เมื่อพูดถึงชื่อของ "มัลดินี" คนทั้งโลกย่อมรู้กันดีว่านี่เป็นนามสกุลของตำนานจากสโมสร ​เอซี มิลาน อย่าง เซซาเร และ เปาโล สองกองหลังพ่อ-ลูกผู้ยิ่งใหญ่สุดแห่งวงการลูกหนัง อิตาลี ที่ยากจะหาใครมาเปรียบเทียบไปตลอดกาล


อย่างไรก็ตามคอบอลในยุคนี้ส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับ เปาโล มัลดินี มากกว่าเพราะเกิดทันดูผลงานผ่านจอทีวีกันพอดี ขณะที่ตัว เซซาเร นั้นถือว่าหาชมเทปเก่า ๆ ยากพอสมควรแม้จะมี Youtube ให้ค้นหาแล้วก็ตาม

และหลังจากที่ เปาโล มัลดินี แขวนสตั๊ดไปด้วยวัย 41 ปีในวันจบฤดูกาล 2008-09 หลายคนคิดว่าชื่อของเขาคงจะถูกจารึกเอาไว้เป็นตำนานรุ่นสุดท้ายของตระกูลไปแล้วเพราะเหมือนจะไร้ผู้สืบทอดจริง ๆ จนกระทั่ง 10 ปีถัดมา เจ้าหนูดาเนียล ก็แสดงให้เห็นแบบเซอร์ไพร์สคอบอลว่า "เลือดพ่อมันแรง"


วันเดอร์คิดวัย 17 ปีผู้สืบทอดขีดจำกัดสายเลือดตระกูล "มัลดินี" ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงพรี-ซีซั่นฤดูกาล 2019-20 ให้กับ เอซี มิลาน จนน่าจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ถาวรภายใต้การดูแลของกุนซือ มาร์โก จามเปาโล ค่อนข้างชัวร์ 


คำถามคือ เจ้าหนูดาเนียล ซึ่งอายุน้อยมากอยู่จะสามารถต่อสู้กับแรงกดดันมหาศาลจากความคาดหวังที่ต้องแบกชื่อพ่อและปู่เอาไว้บนบ่าตัวเองไว้ได้แค่ไหน ?

อย่างไรก็ตาม พ่อและปู่ของเขาต่างก็เคยผ่านช่วงเวลาคล้าย ๆ กันในช่วงอายุใกล้เคียงกันมาก่อน ฉะนั้นน่าจะมีการเตรียมความพร้อมเอาไว้ให้ค่อนข้างดีแล้ว โดยเฉพาะคำแนะนำจาก เปาโล ผู้ที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางนี้ แถมยังอยู่บ้านเดียวกันซะด้วย ! (ส่วน เซซาเร เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2016 ด้วยวัย 84 ปี)


ประเด็นอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ตลอดช่วงเวลา 65 ปีที่ มัลดินี รุ่นก่อน ๆ ใช้สร้างชื่อขึ้นมาจนเป็นตำนานนั้นทั้ง เซซาเร และ เปาโล ต่างก็เป็นผู้เล่นกองหลังระดับโลกกันทั้งคู่ แต่พอมาถึงรุ่นที่ 3 อย่าง ดาเนียล เจ้าตัวดันกลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกโดยธรรมชาติซะอย่างนั้น !! 


**หมายเหตุ : อันที่จริงยังมีพี่คนโตอย่าง คริสเตียน มัลดินี อีกคนที่เล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คตามรอยรุ่นก่อน ๆ แต่ด้วยความที่ไม่ได้สร้างชื่อเสียงอะไรมากมายนักจึงขอข้ามและยกรุ่นที่ 3 ไปให้ ดาเนียล แทน

"ดาเนียล เป็นเพลย์เมคเกอร์ No.10 ที่มีพรสวรรค์สูงและทำประตูได้มากมายมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ยอมรับว่าผมรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อยนะเพราะครอบครัวเราตั้งแต่รุ่นพ่อของผมคือทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นกองหลังกันหมด มีแค่เขาคนเดียวที่แตกต่างออกไป" เปาโล มัลดินี กล่าว


"อย่างไรก็ตาม ดาเนียล มีทักษะหลากหลายด้านเช่นเดียวกับผม คาแรคเตอร์นี่แทบจะถอดแบบกันมาเลย รวมถึงความแข็งแกร่งทางกายภาพด้วยซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีนะ"


ในฐานะที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ผลงานของ ดาเนียล มัลดินี เมื่อสองปีก่อนตอนอยู่ชุด U-17 ของ เอซี มิลาน ก็คือยิงได้ 13 ประตูจากการลงเล่น 28 นัด ส่วนฤดูกาลที่แล้วตัวเลขดร็อปลงนิดหน่อยเหลือแค่ 10 ลูกจาก 26 เกม แต่ผลงานโดยรวมกลับโดดเด่นขึ้นจนเข้าตา มาร์โก จามเปาโล เข้าอย่างจังโดยไม่มีเรื่องของเส้นสายเกี่ยวข้อง ก่อนจะพาตะลุยทัวร์พรี-ซีซั่นไกลถึงสหรัฐอเมริกา

และหากใครได้ติดตามดูเกมของ มิลาน ในช่วงซัมเมอร์จนถึงตอนนี้จะเห็นว่า มัลดินีรุ่นที่ 3 สร้างสรรค์โอกาสเข้าทำให้สองกองหน้าอย่าง คริสซ์ตอฟ เปียเต็ก กับ ซามู คาสติเญโฆ ได้อย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน จนทำให้หลายฝ่ายมั่นใจว่าดีพอสำหรับทีมชุดใหญ่แล้วจริง ๆ


ขณะเดียวกันก็มีกูรูผู้วิเคราะห์หลายท่านมองว่าการแจ้งเกิดของ ดาเนียล มัลดินี อาจจะเป็นเหมือนชะตาฟ้าลิขิตเพราะ วงการลูกหนังอิตาลีเองก็ห่างหายจากการมีเพลย์เมคเกอร์ระดับโลกมานานแล้วนับตั้งแต่ช่วงที่ เดล ปิเอโร กับ ต็อตติ โรยราลงไป พระเจ้าแห่งโลกฟุตบอลจึงส่งเด็กหนุ่มผู้ครอบครองนามสกุล "มัลดินี" ลงมาเพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่เพื่อกระตุ้นให้ลีกกัลโชฯ และทีมชาติกลับมาคึกคักอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ยุคสมัยนี้วงการลูกหนังมันก้าวไปข้างหน้าไวมากจริง ๆ ฉะนั้นอะไรที่เกิดเป็นกระแสขึ้นมาในวันนี้ก็อาจถูกลบเลือนไปได้ในชั่วพริบตาเช่นกัน ฉะนั้นต้องให้เวลาเป็นตัวทดสอบว่า ดาเนียล มัลดินี จะเป็นลูกไม้ใต้ต้นแล้วสานต่อความยิ่งใหญ่อย่างที่พ่อกับปู่เคยทำเอาไว้ได้หรือไม่ มาเอาใจช่วยกัน !!


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด