FBL-ENG-PR-FULHAM-LIVERPOOL

ฟูแล่ม 1-2 ลิเวอร์พูล : 5 เรื่องต้องรู้หลังเกมการแข่งขัน






ลิเวอร์พูล เอาตัวรอดเก็บสามแต้มสำคัญได้อย่างหวุดหวิด เมื่อบุกชนะ ฟูแล่ม 2-1 จากจุดโทษในช่วงท้ายเกมของ เจมส์ มิลเนอร์ ทำให้พวกเขาแซง แมนฯ ซิตี้ กลับขึ้นไปรั้งจ่าฝูงอีกครั้งด้วยคะแนนที่มากกว่า 2 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 นัด


แน่นอนว่าเกมนี้มีเรื่องให้พูดคุยอีกเช่นเคย ไปดูกันดีกว่าว่าหลังเกมนี้มีอะไรให้พูดถึงบ้าง




5. สถิติหลังเกมและรูปเกมโดยรวม

สถิติหลังเกมเจ้าบ้าน ฟูแล่ม มีโอกาสยิงประตู 7 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง และมีเปอร์เซนต์การครองบอลอยู่ที่ 37 เปอร์เซนต์ ทางฝั่ง หงส์แดง ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงประตู 16 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง และมีเปอร์เซนต์การครองบอลอยู่ที่ 63 เปอร์เซนต์


ลิเวอร์พูล ดูเนือย ๆ ในเกมเยือนมา 3 นัดติด แต่ล่าสุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก บุกสอย บาเยิร์น ได้แบบน่าประทับใจ ก็มีการคาดว่าน่าจะปลดล็อก มีแรงส่งในเกมนี้


ฟูแล่ม ดูอันตรายในเกมทางซ้ายที่มี ไรอัน บาเบิล ทำเกม เล่นเอา เทรนต์ อาโนลด์ ปั่นป่วนพอสมควรเลยทีเดียว


ฟูแล่ม เล่นอย่างอดทนและรอ ลิเวอร์พูล พลาดกันเอง และส่งสัญญาณเตือนด้วยการส่งบอลเข้าประตูได้แต่เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน ฟูแล่ม สวนกลับ น่ากลัวตลอด มีได้ยิงไกลให้ เบ็คเกอร์ ต้องออกแรงเซฟด้วย เป็นช่วงที่แนวรับ ลิเวอร์พูล มีอาการรวนจัดระเบียบเกมรับกันไม่ทัน


เกมนี้ติด ๆ ขัดพอสมควรสำหรับ หงส์แดง แต่ยังดีที่มาได้จุดโทษในช่วงท้ายเกม และเป็น เจมส์ มิลเนอร์ ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเป็นประตูชัยให้กับทีม

4. แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ติดเครื่อง

เป็นอีกหนึ่งเกมที่แบ็คซ้ายกัปตันทีมชาติ สก็อตแลนด์ เล่นได้อย่างโดดเด่น ลีลาการเติมเกมรุกวันนี้ต้องชื่นชมเลยว่าทำได้ดีจริง ๆ เพราะเติมขึ้นมาทีไรได่้ลุ้นทุกที 


จังหวะติดเครื่องกระชากพาบอลทะลุขึ้นไปแดน ฟูแล่ม มีให้เห็นบ่อย อาจจะเป็นด้วยแท็คติกของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่สั่งเดินเกมรุกแบบไม่กั๊ก 


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อเสียก็เห็นได้อย่างชัดเจนเหมือนกันเพราะเจอ เกมสวนกลับ ฟูแล่ม ที่มีความเร็วของ ไรอัน บาเบิล คอยกระชากทำเกมรุก ทำเอาหลาย ๆ ครั้ง แนวรับ ลิเวอร์พูล และ โรเบิร์ตสัน จัดระเบียบตั้งรับกันแทบไม่ทัน


สถิติหลังเกมของง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

โอกาสยิงประตู 1 ครั้ง

เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ 84 เปอร์เซนต์

3. โม ซาลาห์ อย่าให้ คล็อปป์ ต้องร้าย

หากพูดถึงชื่่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แน่นอนว่านี่คือความหวังของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในแนวรุก ด้วยฟอร์มการเล่นยิงถล่มทลายเมื่อซีซัน่ก่อน บวกด้วยทักษะระดับเวิลด์คลาส


มันอาจจะดูไม่แฟร์เท่าไหร่เมื่อความหวังของทีมยิงประตูไม่ได้ติดต่อกันแล้วจะดร็อปเป็นตัวสำรอง ใช่ครับผมก็ว่ามันไม่แฟร์หรอก แต่อย่าลืมว่ายังมีผู้เล่นที่รอโอกาสอยู่ข้างสนามเช่นกัน


เกมวันนี้ โม ซาลาห์ ก็ไม่ถือว่าไร้ประโยชน์เพราะปั่นป่วนแนวรับของ ฟูแล่ม เป็นว่าเล่น แต่เมื่อมองถึงระบบทีม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่มีทีมเวิร์คร่วมกับทีมเลย หลายจังหวะที่เจ้าตัวได้บอลก็ตั้งหน้าตั้งตาพาบอลกระชากไม่มองเพื่อนร่วมทีมเลย


อย่าหาว่าทับถมนักเตะเลยก็แล้วกัน โม ซาลาห์ ควรที่จะให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมทีมมากกว่านี้หน่อย มันจะเป็นผลดีกับทั้งตัวเขาเองและทีม


สถิติหลังเกมของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โอกาสยิงประตู 5 ครั้ง เข้ากรอบ 3 ครั้ง

เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ 89 เปอร์เซนต์

แย่งบอลสำเรจ 4 ครั้ง

2. สถิติน่าสนใจหลังเกม

- ประตูขึ้นนำ 1-0 ของ ลิเวอร์พูล จาก ซาดิโอ มาเน่ ทำให้ตอนนี้ มาเน่ ยิงไปแล้ว 9 ประตูตลอดเกม พรีเมียร์ลีก ในปี 2019 ซึ่งทำได้เทียบเท่ากับ เซร์คิโอ อเกวโร ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และรับเป็นประตูที่ 17 ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และยังทำลายสถิติเป็นผู้เล่นชาวเซเนกัลที่ยิงใน พรีเมียร์ลีก ได้มากที่สุดต่อหนึ่งซีซั่น โดยก่อนหน้านี้สถิติเดิมเป็นของ เดมบา บา ทำไว้ 16 ประตูตอนซีซั่น 2011-12


- เจมส์ มิลเนอร์ รยิงจุดโทษเข้าลูกที่ 13 จาก 14 ครั้งหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเวลา เจมส์ มิลเนอร์ ยิงประตูได้ต้นสังกัดของพี่แกไม่เคยแพ้ใน พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 51 เกมติดต่อกัน

1. พรรคนี้แบกหน่อยนะ

ช่วงนี้คงต้องพึ่งพาเขาหน่อย เพราะอยู่ในช่วงที่คึกแบบสุด ๆ มั่นใจใช้ได้ ทำไปทำมากลายเป็นว่า ซาดิโอ มาเน่ ขยับมาลุ้นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกคนแบบงง ๆ  เพราะล่าสุดยิงใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 17 ประตู เท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตามหลังอันดับ 1 อย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ อยู่เพียงประตูเดียวเท่านั้น 


สถิติหลังเกมของ ซาดิโอ มาเน่

โอกาสยิงประตู 2 ครั้ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู

เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ 84 เปอร์เซนต์

เลี้ยงผ่านสำเร็จ 2 ครั้ง




 สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆหากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด