุกหวังทำประตูให้ได้ โดยเป็น ซิตี้ ที่ทำได้ดีกว่า ได้ประตูออกนำเป็น 1-2 ในนาทีที่ 71 จากลูกฟรีคิกของ มาห์เรซ ปั่นเข้าเสาไกลสุดสวยให้ทีมขึ้นนำอีกครั้ง


นาทีที่ 84 แมนฯ ซิตี้ นำห่าง 1-3 จากจังหวะยิงของ อเกวโร ที่ไปติดเซฟของ พิตฟอร์ด ก่อนจะเป็น สเตอร์ลิง เข้ามาซ้ำเข้าไป


จากนั้นทั้งสองฝ่ายยิงประตูกันเพิ่มไม่ได้ จบ 90 นาที เรือใบ บุกมาอัด ท็อฟฟี 1-3 เก็บ 3 คะแนนได้ถึง กูดิสัน พาร์ค

Raheem Sterling


ประเด็นร้อนหลังเกม


อนาคตของ มาร์โก ซิลวา

ความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ เอฟเวอร์ตัน แพ้ในเกมลีก 3 นัดรวด และเป็นการแพ้ 4 จาก 7 เกมตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา หล่นลงมาอยู่อันดับที่ 15 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาใช้เงินกว่า 100 ล้านปอนด์ ซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเพื่อหวังสอดแทรกเข้าสู่พื้นที่ยุโรปให้ได้ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงเป็นงานที่หนักหนาอย่างยิ่งของพลพรรคเดอะท็อฟฟี ที่จะไต่อันดับขึ้นไปอยู่ 7 อันดับแรกเมื่อเสร็จสิ้นฤดูกาล


ซึ่งหนึ่งในคนที่จะถูกโยนความผิดไปให้เป็นคนแรกก็หนีไม่พ้น มาร์โก ซิลวา กุนซือชาวโปรตุกีสของทีมนั่นเอง ที่ทำทีมดิ่งลงเหวด้วยการพาทีมชนะแค่ 2 จากทั้งหมด 7 เกมในฤดูกาลนี้ อีกทั้งรูปแบบการเล่นก็ดูจะยังไม่เข้าที่เข้าทางสักเท่าใดนัก ยังหา 11 ผู้เล่นที่เหมาะกับเทคติกไม่ได้เสียที แน่นอนว่าจากผลงานอันยอดแย่นี้ ทำให้เขากลายมาเป็นตัวเต็งอันดับต้น ๆ ที่จะถูกปลดก่อนใครเพื่อนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทางเดียวที่จะรักษาเก้าอี้กุนซือเอาไว้ได้ก็คือ 3 คะแนน ในเกมต่อ ๆ ไป ทางเดียวเท่านั้น

Marco Silva

คะแนนนักเตะ แมนฯ ซิตี้


11 ผู้เล่นตัวจริง : เอแดร์ซอน (8), วอล์คเกอร์ (6.5), แฟร์นันดินโญ (7), โอตาเมนดี้ (6.5), ซินเชนโก้ (7), โรดรี (7), เดอ บรอยน์ (7.5), กุนโดกัน (6.5), สเตอร์ลิง (7), มาห์เรซ (8.5)*, เชซุส (7)


ตัวสำรอง : แบร์นาโด้ (6), ซิลบา (6), อเกวโร (6.5)


คีย์แมน - ริยาด มาห์เรซ


เกมนัดนี้ถือเป็นเกมที่ปีกชาวแอลจีเรีย กลับมาท็อปฟอร์มได้อีกวันหนึ่ง ด้วยทักษะการกระชากลากเลื้อย รวมถึงวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอล การสร้างสรรค์เกม วันนี้ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีฟรีคิกสุดสวยที่ยิงเสียบเสาเข้าไปอีกหนึ่งประตู เป็นเครื่องการันตีฟอร์มการเล่นในชั่วโมงนี้ของเขาได้เป็นอย่างดี


ซึ่งปกติแล้ว มาห์เรซ มักจะไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา แต่ชั่วโมงนี้เขาคือผู้เล่นริมเส้นอันดับหนึ่งของทีมไปเรียบร้อยแล้ว ต้องมาติดตามดูกันต่อไปว่า เขาจะรักษาฟอร์มการอันอันสุดยอดนี้ต่อไปได้หรือไม่ ไม่แน่ว่าเราจะได้เห็น ริยาด มาห์เรซ คนเดิมที่เป็นจอมถล่มประตูเหมือนสมัยที่พา เลสเตอร์ คว้าแชมป์พรีเมีย์ลีก อีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้

Riyad Mahrez


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด