การแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก
วันแข่งขันคืนวันอังคารที่ 10 กันยายน 2019
เวลาแข่งขัน1.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขันอังกฤษ 5-3 โคโซโว
สนามเซนต์ แมรีส์

พลพรรคสิงโตคำราม เปิดรัง เซนต์ แมรีส์ ถล่ม โคโซโว 5-3 โดยทีมเยือนกระตุกหนวดเสือได้ประตูนำก่อนจาก วาลอน เบริชา ตั้งแต่นาทีที่ 1 จากนั้นเจ้าถิ่นเอาคืน 5 ประตูรวด จาก ราฮีม สเตอร์ลิง นาทีที่ 8 แฮร์รี เคน นาทีที่ 19 เจดอน ซานโช ทำสองประตู นาทีที่ 44, 45 และอีกหนึ่งประตูมากจากการทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่น โคโซโว ในนาทีที่ 38 ส่วนผู้มาเยือนยิงเพิ่มอีก 2 ลูกในช่วงครึ่งหลัง จาก เบริชา คนเดิมนาทีที่ 49 และจุดโทษของ เวดัต มูริกี ในนาทีที่ 55 ก่อนจบเกมด้วยสกอร์นี้ ทำให้ อังกฤษ ยังคงนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม แข่ง 4 นัด ชนะรวด มี 12 คะแนน


เริ่มเกมมาเป็นทีมเยือนออกนำไปก่อนตั้งแต่นาทีแรก จากจังหวะส่งบอลพลาดในแดนหลังของ ไมเคิล คีน โดน วาลอน เบริชา ฉกบอลเข้าไปยิงง่ายๆ โคโซโว นำ 0-1


จากนั้น อังกฤษ เร่งเครื่องหวังประตูตีเสมอและทำได้อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 8 จากลูกเปิดมุมและเป็น คีน แก้ตัวได้สำเร็จ โหม่งชงให้ สเตอร์ลิง โขกจ่อๆเข้าไป เสมอกัน 1-1

FBL-EURO-2020-QUALIFYING-ENG-KOS

ไม่กี่นาทีจากนั้น ทัพสิงโตคำราม ขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 19 จากจังหวะพลิกบอลสุดสวยของ สเตอร์ลิง ก่อนจ่ายให้ เคน กดเต็มข้อเข้าไปไม่พลาด


หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ ดูเหมือนเจ้าถิ่นจะเล่นด้วยความมั่นใจและไร้ความกดดัน จึงบวกเพิ่มได้อีก 3 ประตูในครึ่งแรก จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โวจ์โวด้า ในนาทีที่ 38 และ ลูกหลุดไปยิงง่าย ๆ สองลูกของ ซานโช ในนาทีที่ 44, 45 ซึ่ง สเตอร์ลิง เป็นคนจ่ายให้อย่างสวยงามทั้งสองลูก จบครึ่งแรกเจ้าบ้านขึ้นนำ 5-1

FBL-EURO-2020-QUALIFYING-ENG-KOS

เริ่มครึ่งหลังมาทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่กันมาขึ้น แต่เป็น โคโซโว ที่เฉียบคมกว่า ได้ประตูตีตื้น 5-2 ในนาทีที่ 49 จาก เบริชา คนเดิม จากจังหวะรับบอลในกรอบเขตโทษก่อนล็อกหนึ่งทีแล้วยิงด้วยขวาเสียบมุมอย่างงดงาม


ต่อมาไม่นานทีมเยือนได้ประตูไล่ขึ้นมาเป็น 5-3 จากลูกจุดโทษของ มูริกี ในนาที่ที่ 55 ก่อนเจ้าบ้านจะพยายามบุกหนักเพื่อยิงประตูเพิ่ม แต่ก็พลาดไปในจังหวะจบสกอร์หลายครั้ง รวมถึงการพลาดจุดโทษของ แฮร์รี เคน ที่ยิงไปติดเซฟของผู้รักษาประตูเข้าอย่างจัง ทำให้จบเกม อังกฤษ เปิดบ้านเอาชนะ โคโซโว ไปได้ 5-3 รั้งจ่าฝูงของกลุ่มต่อไป

Vedat Muriqi



ประเด็นร้อนหลังเกม


เห็นได้ชัดเจนว่าแผงหลังแบ็คโฟร์ชุดนี้ของทัพสิงโตคำราม ยังไม่ลงตัวเท่าที่ควร ทั้ง 2 เซ็นเตอร์อย่าง ไมเคิล คีน และ แฮร์รี แมคไกวร์ ยังมีข้อผิดพลาดที่ส่งผลให้ทีมเสียประตูแบบไม่น่าพลาดอยู่ เช่น ประตูขึ้นนำของ โคโซโว ที่ คีน เป็นคนจ่ายบอลเสียจนโดนฉกไปยิง รวมถึงลูกจุดโทษของทีมเยือน ก็ได้จากการที่ แมคไกวร์ เข้าสกัดบอลพลาด ทำให้ผู้เล่น โคโซโว ตัดบอลไปจนต้องทำฟาวล์ในที่สุด 


ส่วนแบ็คทั้งสองข้างวันนี้ ทั้ง เทรนท์ และ ชิลล์เวลล์ ก็เติมเกมบุกเพลินจนมีหลุดตำแหน่งให้เห็นอยู่บ่อยๆ ยังดีที่วันนี้เกมรุกค่อนข้างเข้าฝักเข้าฟอร์ม ทำให้ยิงตุนไว้ได้หลายประตู แต่ลองคิดเล่นๆว่าหากเป็นวันที่ผู้เล่นแนวรุกไม่อยู่ในฟอร์มที่ดี และทีมเสียถึง 3 ประตูแบบนี้ สิงโตคงคำรามไม่ออก เงียบกริบทั้งสนามแน่ๆ

Declan Rice,Michael Keane,Harry Maguire



คะแนนนักเตะ


ตัวจริง : พิคฟอร์ด(6.5), อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์(6.5), ชิลล์เวลล์(6.5), คีน(6), แม็คไกวร์(6), ไรซ์(6.5), เฮนเดอร์สัน(6.5), บาร์คลีย์(6.5), สเตอร์ลิง(8), เคน(7), ซานโช(7.5)


ตัวสำรอง : เมานท์(6), แรชฟอร์ด(6)


คีย์แมน - ราฮีม สเตอร์ลิง


​วันนี้โชคดีที่ครึ่งแรกปีกตัวจิ๋ว จาก ​แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดีกรีแชมป์เก่า ​พรีเมียร์ลีก ระเบิดฟอร์มสุดยอด มีส่วนร่วมถึง 4 จาก 5 ประตูที่ทีมทำได้ โดยเป็นการยิง 1 และแอสซิสต์ไป 3 แถมจังหวะลากเลื้อย ก็ใช้ความเร็วปั่นป่วนเกมรับของ โคโซโว ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายที่ สเตอร์ลิง มักจะถูกวิจารณ์ในจุดนี้ กลับทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเขาเล่นได้แบบนี้ทุกเกม บอกเลยว่า เป๊ป คงรักตายแน่นอน


แต่สิ่งที่ตลกคือพอกลับมาในครึ่งหลัง สเตอร์ลิง คนเดิมก็กลับมา เหมือบแบบช็อตไปดื้อ ๆ ทั้งยิงจ่อ ๆ ไม่เข้า ทั้งเพื่อนยืนโล่ง ๆ แต่ดันเลี้ยงไปไหนไม่รู้จนเสียบอล ครึ่งแรกสวมวิญญาณเดอะแบก แต่ครึ่งหลังกลับกลายเป็นคนละคนไปซะอย่างนั้น ทำพลาดแบบน่าโดนด่าในหลาย ๆ จังหวะ ยังดีที่ครึ่งแรกทำเอาไว้ดี ยิงตุนไว้ถึง 5 ประตู มิฉนั้นหากจบด้วยผลเสมอ หรือพ่ายแพ้ คนที่สมควรโดนตำหนิมากที่สุดคนหนึ่งก็คือเขานี่แหละ 

Jadon Sancho,Raheem Sterling


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด