FBL-COPA AMERICA-2019-BRA-ARG

บราซิล 2-0 อาร์เจนตินา : เก็บตก 5 ประเด็นร้อนหลังศึก โคปา อเมริกา รอบรองชนะเลิศ



โคปา อเมริกา 2019 รอบรองชนะเลิศ

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019
บราซิล 2-0 อาร์เจนตินา

มิเนเรา, มินาส เกราอิส ประเทศบราซิล



5. ความเป็นไปและรูปเกม


บราซิล เป็นฝ่ายที่ดูจะมีสมดุลในทีมมากกว่ากับรูปแบบการเล่น 4-2-3-1 โดยมี อาร์ตูร์ กับ คาเซมิโร เป็นหัวใจในแดนกลาง ขณะที่ อาร์เจนตินา ออกสตาร์ทแบบกล้าๆ กลัวๆ กับแผนการเล่น 4-3-1-2 โดยมีกองกลางประเภทไล่บี้คู่แข่งเรียงหน้ากระดาน 3 คนและ ลิโอเนล เมสซี สอดส่ายหาพื้นที่ว่างเพื่อปั้นเกม


ทั้งสองทีมเปิดหน้าไล่บีบพื้นที่ชิงจะหวะอย่างหนักหน่วงพร้อมกับโมเมนตัมของเกมที่สามารถพลิกได้ทุกเมื่อจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าภาพจะเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าและทำประตูขึ้นนำได้ก่อนจาก กาเบรียล เชซุส หลังจากนั้น อาร์เจนตินา พยายามเร่งเครื่องเพื่อหาจังหวะทำประตูตีเสมอและหาโอกาสได้จากจังหวะฉาบฉวยแต่ไม่ก็สามารถยิงผ่านมือ อลิลซอน เบ็คเกอร์ ไปได้ก่อนที่พวกเขาจะโดนฝัง 2-0 ในครึ่งหลังจาก โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน

4. เกมระดับ 5 ดาวของแท้


7 ใบเหลืองปลิวว่อนในเกมนี้การันตีถึงความดุเดือดเลือดพล่านได้เป็นอย่างดีและต้องยกนิ้วให้ผู้ตัดสินชาว เอกวาดอร์ ร็อดดี้ แซมบราโน ที่สามารถคุมเกมให้ไปเลยเถิดขณะที่ยังคงไหลลื่นไปตามจังหวะการเล่นของผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสของทั้งสองทีม


นอกจากนี้เรายังได้เห็นการโชว์ลีลาและทักษะความสามารถเฉพาะให้เห็นเพลินตาตามสไตล์ฟุตบอลอเมริกาใต้ รวมถึงการฟาดฟันอย่างไม่มีใครยอมใครจากศักดิ์ศรีที่ค้ำคอของทั้งสองฝั่ง

3. สคาโลนี ไม่เด็ดเดี่ยวมากพอ


เครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ถูกโยนให้กับ ลิโอเนล สคาโลนี นายใหญ่ทัพ ฟ้าขาว วัย 41 ปีเมื่อดร็อปผู้เล่นระดับโลกอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย และ เปาโล ดิบาลา ไว้ที่ข้างสนามและผู้เล่นในทีมตัวจริงไม่สามารถงัดฟอร์มที่น่าประทับใจออกมาได้


แม้ ดิ มาเรีย จะถูกเปลี่ยนตัวลงสนามตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แต่จนแล้วจนรอด สคาโลนี ต้องรอจนถึงนาทีที่ 85 หลังเสียประตูที่ 2 ไปแล้วกว่าสิบนาทีจึงจะส่ง เปาโล ดิบาลา ลงเล่นอย่างเสียไม่ได้ 


ขณะที่การถอดเอามิดฟิลด์ประเภทไล่บี้ดับเครื่องชนที่ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้ง อคูนยา กับ เดอ พอล ออกจากสนามก็น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่า สคาโลนี ตัดสินใจผิดพลาดตั้งแต่ต้นเกมเมื่อทีมไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างเกมรับและเกมรุกเอาไว้ได้

2. เมสซี ยังคงอาภัพกับ ฟ้าขาว


15 ปีหลังเทิร์นโปรและรับใช้ทีมชาติ อาร์เจนตินา เกียรติยศที่ ลิโอเนล เมสซี สามารถนำพามาให้กับทีมได้ต้องย้อนกลับไปถึงปี 2008 กับเหรียญทอง โอลิมปิด หรือแชมป์ ฟุตบอลโลก ยู-20 เมื่อปี 2005 อันไกลโพ้น เจ้าตัวดูราวกับต้องคำสาปกับทัพ ฟ้าขาว จนไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จใดๆ ได้เลยหลังจากนั้นแม้ว่าจะไร้เทียมทานในระดับสโมสรกับ บาร์เซโลนา ก็ตาม


เกมนี้นับว่ากองกลางห้องเครื่อง 3 คนของ ลา อัลบิเซเลสเต้ ไม่สามารถลำเลียงบอลถึงแดนหน้าให้กับ เมสซี ได้ รวมกับเกมริมเส้นที่ไร้ปีกธรรมชาติขณะที่แบ็คสองข้างทั้ง ฟอยธ์ และ ทาเกลียฟิโก้ ดูจะไร้ประโยชน์ในเกมรุกอย่างสิ้นเชิงทำให้การทิ้ง เมสซี ไว้ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกนั้นแทบไม่สามารถหวังผลใดๆ ได้จากการไล่บี้ติดของทั้ง อาร์ตูร์ และโดยเฉพาะ คาเซมิโร จนทำให้สตาร์จาก บาร์เซโลนา รายนี้ต้องลงมาล้วงบอลต่ำบางจังหวะถีงวงกลมกลางสนาม


อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสและพื้นที่อันน้อยนิด เมสซี ยังคงสร้างช็อตหวือหวามหัศจรรย์เรียกเสียงฮือฮาให้เห็น แต่ท้ายที่สุดเขาและเพื่อนร่วมทีมก็ไม่ดีพอที่จะสร้างจุดเปลี่ยนให้กับ อาร์เจนตินา ได้

1. ใครจะหยุด บราซิล อยู่


การได้ปักหลักเป็นเจ้าภาพในทัวร์นาเมนต์และฟอร์มระดับเขี่ย อาร์เจนตินา ตกรอบได้ทำให้ความมั่นใจของบรรดานักเตะ บราซิเลียน สูงขึ้นเป็นทวีคูณ และไม่ว่าพวกเขาจะเจอกับ ชิลี แชมป์เก่าหรือ เปรู ม้ามืดก็ดูจะน่าเป็นห่วงคู่แข่งของพวกเขาเหลือเกินว่าจะสามารถรับมือกับทีมที่แกร่งทั่วแผ่นอย่างทัพ เซเลเซา ได้ดีแค่ไหน

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด