Ross Barkley

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 3-1 ทีมชาติอังกฤษ (ต่อเวลาพิเศษ) : เก็บตกทุกประเด็นหลังเกม เนชันส์ ลีก


การแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ลีก ลีกเอ รอบรองชนะเลิศ

คืนวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2019

ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 3-1 ทีมชาติอังกฤษ

สนามเอสตาดิโอ ดี อฟอนโซ เอนริเกส์, กิมาเรส, ประเทศโปรตุเกส



5. เดอ ลิกท์ ยังต้องเรียนรู้


แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่จรัสแสงที่สุดในโลกลูกหนังเวลานี้ แต่เห็นได้ชัดว่า มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ กองหลังวัยเพียง 19 ปียังคงต้องอาศัยเวลาอีกพักใหญ่เพื่อบ่มเบาะความเขี้ยวในเชิงฟุตบอลให้มากขึ้น


เจ้าตัวแสดงความผิดพลาดให้เห็นเมื่อเป็นคนเป็นคนทำฟาวล์ใส่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จนเสียจุดโทษจากจุดเริ่มต้นที่เขาทำบอลเสียก่อนที่เจ้าตัวจะแก้ตัวได้สำเร็จเมื่อทำประตูตีเสมอจากลูกโหม่งที่เขาเทคตัวขึ้นเหนือทั้ง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ จอห์น สโตนส์ ขึ้นโขกเหน่งๆ อย่างเด็ดขาด

4. ส่วนผสมในแดนกลางของ สิงโตคำราม ที่ยังไม่ลงตัว


แม้ว่าพลพรรค ทรีไลอ้อนส์ จะมีแข้งที่ทุกตำแหน่งมีชื่อชั้นที่น่าตื่นตาตื่นใจแต่ปัญหาของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ดูจะอยู่ที่การหาวิธีการจัดการส่วนผสมในแผงมิดฟิลด์ให้กลมกล่อม


ไม่ปฎิเสธว่าการจัดทัพอย่าง ดีแคลน ไรซ์ ประสานงานร่วมกับ ฟาเบียน เดลฟ์ และ รอสส์ บาร์คลีย์ นั้นดูเข้าทีบนหน้ากระดาษท่ามกลางผู้เล่นเต็มทีมที่เหนื่อยล้ามาจากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่จนแล้วจนรอดทั้งสามคนไม่สามารถรักษาโมเมนตัมในแดนกลางเอาไว้ได้กระทั่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม


แถมยังเป็น บาร์คลีย์ ที่มีช็อตผิดพลาดจากการเซ็ตเกมที่แดนหลังจนเป็นสาเหตุของการเสียประตูที่สามอีกด้วย

3. เดอ ยอง โคตรคลาส


กลายเป็นเกมที่ดาวเตะ บาร์เซโลนา วัย 21 ปีโดดเด่นที่สุดในสนามเกมนี้ เจ้าตัวทำได้เกินอายุทั้งการตัดบอล ครอบครองบอล รวมทั้งการแทงบอลทะลุช่องจากกลางสนาม


เจ้าตัวยังมีสถิติผ่านบอลสำเร็จ 105 ครั้ง, สัมผัสบอล 128 ครั้ง, 5 แท็คเกิล และ เก็บบอลได้ 13 ครั้ง มากที่สุดในสนาม

2. ซานโช กลายเป็นแข้งที่ ทรีไลอ้อนส์ ขาดไม่ได้


หลังจากที่ดาวเตะวัย 19 ปีสังกัด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติ อังกฤษ ตั้งแต่เมื่อปลายปีก่อน แฟนบอลหลายคนคาดหวังว่าเขาจะกลายมาเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ ทรีไลอ้อนส์ เมื่อเติบโตเต็มที่ ทว่า เจดอน ซานโช แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมที่จะเป็นคีย์แมนของทีมตั้งแต่ตอนนี้ทันที


เจ้าตัวเป็นแข้ง สิงโตคำราม ที่วูบวาบที่สุดในเกมนี้จากความรวดเร็วและความสามารถเฉพาะตัวซึ่งสามารถเล่นงานแนวรับของ เนเธอร์แลนด์ ทุกครั้งที่ได้รับบอล แถมยังมีช็อตแตะลอดขา เดอ ลิกท์ ทำเอาเสียเชิงอีกด้วย

1. ทิ้งความผิดพลาดไว้เบื้องหลัง


2 ประตูที่ อังกฤษ เสียไปในช่วงต่อเวลาพิเศษอันเป็นที่มาของความพ่ายแพ้ในเกมนี้เกิดจากความผิดพลาดส่วนตัวของนักเตะอย่าง จอห์น สโตนส์ และ รอสส์ บาร์คลีย์ ซึ่งพวกเขาจะถูกสื่อเล่นใหญ่จากช็อตเหวอดังกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย


สิ่งต่อมาที่อาจเกิดขึ้นคือการถูกโจมตีวิธีการเซ็ตเกมจากแดนหลังที่พวกเขาใช้ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นวิธีการที่เสี่ยงต่อความผิดพลาด แต่ฟุตบอลในยุคสมัยใหม่โดยเฉพาะในทีมท็อปซิกซ์ พรีเมียร์ลีก ที่เหล่าแข้งส่วนใหญ่ของทีมชาติ อังกฤษ สังกัดอยู่ล้วนแต่ใช้รูปแบบการเล่นดังกล่าวด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งมันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถต่อยอดไปสู่การทำประตูได้หากจังหวะทุกอย่างลงตัวอย่างที่เราเคยเห็นในลีก


สิ่งที่ เซาธ์เกต ต้องทำคือเรียกความมั่นใจให้กับนักเตะกับรูปแบบเซ็ตเกมดังกล่าวให้ได้โดยเร็วก่อนที่จะทำศึกชิงอันดับที่ 3 กับ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์นี้

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด