การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019/20 รอบแบ่งกลุ่ม
วันแข่งขันคืนวันพุธที่ 18 กันยายน 2019
เวลาแข่งขัน02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขันปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-0 เรอัล มาดริด
สนามปาร์ก เดส์ แปรงส์

เปแอสเช ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกบิ๊กแมตช์นัดแรกของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อเปิดบ้าน ปาร์ก เดส์ แปรงส์ ถล่มเอาชนะ เรอัล มาดริด ขาดลอยด้วยสกอร์ 3-0


เจ้าบ้านออกสตาร์ทได้อย่างคึกคักและได้ประตูเบิกร่องตั้งแต่นาทีที่ 14 เมื่อ ฆวน เบร์นัต เติมขึ้นไปถึงสุดเส้นหลังที่กราบซ้ายก่อนจะตบกลับมาให้ อังเคล ดิ มาเรีย โฉบเข้ายิงในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเข้าเสาแรกตุงตาข่ายชนิดที่ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ น่าจะเซฟได้ดีกว่านี้

FBL-EUR-C1-PSG-REAL

ราชันชุดขาว ได้ลุ้นบ้างเมื่อได้โอกาสจาก เอเด็น อาซาร์ ยิงจากนอกกรอบเขตโทษหลุดกรอบไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นก่อนที่ ดิ มาเรีย จะเบิ้ลประตูที่ 2 ของตนเองเมื่อ อิดริสซา เกย์ ตัดบอลได้ที่แดนหน้า บอลไปเข้าทางปืนของดาวเตะ อาร์เจนไตน์ บริเวณกรอบเขตโทษก่อนซัดเข้าเสาแรกไม่พลาด เปแอสเช หนีเป็น 2-0 ในนาทีที่ 33


โลส บลังโกส สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายในช่วงท้ายครึ่งแรกโดย แกเร็ธ เบล แต่ถูก VAR จับแฮนด์บอลก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ดังกล่าว


รูปเกมในครึ่งหลังยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิมโดยที่เจ้าถิ่นสามารถครองเกมสร้างโอกาสได้มากกว่าท่ามกลางความโดดเด่นของ อิดริสซา เกย์ ในแดนกลางซึ่งสามารถดักเก็บจังหวะขึ้นเกมของ ราชันชุดขาว ได้หมด


คาริม เบนเซมา สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้แต่ก็ถูกล้ำหน้า ก่อนที่ในช่วงทดเวลบาดเจ็บ เปแอสเช จะมาได้ประตูตอกฝาโลงจากจังหวะ เบร์นัต หลุดไปเล่นกับ โตมาส์ มูนิเยร์ ก่อนที่จะเป็น มูนิเยร์ ซัดปิดท้ายให้ทีมเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0


ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ประเด็นหลังเกม

FBL-EUR-C1-PSG-REAL

เปแอสเช ออกสตาร์ทด้วยข้อจำกัดเมื่อพวกเขาไม่สามารถใช้งาน คิลเลียน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ จากปัญหาอาการบาดเจ็บและติดโทษแบนตามลำดับ ซึ่ง อังเคล ดิ มาเรีย แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในการครอบครองบอลรวมทั้งไปกับบอลด้วยตนเองจนกลายเป็นพระเอกของเกมนี้แทนที่ 2 สตาร์บิ๊กเนมจาก 2 ประตูที่เขาทำได้


คะแนนนักเตะ

ผู้เล่น 11 ตัวจริง: นาบาส (7); มูนิเยร์ (8), ซิลวา (7), คิมเป็มเบ้ (6), เบร์นัต (7); มาร์ควินญอส (7), เกย์ (9*), แวร์รัตติ (7); ซาราเบีย (7), อิคาร์ดี้ (7); ดิ มาเรีย (8)


ตัวสำรอง: ชูโป-โมติง (7), เอร์เรรา (6), ดิอัลโล (N/A)


คีย์แมน - อิดริสซา เกย์


เป็นเวลาเนิ่นนานหลายปีที่ เปแอสเช ไม่ประสบความสำเร็จในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เสียทีจนทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดหนึ่งในสโมสรที่มีแนวรุกระดับโลกเต็มทีมไม่สามารถก้าวขึ้นมาคว้าบัลลังก์แชมป์ยุโรปได้ เกมเมื่อคืนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า กานา เกย์ คือจิ๊กซอว์ที่จะเข้ามาเติมเต็มทีมของ โธมัส ทูเคิล


มิดฟิลด์ค่าตัว 30 ล้านปอนด์จาก เอฟเวอร์ตัน วิ่งพล่านไปทั่วทั้งสนามคอยตัดเกมแดนกลางของ เรอัล มาดริด ได้อย่างแข็งแกร่ง และเมื่อเขาเล่นร่วมกับทั้ง มาร์โก้ แวร์รัตติ กับ มาร์ควินญอส ยิ่งทำให้ส่วนผสมในแดนกลางของ เปแอสเช ลงตัวยิ่งขึ้นไปอีก


เรอัล มาดริด

ประเด็นหลังเกม

FBL-EUR-C1-PSG-REAL

ทัพ ราชันชุดขาว ไม่มีทีท่าว่าจะคัมแบ็คจากผลงานที่เลวร้ายเมื่อฤดูกาลก่อนได้โดยเฉพาะกับการแข่งขันบนเวที ยุโรป ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นในแดนกลางที่ไม่สามารถตามจังหวะของคู่แข่งได้ทั้น, ฟูลแบ็คซึ่งเลวร้ายสุดๆ และแดนหน้าที่มีเพียง แกเร็ธ เบล ที่สามารถหวังผลได้


คะแนนนักเตะ

ผู้เล่น 11 คนแรก: กูร์ตัวส์ (4); การ์บาฆาล (4), มิลิเตา (6), วาราน (5), เม็นดี้ (4); คาเซมิโร (5), โครส (4), ฮาเมส (7); เบล (7), เบนเซมา (6); อาซาร์ (4)


ตัวสำรอง: บาสเกวซ (5), โยวิช (6), วินิซิอุส จูเนียร์ (6)


คีย์แมน - แกเร็ธ เบล

สตาร์ทีมชาติ เวลส์ กลายเป็นส่วนเกินในทีมของ ซีเนดีน ซีดาน เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังคงอยู่กับ ราชันชุดขาว เช่นเดียวกับ ฮาเมส โรดริเกวซ ซึ่งทั้ง 2 คนกลายเป็นนักเตะที่ดูจะคาดหวังได้มากที่สุดของทีม


เบล โดดเด่นและกระตือรือล้นโดยเฉพาะในครึ่งแรกเมื่อสามารถเล่นงาน เบร์นัต ได้หลายต่อหลายครั้งจนสามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้ทว่าถูก VAR จับแฮนด์บอลไปเสียก่อน น่าเสียดายที่เจ้าตัวค่อยๆ เงียบหายจากเกมในครึ่งเวลาหลัง


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด