เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวที่ทำให้บรรดาเด็กผีได้รู้สึกมีความหวังมากขึ้น เมื่อ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วางแผนที่จะคว้าตัว คริสเตียน เอริคเซน เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของคู่แข่งแย่งพื้นที่ ​แชมเปี้ยนส์ลีก อย่าง ​ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ในช่วงเดือนมกราคมหรือตลาดหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง


ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อในอังกฤษหลังจากได้เห็นฟอร์มอันแสนหดหู่ของพลพรรค เร้ดเดวิลส์ เมื่อผ่านไป 4 เกมใน ​พรีเมียร์ลีก 


อย่างที่ทราบกันดีว่าหลังผ่านเกมในเดือนสิงหาคม เราเริ่มมองเห็นปัญหาของทีม ปีศาจแดง ชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่พวกเขาเปิดฉากอย่างเร้าใจด้วยการถล่ม เชลซี ไปแบบสบายเท้า 4-0 ในเกมแรก


หลังจากนั้นอีก 3 นัดทั้งฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขันไม่ได้เป็นที่น่าประทับใจของบรรดาผู้ปวารณาตนเป็นเด็กผีซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเกมรุกที่หลังจากไล่บดบี้คู่แข่งในเกมแรกแล้ว จากนั้นก็ได้ชื่อว่า 'ดีแต่ป้อล่อไม่เป็น' ทั้งนั้น


สื่อและนักวิเคราะห์หลายสำนักเห็นตรงกันว่าเกมรุกของพวกเขานั้นแม้จะมีสปีดที่รวดเร็วจัดจ้านแต่ยังขาดความคมและจังหวะทีเด็ดทีขาด และที่สำคัญคือขาดการสร้างสรรค์เกมเมื่อเข้าสู่ภาวะที่ต้องการประตูเหมือนในช่วง 20 นาทีสุดท้ายในเกมกับ เซาแธมป์ตัน 


FBL-ENG-PR-SOUTHAMPTON-MAN UTD


พูดกันตรง ๆ ก็คือพวกเขายังไม่มี 'เพลย์เมคเกอร์' ที่มาช่วยเสกสรรค์ปั้นแต่งเกมในแดนหน้านั่นเอง


3 เกมแรกที่ โซลชา ส่ง เจสซี ลินการ์ด ลงสนาม เขาก็กลับออกมาพร้อมกับเสียงก่นด่าและคำสาปส่งเนื่องจากนักเตะรายนี้ทำตัวเป็น 'Invincible Man' หรือมนุษย์ล่องหนทุกครั้งเมื่อทีมต้องการความคิดสร้างสรรค์และทีเด็ดจากแถวสอง


แม้ว่าจะเปลี่ยนมาเป็น ฆวน มาต้า เพลย์เมคเกอร์จอมเก๋า แต่เจ้าตัวก็ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ทำได้เพียงการประคองตัวและช่วยทีมได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก


จึงไม่ต้องแปลกใจที่ข่าวเรื่องการทุ่มเงินกว่า 70 ล้านปอนด์เพื่อดึง เอริคเซน จะกระเด็นออกมาจากสื่อเมืองผู้ดี แม้ว่าในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาเจ้าตัวจะปฏิเสธย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เนื่องจากไม่อยากกลับมาเจอกับทีมเก่าของตัวเอง และตั้งใจอยากไปโลดแล่นในแผ่นดินกระทิงดุมากกว่า


แต่อย่างที่หลายคนบอกไว้ 'อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล' ขนาด โซล แคมเบลล์ ยังเคยย้ายจาก สเปอร์ ไป อาร์เซนอล หรือแม้แต่ ไมเคิล โอเวน ยังเคยย้ายซบอ้อมอกป๋ามาแล้ว นับประสาอะไรกับ เอริคเซน


Christian Eriksen


ดังนั้นช่วงที่เหลือ ณ ตอนนี้จนถึงปีใหม่ เอ็ด วู้ดเดวิร์ด จะต้องยายามตะล่อมทาง ไก่เดือยทอง และดาวเตะเดนนิชไปเรื่อย ๆ ทำยังไงก็ได้ให้ยอมใจอ่อนจรดปากกายอมรับข้อเสนอเมื่อเปิดตลาดปีใหม่ให้ได้


ระหว่างนี้เรื่องของแท็คติกก็เป็นงานของ โซลชา ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองไปพร้อมกับการทำให้ทีมมีทิศทางที่ดีขึ้น 


ไอเดียที่ถูกนำเสนอในช่วงที่ยังไม่มีเพลย์เมคเกอร์ธรรมชาติก็คือการดันเอา ปอล ป็อกบา ขึ้นมาเล่นหลังกองหน้าหรือให้อิสระในการทำเกมรุกมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเจ้าตัวโดนจับไปยืนคู่กับ สก็อต แม็คโทมิเนย์ ในแดนกลางในระบบ 4-2-3-1 ซึ่งยังไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ 


จริง ๆ แล้ว โซลชา เคยใช้มาแล้วในเกมล่าสุดกับ นักบุญ ในช่วงท้ายเกมที่เขาส่ง เนมันยา มาติช ลงมายืนคู่กับ แม็คโทมิเนย์ และดันสตาร์เฟร้นช์แมนขึ้นไปยืนทำเกมสูง ซึ่งก็ดูแล้วค่อนข้างได้ผล สามารถกดดันเจ้าบ้านได้เยอะแต่จบสกอร์กันไม่เป็นเอง


ลองปรับมาเล่นแผนนี้แล้วประคองกันไปเรื่อย ๆ ไม่แน่ว่าอาจจะคลิ๊กลงตัวโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มก็ได้


Paul Pogba,Pierre-Emile Hojbjerg


แต่ถ้าจะให้ชัวร์กว่านี้ก็อาจจะต้องมองหาเพลย์เมคเกอร์รายอื่นไว้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมด้วย เพราะได้ข่าวมาว่าไม่ได้มีแค่ ปีศาจแดง เท่านั้นที่พร้อมจะดึง เอริคเซน ไปร่วมทัพเนื่องจากมีข่าวจากฟากฝั่งสเปนมาว่า แอตเลติโก้ มาดริด ก็พร้อมจะกลับมาคุยกับ สเปอร์ส เรื่องกองกลางโคนมรายนี้เช่นกัน แถมดูแล้วน่าจะมีภาษีดีกว่าเพราะทุกอย่างตรงสเป็คที่นักเตะต้องการ


คิดแล้วก็ปวดหัวแทน โซลชา และ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน เพราะนี่แค่เริ่มเกมลีกไปเพียง 4 นัดพวกเขาก็เจอกับปัญหาสารพัดรุมเร้าแบบไม่ขาดสาย


ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือประคับประคองทีมไม่ให้แย่ไปกว่านี้ แก้ปัญหาและปรับเปลี่ยนกันไปตามสถานการณ์ และรอลุ้นในช่วงตลาดปีใหม่กันอีกที


อย่างไรก็ตามก็อย่าเพิ่งหมดหวังกันซะทีเดียว จับพลัดจับผลูทีมอาจดีขึ้นหลังช่วงพักเบรกก็ได้ เพราะอย่าลืมว่าเคยมีคนบอกเอาไว้ว่า


'อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล'


Ole Gunnar Solskjaer



สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด