​ผลการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 นัดที่ 23 


เชียงใหม่ เอฟซี 2 - 1 ชลบุรี เอฟซี 

- สิงห์ สเตเดี้ยม , เชียงราย 

0-1 กฤษดา กาแมน (9')    1-1 เอฟสัน ปาทริซิโอ (22')    2-1 เอลิอันโดร (90+4')

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  เอลิอันโดร ดอส ซานโตส (บราซิล , เชียงใหม่ เอฟซี) 


ราชบุรี มิตรผล 1 - 1 พีทีที ระยอง 

- มิตรผล สเตเดี้ยม , ราชบุรี  

0-1 วิคเตอร์ คาร์โดโซ (จุดโทษ 42')    1-1 ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ (48')

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  ฮาเวียร์ ปาตินโญ่ (ฟิลิปปินส์ , ราชบุรี มิตรผล) 


สุโขทัย เอฟซี 1 - 1 พีที ประจวบ 

- ทุ่งทะเลหลวง สเตเดี้ยม , สุโขทัย 

0-1 เมารินโญ่ (55')    1-1 โจเอล ซามี (69')

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  จอห์น บาจโจ้ (มาดากัสการ์ , สุโขทัย เอฟซี) 


ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 2 - 0 ชัยนาท ฮอร์นบิล 

- สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต , ปทุมธานี 

1-0 สรรวัชญ์ เดชมิตร (48')    2-0 วานเดอร์ วุยซ์ (64') 

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  วานเดอร์ วุยซ์ (บราซิล , ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) 


การท่าเรือ เอฟซี 2 - 0 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 

- แพต สเตเดี้ยม , กรุงเทพฯ 

1-0 สุมัญญา ปุริสาย (59')    2-0 โจซิมาร์ โรดริเกส (90') 

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  บดินทร์ ผาลา (ไทย , การท่าเรือ เอฟซี) 


สมุทรปราการ ซิตี้ 0 - 3 เชียงราย ยูไนเต็ด 

- สนามกีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย บางพลี , สมุทรปราการ 

0-1 เอกนิษฐ์ ปัญญา (42')    0-2 วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ (50')    0-3 วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ (66') 

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ (ไทย , สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)


นครราชสีมา มาสด้า 1 - 1 สุพรรณบุรี เอฟซี 

- สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 , นครราชสีมา 

1-0 อมาดู ออตตารา (15')    1-1 มีโชค มหาศรานุกุล (40') 

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  อมาดู ออตตารา (ไอโวรีโคสต์ , นครราชสีมา มาสด้า)


ตราด เอฟซี 0 - 1 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 

- สนามกีฬากลางจังหวัดตราด , ตราด 

0-1 นาเซอร์ บาราซิต (84')

แมน ออฟ เดอะ แมตซ์  :  สุภโชค สารชาติ (ไทย , บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) 





ในที่สุด ชัยชนะเกมลีกในรอบหนึ่งเดือนของแข้งเทพก็เกิดขึ้น หลังชนะใครไม่เป็นมา 4 นัดก่อนนี้ ช่วงต้นของเกมนี้ไม่ต่างกับเกมก่อน ๆ มากนัก แบงค็อก ไม่ค่อยมีมิติในการทำเกมรุกได้แต่เคาะไปเคาะมา แต่ก็อาศัยความผิดพลาดของทีมเยือน จนเกือบได้ประตูหลายครั้ง ทั้งจากได้ยิงโล่งข้ามคาน และ ยิงเต็มข้อไปชนคาน ของ วานเดอร์ ลุยซ์ 


ทว่าทีมเยือนก็ได้โอกาสตอบโต้มาหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูได้ จบครึ่งแรกด้วยผลเสมอ 0-0 ทำให้เกมลีกในรังเหย้าของแบงค็อก 5 เกมหลังสุดรวมเกมนี้ ไม่มีการทำประตูเกิดขึ้นในครึ่งแรกเลย 


ครึ่งหลังเริ่มมาไม่นาน แข้งเทพ มาได้ประตูปลดล็อกจาก สรรสัชญ์ เดชมิตร ในนาทีที่ 48 หลังจากนั้นทรงเกมกลายเป็นของเจ้าบ้านทันที โดยปล่อยให้ทัพนกใหญ่ ได้ครองบอลทำเกมเข้าใส่ และพวกเขาก็รอจังหวะโต้กลับสวย ๆ สิ่งที่พวกเขาต้องการก็เป็นผล เมื่อได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จาก วานเดอร์ ลุยซ์ ที่ได้ยิงเน้น ๆ บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ 


หลังจากนั้นเจ้าถิ่นเล่นเกมรับเป็นส่วนใหญ่ ฟูลแบ็คอย่าง วันชัย จารุนงคราญ และ เอกชัย สำเร แทบไม่ได้ขึ้นมาถึงกลางสนาม โดยแม้ทีมเยือนจะได้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้มีจังหวะสร้างสรรค์เกมบุกมาเล่นงานเจ้าถิ่นมากนัก นอกจากจังหวะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี ได้ปั่นไซต์ก้อยโค้ง ๆ ด้วยด้วยขวา ก่อนจะไปติดเซฟของ ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด จบเกมเป็น 3 คะแนนของ ทรู แบงค็อก 





ท้ายที่สุด ฟอร์มอันร้อนแรงของ ทัพกิเลนผยองก็มาพังลงด้วยน้ำมือของการท่าเรือ ทำให้สิงห์เจ้าท่าภายใต้การคุมทัพโค๊ชโชค ยังคงไร้พ่ายต่อไป และชนะในลีกได้ถึง 3 จาก  4 เกมหลังสุด  


เริ่มเกมม เมืองทอง พยายามตรึงกำลังเล่นเกมรับให้เหนียวแน่นและรอจังหวะสวนกลับ ทว่าในจังหวะสวนกลับเร็วแทบเล่นงานเกมรับของการท่าเรือไม่ได้ ต้องหวังพึ่งความสามารถในการลากเลื่อยของ เฮเบอร์ตี้ หรือใช้ความสูงใหญ่ของ เดอเลย์ ในการพักบอล ขณะที่เจ้าถิ่นตอบโต้มาน่ากลัวหลายครั้ง โดยเฉพาะฝั่งของ บดินทร์ ผาลา ที่พยายามเล่นงานเกมรับฝั่งขวาในตำแหน่งของ ศุภนันท์ บุรีรัตน์ และ วัฒนา พลายนุ่ม 


เกมรับของทีมเยือนมาพังลงใน 15 นาทีแรกของครึ่งหลัง นิติพงษ์ เสลานนท์ แทงบอลให้ เซร์กิโอ ซัวเรส หลุดมาทางฝั่งขวา ก่อนเปิดหักมาให้ สุมัญญา ปุรีสาย ได้ยิงด้วยขวาเข้าไปง่าย ๆ  หลังจากนั้นแม้ เมืองทอง จะพยายามบุกตอบโต้มามากขึ้น แต่ก็ไม่เป็นผล มาเสียประตูที่สอง ในช่วงท้ายเกม จากจังหวะที่ โจซิมาร์ ตัดบอลจาก อดิศักดิ์ ไกรษร ก่อนได้ยิงด้วยซ้ายเต็ม ๆ บริเวณหน้ากรอบเขตบอล บอลเข้าไปเป็นประตูปิดกล่อง มอบ 3 คะแนน ให้การท่าเรือ รั้งอันดับ 3 มีเพิ่มเป็น 40 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง บุรีรัมย์ 4 คะแนน ขณะที่ เอสซีจี เมืองทอง จอดอยู่ที่อันดับ 6 แต้มหยุดอยู่ที่ 33 คะแนน 


การท่าเรือ เป็นทีมแรกในปีนี้ ที่เอาชนะ เมืองทองได้ ทั้งไปและกลับ โดยในนัดแรกสามารถบุกไปชนะ กิเลนผยอง ที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม ได้ 2-1 และ ยังสามารถเก็บชัยชนะกับเมืองทอง ได้ถึง 3 นัด หากรวมในรายการ เอฟเอ คัพ เมื่อเดือนก่อน 2-0 





เขี้ยวสมุทร จากที่เคยเป็นม้ามืดประจำฤดูกาล แต่ด้วยการยืนระยะที่รักษาความคงเส้นคงวาไม่ได้ ทำให้พวกเขาแทบหลุดจากสารบบลุ้นแชมป์อย่างเป็นทางการ 


เกมนี้ เป็นเกมที่เปิดแลกกันได้สนุกเพราะต้องการสามคะแนนทั้งคู่ แต่ความเฉียบคมเป็นของ กว้างโซ้ง ที่บุกขึ้นมาอันตรายสร้างความอันตรายได้ตลอด โดยเฉพาะฝั่งของ วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ โดยวันนี้ เชียงราย ได้สามประตู จาก เอกนิษฐ์ ปัญญา หนึ่งลูกในช่วงครึ่งแรก และสองประตูของ วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ในครึ่งหลัง 


เชียงราย กลับมาเก็บชัยชนะได้สำเร็จ หลังหลุดเสมอ ราชบุรี ในบ้านนัดก่อน โดยมีเพิ่มเป็น 43 คะแนน รั้งรองจ่าฝูง ตามหลัง บุรีรัมย์ 1 คะแนน ขณะที่ สมุทรปราการ ซิตี้  แพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน หล่นไปอยู่อันดับ 5 มีอยู่ 35 คะแนน 





ปราสาทสายฟ้า สามารถเก็บชัยชนะ และกลับไปอยู่จ่าฝูงได้สำเร็จ หลังลงเล่นเป็นคู่สุดท้ายของสัปดาห์ ทว่าประตูเพียงเดียวของเกม กลายเป็นประตูปัญหา จากจังหวะเล่นเร็วของ อันเดรส ตูญเญซ ก่อนถึง นาเซอร์ บาราซิต ได้จบสกอร์เป็นประตู 


เกมนี้ ต้องเลื่อนการแข่งขันไปหลายนาที เนื่องจากฝนที่ตกมาอย่างหนัก ทำให้สภาพสนามไม่พร้อมใช้งาน เมื่อเกมเริ่มแข่งได้ สนามก็เต็มไปด้วยน้ำที่ระบายออกไม่หมด ส่งผลอย่างหนักถึงจังหวะต่อบอลเท้าต่อเท้า และเล่นบอลกับพื้น เกมส่วนใหญ่เป็นการสาดบอลยาวไปมา และใช้จังหวะแตะบอลเร็วของผู้เล่นหลายคน ทำให้เกมขาดอรรถรสไปมาก 


และที่มาของประตูเจ้าปัญหา ก็มาเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม จังหวะที่ บุรีรัมย์ ได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ กองหลังชาวเวเนซุเอลา จะจ่ายบอลเร็ว จากบอลที่ทั้งไม่นิ่ง และไม่ตรงจุด บอลไปถึง นาเซอร์ บาราซิต ได้หลุดไปชิพบอลมุมแคบข้ามผู้รักษาประตู เข้าไปในนาทีที่ 84 


จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้เล่นของตราด เอฟซี แสดงความไม่พอใจกันอย่างมาก จนมีการวอร์คเอาท์ เกิดขึ้น และไม่มีแนวโน้มที่เกมจะเริ่มต่อไปได้อยู่พักนึง รวมถึงอารมณ์ของแฟนบอลในสนาม ที่แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ก่อนที่สุดท้ายผู้เล่นของตราดจะกลับไปในสนามเพื่อดำเนินเกมให้จบ 


ชัยชนะนัดนี้ ทำให้บุรีรัมย์ สามารถบุกมาเอาชนะ ตราด เอฟซี ได้เป็นครั้งที่สองของสัปดาห์ หลังเคยบุกมาเอาชนะ ตราด ในการดวลจุดโทษมาแล้ว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในรายการช้าง เอฟเอ คัพ 


3 คะแนนนัดนี้ ส่ง ปราสาทสายฟ้ามีเพิ่มเป็น 44 คะแนน รั้งจ่าฝูงของตารางหลังผ่านไป 23 นัด โดยนำหน้ารองจ่าฝูงอย่าง สิงห์ เชียงราย 1 คะแนน ขณะที่ ตราด เอฟซี แพ้ 3 จาก 4 นัดหลังสุดในลีก แต้มหยุดอยู่ที่ 29 คะแนน รั้งอันดับ 9 ของตาราง 



 

ตารางคะแนนหลังจบเกมนัดที่ 23 


​​