การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ 2019
วันแข่งขันวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2019
เวลาแข่งขัน19:45 น.
ผลการแข่งขันทีมชาติไทย 0-1 ทีมชาติเวียดนาม
สนามช้าง อารีนา จังหวัดบุรีรัมย์
ถ่ายทอดสดไทยรัฐทีวี

ทีมชาติไทย ไม่อาจฝ่าด่านเข้าไปขิงชนะเลิศกับ ทีมชาติกือราเซา สำเร็จเมื่อเป็นฝ่ายปราชัยต่อ ทีมชาติเวียดนาม จากการเสียประตูในนาทีสุดท้ายของเกม


ออกสตาร์ทในครึ่งแรก เป็นทัพ มังกรทอง ที่ออกสตาร์ทได้อย่างคึกคักเมื่อพวกเขาพยายามวิ่งไล่บีบพื้นที่สูงที่แดนบน ป้องกันไม่ให้ทัพ ช้างศึก ตั้งบอลจากแดนหลังได้อย่างถนัดถนี่ พร้อมกับการทุ่มเทวิ่งเข้าอัดใส่อย่างต่อเนื่องจนทำให้เกมของ ไทย ไม่ปะติดปะต่อนัก

จังหวะเหน่งๆ ในครึ่งเวลาแรก 2 ครั้งเกิดจากจังหวะฉายฉวยที่ ศุภชัย ใจเด็ด ได้ยิงไปชนเสาจังๆ ตามด้วย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ได้ยิงเฉี่ยวเสาหลุดกรอบออกไปเพียงนิดเดียว ขณะที่ เวียดนาม ดูจะหวือหวามากกว่าแต่ไม่ได้มีโอกาสจบสกอร์เหน่งๆ นัก

เริ่มต้นครึ่งหลัง ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ส่งเอา สุมัญญา ปุริสาย ลงมาแทนที่ สารัช อยู่เย็น

เกมเริ่มตกเป็นของ ทีมชาติไทย เมื่อถึงหนึ่งชั่วโมงแรกของเกมพร้อมกับจังหวะที่พยายามเร่งเครื่องมากขึ้น จน ธีราทร สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายสำเร็จจากลูกฟรีคิกทว่าผู้ตัดสินจับฟาวล์ อดิศักดิ์ ในกรอบเขตโทษไปก่อน

ช่วงท้ายเกม โค้ชโต่ย ส่งเอา ศุภณัฐร์ เหมือนตา ดาวรุ่งวัย 16 ปีลงมาแทนที่ ศุภชัย ใจเด็ด แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถเจาะตาข่าย เวียดนามได้ กระทั่งในนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ เหงียน อันห์ ดิค โหม่งจากลูกเตะมุมตรงตัว กวินทร์ แต่นายทวารจาก โอเอช ลูเวิน ไม่สามารถปัดบอลได้พ้นก่อนบอลจะข้ามหัวเป็นประตูชัยของทัพ ดาวทอง


คะแนนนักเตะทีมชาติไทย

11 นักเตะตัวจริง : กวินทร์ (6), พรรษา (6), สุพรรณ (6), อดิศร (5), ทริสตอง โด (6), สารัช (5), ธนบูรณ์ (7) ธีราทร (6), ฐิติพันธ์ (6), สุภโชค (6), ศุภชัย (6)

ตัวสำรอง : สุมัญญา (7), ศุภณัฐร์ (N/A)


คีย์แมนทีมชาติไทย


สุมัญญา ปุริสาย ที่เป็นตัวสำรองในเกมนี้ถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ สารัช อยู่เย็น หลังผ่านช่วงพักครึ่งลงมาทำให้จังหวะของเกมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อ เจ้าตั๊ก จาก การท่าเรือ เอฟซี เคลื่อนที่หาพื้นที่รับบอลได้ดีรวมทั้งยังมีช็อตแทงคิลเลอร์พาสจากแถวสองให้ได้ลุ้นในพื้นที่สุดท้าย และโดดเด่นในการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมที่บริเวณพื้นที่ฮาล์ฟสเปซทั้งสองฝั่ง


ประเด็นที่เราเรียนรู้หลังเกม

อาการกดดันเมื่อถูกบีบไล่พื้นที่ - แนวรับของทีมชาติไทยพยายามที่จะเซ็ตเกมจากแดนหลังแต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาออกอาการกดดันยามที่ถูกบรรดาผู้เล่นของ เวียดนาม วิ่งไล่ล่าบีบพื้นที่อย่างหนักหน่วง ซึ่งเมื่อขาดการประสานงานที่ดีจากผู้เล่นในแผงมิดฟิลด์ รวมกับการวางบอลยาวขึ้นไปยังแดนหน้านั้นไม่สามารถเก็บได้ก็ทำให้ ทัพช้างศึก ดูจะไร้จินตนาการโดยเฉพาะในครึ่งแรก

เกมรุกยามไร้ ชนาธิป - ไร้ข้อกังขาสำหรับเพลย์เมคเกอร์สังกัด คอนซาโดเล ซัปโปโร กับทีมชาติไทย แต่เมื่อทีมต้องไร้ดาวเตะจากจังหวัด นครปฐม ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทัพ ช้างศึก มีปัญหาในการพลิกบอลโดยเฉพาะใน 45 นาทีแรก ซึ่ง โค้ชโต่ย ก็แก้ปัญหาดังกล่าวโดยการส่ง สุมัญญา ลงมาทำหน้าที่ดังกล่าวได้น่าประทับใจ แต่เป็นที่น่าคิดว่า ไทย ต้องมีแผนสองที่ดีกว่านี้เมื่อต้องเจอกับคู่แข่งในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าในอนาคตเมื่อต้องไร้ ชนาธิป

ศักดิ์ศรีอาเซียน - แม้จะเป็นแมตช์เทียบเท่าการแข่งขันกระชับมิตรแต่ดีกรีความร้อนแรงไม่ได้ลดถอยลงไปเลยเมื่อเป็นการพบกันของทีมชาติเบอร์ต้นๆ ของภูมิภาค อาเซียน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งทางของครึ่งหลังที่มีจังหวะเดือดหลังการเข้าปะทะกันอย่างหนักหน่วง


3 วันเดอร์คิดไทยพิสูจน์ตัวเอง - ศุภชัย ใจเด็ด (20 ปี), สุภโชค สารชาติ (21 ปี) มีชื่อออกสตาร์ทเป็นตัวจริงที่แดนหน้าในเกมนี้แทนที่แข้งจอมเก๋าอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา กับ สุมัญญา ปุริสาย และโชว์ฟอร์มได้อย่างเกินอายุเมื่อหลายจังหวะสามารถเอาตัวรอดจากการเข้าปะทะของผู้เล่น เวียดนาม ได้ดีรวมทั้งมีช็อตหวือหวาให้เห็น แม้โดยรวมยังต้องการเห็นจังหวะที่เด็ดขาดและแข็งแกร่งกว่านี้แต่ก็นับว่าทัพ ช้างศึก มีแข้งรุ่นใหม่ที่สามารถเป็นตัวแทนของรุ่นพี่ได้ในอนาคตระยะยาว

​​ขณะที่ ศุกณัฐร์ เหมือนตา สร้างประวัติศาสตร์ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงท้ายเกมด้วยวัยเพียง 16 ปี แม้จะไม่มีเวลามากพอให้สร้างจังหวะอันตรายได้แต่ก็นับเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหนูรายนี้ในระยะยาว


ภาพประกอบบทความจาก : ​ช้างศึก


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดหากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด