ตอนนี้ใครมาเป็นกุนซือ ​สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คงต้องมีอาการปวดหัว ตัวร้อน นอนไม่หลับเป็นแน่แท้ เพราะหลังจากที่โชว์ผลงานสุดเห่ยด้วยการจบเพียงอันดับ 6 ในศึก​ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อดไปเล่นใน ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปีหน้า พวกเขายังมีปัญหามากมายตามมาในช่วงปิดฤดูกาล


แน่นอนว่าคนที่ต้องนั่งอมทุกข์ที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น โอเล กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมเจ้าของฉายา 'เดอะเบบี้เฟซ' ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นนายใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 


จากผลงานอันย่ำแย่ทำให้ โซลชา ต้องยกเครื่องทัพ ปีศาจแดง ใหม่เกือบยกชุด ซึ่งเมื่อฟังดูแล้วก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะทุกทีมก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น


อย่างไรก็ตามสิ่งที่กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนต้องเจอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าในขณะที่เขากำลังพยายามปรับปรุงและพัฒนาทีมในช่วงซัมเมอร์ ปัญหาต่าง ๆ ที่ยังคั่งค้างมาตั้งแต่ฤดูกาลปกติก็ยังคงไม่ได้รับการสะสาง รวมทั้งปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงตลาดซื้อขาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้กุนซือหน้าเด็กสามารถหน้าแก่ได้เพียงไม่กี่เดือน


เริ่มจากปัญหาแรกที่คั่งค้างมาตั้งแต่ก่อนปิดซีซันนั่นคือ ปัญหาของบรรดาซุปเปอร์สตาร์ตัวพ่อทั้งหลายของทีม ได้แก่ ดาบิด เด เคอา, อเล็กซิส ซานเชซ, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี มาร์กซิยาล และ ปอล ป็อกบา


FBL-ENG-PR-NEWCASTLE-MAN UTD


ชื่อเหล่านี้คือกำลังหลักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกือบทั้งหมดคือชุดดับเบิ้ลแชมป์เมื่อปี 2017 และชุดรองแชมป์เมื่อปี 2018 แต่เมื่อซีซันก่อนกลายเป็นว่าพวกเขากลับไม่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้ แถมยังมีเรื่องงอแงให้ปวดหัวอีกด้วย


ไล่มาตั้งแต่ เด เคอา ที่มีเรื่องขอขึ้นค่าเหนื่อยให้เท่ากับ อเล็กซิส และเรื่องการย้ายไปเล่นต่างแดนซึ่งเจ้าตัวก็มีข่าวกับ เปแอชเช อยู่เนือง ๆ 


รายของ แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล ก็เคสเดียวกันคือเรื่องการย้ายทีม ซึ่งทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าหมายของบรรดายักษ์ใหญ่มาตั้งแต่ช่วงปลายซีซัน จนทำเอาฟอร์มเป๋ไปช่วงหนึ่งเหมือนกัน


ส่วน อเล็กซิส ก็เป็นปัญหาเดิม ๆ คือยังหาฟอร์มการเล่นเหมือนสมัยที่อยู่กับ อาร์เซนอล ไม่เจอ ซีซันที่ผ่านมาลงสนามไปเกือบ 30 นัด ยิงได้เพียงประตูเดียว ซึ่งน้อยกว่าการลงเล่นใน โคปาอเมริกา ซึ่งกำลังฟาดแข้วงกันอยู่ในขณะนี้ โดย ซานเชซ ซัดให้ ชิลี ไปแล้ว 2 ประตูจากการลงสนาม 2 นัด


รายสุดท้ายที่น่าจะเป็น 'มหากาพย์' แน่นอนในช่วงตลาดซัมเมอร์ นั่นก็คือ ปอล ป็อกบา ที่ตอนนี้ตกเป็นข่าวกับ เรอัล มาดริด และ 'รังเก่า' อย่าง ยูเวนตุส จนมีข่าวว่าบอร์ดบริหารของ แมนยู ก็อยากขายสตาร์ตัวพ่อรายนี้โดยตั้งค่าหัวไว้ที่ 150 ล้านปอนด์เลยทีเดียว


FBL-ENG-PR-MAN UTD-CARDIFF


ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าชะตาของสตาร์เหล่านี้จะจบลงกันอย่างไร เพราะใน ​ตลาดซื้อขายนักเตะ มีข่าวลือมากมายออกมาไม่เว้นแต่ละวัน คงต้องรอเปิดตัวชูเสื้อหรือประกาศอย่างเป็นทางการกันอีกที


ปัญหาต่อมาที่ โซลชา ต้องกุมขมับรอบสองก็คือ เรื่องการงบประมาณในการช้อปปิ้งในช่วงซัมเมอร์


เอ๊ด วู้ดเวิร์ด รองประธานฝ่ายบริหารออกมาบอกว่าสโมสรมีงบให้ใช้จ่ายเพียง 100 ล้านปอนด์ และถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็ต้องหาทางขายสตาร์ในทีมออกเสียก่อน


เรื่องนี้เลยโยงไปหา ปอล ป็อกบา อย่างเสียมิได้ เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่าพวกเขาตั้งราคาของสตาร์แชมป์โลกไว้ที่ 150 ล้านปอนด์ หาก ราชันชุดขาว หรือ ม้าลาย กล้าทุ่ม ก็จะทำให้ ปีศาจแดง มีเงินในการเอาไปซื้อสตาร์ที่ต้องการได้


แฟนผีบางคนอาจจะรู้สึกหงุดหงิดใจที่ว่าทำไมทีมใหญ่ขนาดนี้ถึงมีงบให้แค่ 100 ล้าน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะอย่าลืมว่าประการแรก ยูไนเต็ด ไม่ได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก และยังมีเรื่องกฎไฟแนนชียลแฟร์เพลย์ที่คอยควบคุมการใช้เงินของสโมสรในยุโรป ทำให้พวกเขาต้องมีการใช้จ่ายที่ระมัดระวังพอสมควร


และหากย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ซีซันที่ผ่านมาก็ถือว่าทีม ปีศาจแดง ทุ่มเงินในตลาดนักเตะอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการทำลายสถิติโลกคว้า ป็อกบา ด้วยเงิน 89 ล้านปอนด์ จากนั้นก็ทุ่มเงินซื้อ เอริค ไบญี, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ และ อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่ง 3 คนนี้รวมกันก็เกือบ 100 ล้านปอนด์ และเมื่อรวมกับเหตุที่ชวดการไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยแล้วทำให้ต้องใช้เงินอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น


FBL-ENG-PR-MAN UTD-CHELSEA


ปัญหาอีกประการที่ต้องเจอก็คือ ค่าตัวของบรรดานักเตะที่อยู่ในลิสต์ที่ โซลชา ต้องการนั้นถือว่ามันมหาศาลเสียเหลือเกินในตอนนี้


เป้าหมายที่พวกเขาต้องการอย่างมากทั้ง คาลิดู คูลิบาลี, แฮร์รี แม็คไกวร์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า 3 คนนี้รวมกันคาดว่าไม่ต่ำกว่า 180 ล้านปอนด์ โดยเฉพาะ 2 รายแรกที่มีข่าวมาตั้งแต่ซีซันที่แล้วนั้นมีข่าวลือออกมามากมายว่า ยูไนเต็ด อาจจะต้องยอมจ่ายร่วม ๆ 150-180 ล้านปอนด์ ถ้าอยากได้ทั้งคู่มาร่วมทีม


ถามว่าทำไมค่าตัวของนักเตะที่หมายปองจึงพุ่งสูงขนาดนี้  สาเหตุก็คงมาจากเรื่องเดียวกันคือ การที่ไม่ได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งหากนักเตะเหล่านี้ยอมย้ายมาเล่นที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องลงเล่นใน ยูโรป้าลีก หนึ่งซีซัน การจะหาเหตุมาจูงใจให้สตาร์เหล่านี้ย้ายมาเล่นในถ้วยใบเล็กของยุโรปมันก็มีแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นี่แหล่ะที่พอจะเอามาหลอกล่อได้


นี่ยังไม่นับค่าเหนื่อยระดับแสนปอนด์ที่จะต้องจ่ายในสัญญาอีกต่างหากด้วย


มาถึงปัญหาสุดท้ายที่วกมาเข้าตัวของ โอเล กุนนาร์ โซลชา เองนั่นก็คือ 'บารมีและฝีมือ' ของนายใหญ่วัย 46 ปี


หลังการยื่นสัญญา 3 ปีให้กับกุนซือ 'เบบี้เฟซ' เมื่อวันที่ 28 มีนาคม กลายเป็นว่าผลงานในการคุมทีมชั่วคราวที่เคยเปล่งปลั่งกลับรูดมหาราชแพ้มัน 6 จาก 10 เกมหลังสุด แบ่งเป็นการพ่ายใน พรีเมียร์ลีก ถึง 4 นัดและ แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่เจอกับ บาร์เซโลนา อีก 2 นัดทั้งไปและกลับ 


Ole Gunnar Solskjaer


ฟอร์มการคุมทีม 18 นัดหลังเข้ารับงานชั่วคราวจนถึงก่อนได้รับการแต่งตั้งถาวร โลชา พา ปีศาจแดง เอาชนะคู่แข่งได้ถึง 14 นัด เสมอ 2 นัดและแพ้ไปเพียง 2 นัดเท่านั้น


สื่อหลายสำนักวิเคราะห์ว่าเพราะผู้จัดการทีมจากสแกนดิเนเวียร์ 'บารมี' ไม่ถึง และแก้เกมไม่เป็น จึงทำให้เมื่อเข้าสุดช่วงโค้งสุดท้ายผลงานของทีมจึงหลุดโค้งรถผ้าป่าคว่ำหน้าวัดเสียอย่างนั้น


รวมทั้งการที่บรรดาซูเปอร์สตาร์ต่างออกอาการงอแงทั้งขอขึ้นเงินค่าเหนื่อยและขอย้ายทีม ซึ่งเรื่องนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นหากเป็นกุนซือมากประสบการณ์และมีบารมีมากพอที่จะควบคุมนักเตะตัวพ่อเหล่านี้ได้


และด้วยเหตุนี้อาจจะเป็นที่มาของข่าวที่ว่าทาง โซลชา ต้องการนักเตะประเภทยังไม่ดัง หรือใกล้จะดัง และเป็นพวกโฮมโกรน รวมทั้งดาวรุ่งเข้าสู่ทีม เพราะน่าจะคุมง่ายและกระหายในการลงเล่นมากกว่า


ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ 'เดอะเบบี้เฟซ' จะต้องเร่งสะสางเพื่อเดินหน้าทำทีมในแบบที่เขาต้องการ เพราะหากลากยาวจนเข้าสู่ช่วงพรีซีซัน การเตรียมทีมและวางแท็คติกก็อาจจะทำได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจจะส่งผลระยะยาวไปจนถึงช่วงเปิดฤดูกาลอีกรอบ


เด็กผีคงต้องเอาใจช่วยอดีตฮีโร่ในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 1999 ให้ผ่านพ้นเรื่องยาก ๆ ในซัมเมอร์นี้ไปให้ได้ มิเช่นนั้นกว่าจะได้ลืมตาอ้าปาก 'เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ' อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ 'คู่ปรับตลอดกาล' อย่าง ลิเวอร์พูล คงโกยความสำเร็จไปไกลแล้วก็เป็นได้


Ole Gunnar Solskjaer,Pep Guardiola



สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด