การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019/20
วันแข่งขันวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2019
เวลาแข่งขัน21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผลการแข่งขันเชลซี 2-2 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ประเด็นร้อนหลังเกม


1. เชลซีต่างหากที่โชคดี

หากได้ติดตามดูถ่ายทอดสดเกมนี้ จะเห็นว่าเจ้าบ้าน สิงโตน้ำเงินคราม ขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่หมดครึ่งเวลาแรก แล้วจึงมาถูกทีมเยือนน้องใหม่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แก้เกมกลับมา ฮึดตามตีเสมอในช่วงครึ่งเวลาหลัง ต้องบอกว่าครึ่งแรก สิงห์บลู ทำได้ดีกว่าก็จริง ทั้งการครองบอล จังหวะเข้าทำประตู แต่ประตูที่ได้มานั้น ได้จากลูกส้มหล่นจากความผิดพลาดของผู้เล่น เชฟฯ ยูไนเต็ด ทั้ง 2 ลูก สิ่งนี้สื่อให้เห็นว่า ถ้าเกมรับของทีมเยือนไม่ผิดพลาดจนถูกลงโทษ เกมรุกของ เชลซี ในเกมนี้ ไม่สามารถทำอะไรแนวรับของทีมเยือนได้เลย ยิ่งในครึ่งหลัง ที่เป็นหนังคนละม้วนกับครึ่งแรกอย่างสิ้นเชิง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เล่นเกมสวนกลับได้อย่างน่ากลัว ในขณะที่ พลพรรคเดอะบลู กลับตั้งเกมของตัวเองไม่ติด ดังนั้นคงไม่เกินไปแน่หากจะบอกว่าเกมนี้ สิงห์บลู ต่างหากที่โชคดีมีแต้มติดไม้ติดมือ

Fikayo Tomori


2. ปัญหาเกมรับที่ยังแก้ไม่ตก

เกมนี้กุนซือ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในแนวรับ โดยการเรียกใช้งานดาวรุ่งอย่าง ฟิกาโย โทโมรี แทนที่ของ อันเดรส คริสเตนเซน ซึ่งต้องบอกว่าไม่ต่างกันเท่าใดนัก ทั่ง โทโมรี และ ซูมา ยังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอีกมากมาย โดยเฉพาะในรายของ เคิร์ท ซูมา ที่ฟอร์มขึ้นๆลงๆ แถมเกมนี้ยังทำเข้าประตูตัวเองในช่วงท้ายเกม ทำให้ทีมพลาดการเก็บ 3 คะแนนไปอย่างน่าเสียดาย


ซึ่งจาก 4 เกมที่ผ่านมา เชลซี เสียไปถึง 9 ประตู มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก โดยเป็นรองเพียงแค่ นอริช ทีมเดียวเท่านั้น นี่จึงเป็นสัญญาณว่าเกมรับของทีมขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว เพราะต่อให้เกมรุกดุดันเพียงใด แต่ถ้าแนวรับยังเสียประตูนัดละ 2-3 ลูกแบบนี้ อีกไม่นานเราคงไม่ได้เห็นชื่อ เชลซี ติดอยู่บนท็อป 6 ของตารางคะแนนอีกก็เป็นได้ 

FBL-ENG-PR-CHELSEA-SHEFFIELD


3. แฟนเชลซียังหวนคิดถึง อาซาร์

เมื่อปีก่อนๆในยามที่ทีมต้องการความเปลี่ยนแปลง คนแรกที่แฟนๆ สิงห์บลู จะนึกถึงก็คือ เอเดน อาซาร์ และแน่นอนเขาก็มักจะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่พอมาปีนี้ สตาร์ชาว เบลเยียม ย้ายจากไป แม้จะมีดาวรุ่งฝีเท้าดีดวงใหม่แจ้งเกิดในทีมมากมาย แต่ก็ยังไม่มีใครที่แฟนๆจะฟากความหวังไว้ได้ 100% เหมือนกับ อาซาร์ ทำ วิลเลียน ก็เริ่มโรยราตามวัยเช่นเดียวกับ เปโดร ส่วน พูลิซิช เมานท์ หรือแม้แต่ อับราฮัม ก็ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกพอสมควร 


ดังนั้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ แฟนบอลสิงโตน้ำเงินคราม จึงทำได้เพียงต้องอดทน และหวังว่าไม่นานหลังจากนี้ ดาวรุ่งเหล่านั้นจะเริ่มผลิดอกออกผล เติบโตเป็นกำลังสำคัญ พา เชลซี กลับสู่ความยิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง

FBL-EUR-C3-CHELSEA-ARSENAL-FINAL


4. 6 ประตู จาก 2 ดาวรุ่ง

เชลซีทำไปแล้วทั้งสิ้น 6 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยทุกประตูที่ทำได้นั้นมากจากผู้เล่นเพียง 2 คน และเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่อย่าง แทมมี อับราฮัม 4 ประตู และ เมสัน เมานท์ 2 ประตู ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าดาวรุ่งทั้งสองคนนี้ กลายเป็นกำลังสำคัญและเป็นตัวความหวังให้กับพลพรรคสิงโตน้ำเงินครามไปแล้วในซีซั่นนี้ 


สื่อต่างๆ รวมถึงแฟนบอล มักจะนำทั้งสองคนมาเปรียบเทียบกับตำนานสโมสรว่าเป็นนิว ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ นิว แฟรงค์ แลมพาร์ด ต้องมาติดตามดูกันว่าทั้งสองจะไปได้ไกลขนาดไหน จะทำได้อย่างที่แฟนๆคาดหวังกันหรือไม่ รอดูกันต่อไป

Mason Mount,Tammy Abraham

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด