ย้อนรอยรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ลีก 2018/19 (2/2)

หลังจากที่ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย 4 คู่แรกเตะกันไปแล้วในอาทิตย์ก่อน คราวนี้ถึงตา 4 คู่หลังกันบ้างที่จะลงทำศึกรอบน็อคเอาท์นัดแรกในฤดูกาล 2018/19


เพื่อเป็นการโหมโรงศึกชิงจ้าวยุโรป เราจะไปย้อนดูกันหน่อยว่าทั้ง 16 ทีมที่ผ่านมา แต่ละทีมเจออะไรมาบ้าง 

1. โอลิมปิก ลียง


เส้นทางที่ผานมา : 

ลียง โดนจับให้อยู่ร่วมกลุ่มเอฟกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ชัคตาร์ โดเน็ตสก์ และ ฮอฟเฟนไฮม์ และเปิดตัวในรอบแบ่งกลุ่มอย่างสวยงาม ด้วยการบุกไปชนะเต็ง 1 ของกลุ่มอย่าง ซิตี้ 2-1 หลังจากนั้นพวกเขาต้องใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เมื่อเจ๊าทีเดียว 5 นัดรวด โชคดีของพวกเขาที่ ชัคตาร์ หรือ ฮอฟเฟนไฮม์ ไม่สามารถเก็บแต้มแซงได้ นั่นทำให้ ลียง เข้าป้ายด้วยอันดับ 2 ในกลุ่มนี้ แม้จะมีเพียง 8 คะแนนก็ตาม


นักเตะที่น่าจับตา : 

นาบิล เฟกีร์ โชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ แม้มีข่าวว่าเจ้าตัวอยากจะย้ายออกจากทีมใจจะขาด โดยในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา เฟกีร์ ซัดไป 3 ประตู และทำอีก 2 แอสซิสต์ ส่วนในเกมลีก เขายิงไป 8 ประตู โดย 6 ประตูเกิดขึ้นใน 9 เกมหลังสุดนี้เอง รวมถึงประตูชัยดับ แก็งก็อง ในเกมล่าสุดด้วย

2. บาร์เซโลนา

 

เส้นทางที่ผานมา : 

บาร์เซโลนา โดนจับไปอยู่กลุ่มบี ร่วมกับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, อินเตอร์ มิลาน และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ซึ่งพวกเขาก็ยังโชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง ชนะรวด 3 เกมแรกจนจ่อเข้ารอบแบเต็มที ยิงได้ 10 ประตู และเสียไป 2 ลูกเท่านั้น


เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังของรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาก็ยังทำผลงานได้ดี เริ่มจากบุกไปยันเสมอ อินเตอร์ 1-1 บุกเชือด พีเอสวี 2-1 ก่อนจะกลับมาเจ๊า สเปอร์ส 1-1 ทะยานสู่รอบต่อไปด้วยการไม่แพ้ใครเลยในรอบนี้


นักเตะที่น่าจับตา : 

ลีโอเนล เมสซี อาจจะฟอร์มตกไปบ้างในเดือนนี้ แต่กองหน้าหมายเลข 1 ของทีมยังคงเป็นตัวอันตรายที่สุดเสมอ ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร หรือแข่งชิงถ้วยใบไหนก็ตาม เมสซี ยิงในรอบแบ่งกลุ่มไป 6 ประตู ยิงในลีกได้ 8 นัดติดต่อกันก่อนจะมาสะดุดในเกมกับ แอธเลติก บิลเบา ก่อนจะแก้ตัวได้ด้วยการยิงประตูโทนเชือด บายาโดลิด และเมื่อนับรวมทุกรายการ เขายิงรวมกันไป 30 ประตู จาก 30 นัด เข้าไปแล้ว

3. ลิเวอร์พูล

 

เส้นทางที่ผานมา : 

รองแชมป์เก่าเจองานหนักตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคู่ต่อสู้ของพวกเขาเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง, นาโปลี และ เรดสตาร์ พวกเขาออกสตาร์อย่างสวยงาม เมื่อสามารถเก็บ 3 แต้มมาจาก เปเอสเช ได้ด้วยการชนะ 3-2 ก่อนจะมาสะดุดเมื่อบุกพ่าย นาโปลี 0-1 ในนาทีสุดท้าย จากนั้นพวกเขาเก็บความมั่นใจได้อีกครั้ง เมื่อเปิดบ้านถล่ม เรดสตาร์ 4-0


ลิเวอร์พูล มาสะดุดแพ้ให้กับ เรดสตาร์ 0-2 แบบช็อควงการ และเมื่อแพ้ตอเนื่องให้กับ เปเอสเช ที่ฝรั่งเศส สถานการณ์ของพวกเขาจากที่น่าจะเข้ารอบสดใสกลับต้องกลายมาเป็นลุ้นเหนื่อย แต่สุดท้ายพวกเขาก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยการชนะ นาโปลี หวุดหวิด 1-0 ตาม เปเอสเช เข้ารอบเป็นทีมที่ 2


นักเตะที่น่าจับตา :

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แก้ตัวจากช่วงต้นฤดูกาลได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาโดนวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่สามารถถล่มประตูได้เหมือนเคย แต่ 7 ประตู จาก 9 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก ช่วยให้เขาขึ้นมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกแบบเดี่ยว ๆ ในขณะนี้ ส่วนในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก เจ้าตัวก็ยิงไป 3 ประตู รวมถึงประตูชัยในเกมนัดสุดท้ายกับ นาโปลี ส่งให้พวกเขาทะยานเข้ารอบมายืนในจุด ๆ นี้ได้

4. บาเยิร์น มิวนิค

 

เส้นทางที่ผานมา : 

เสือใต้ โดนจับไปอยู่กลุ่มอีร่วมกับ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม, เบนฟิก้า และ เออีเค เอเธนส์ ซึ่งพวกเขาก็ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง สวนทางกับผลงานในลีก เมื่อสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ 4 นัด เสมอ 2 นัดกับ อาหยักซ์ ทั้งเหย้าและเยือน และเก็บสถิติไม่แพ้ใครเลยในรอบนี้


ผลงานชนะในลีก 8 นัดจาก 9 นัดหลังสุด และขยับขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง พร้อมลดช่องว่างเหลือ 5 คะแนน ทำให้พวกเขากำลังคึกสุด ๆ ในขณะนี้ และ ลิเวอร์พูล จะวางใจเหมือนตอนที่รู้ผลจับฉลากใหม่ ๆ ไม่ได้เด็ดขาด


นักเตะที่น่าจับตา : 

แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนแต่ก่อน แต่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังคงฝากความหวังได้เสมอ กองหน้าหมายเลข 1 จากทีมชาติ โปแลนด์ ซัดไปแล้ว 8 ประตูในรอบแบ่งกลุ่ม นำเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ แชมเปี้ยนส์ลีก ในตอนนี้ และมีส่วนกับประตูของ เสือใต้ 15 ประตู (ยิง 8 ประตู แอสซิสต์ 7 ครั้ง) จาก 11 เกมหลังสุดอีกด้วย

5. ชาลเก้

 

เส้นทางที่ผานมา : 

ชาลเก้ ได้อยู่ร่วมกลุ่มดีกับ ปอร์ตู, กาลาตาซาราย และ โลโคโมทีฟ มอสโก ซึ่งพวกเขาก็เปิดฉากมาสวย เมื่อสามารถเก็บได้ 8 คะแนนจาก 4 เกมแรก ก่อนมาแพ้ให้ ปอร์ตู 1-3 ในเกมนัดที่ 5


แม้จะแพ้ แต่พวกเขาก็เข้ารอบไปได้ด้วยดี เมื่อ โลโคโมทีฟ เอาชนะ กาลาตาซาราย ทำให้ทีมจากตุรกีจะตามพวกเขาไม่ทันแน่นอน ก่อนที่ ชาลเก้ จะเอาชนะ โลโคโมทีฟ ส่งท้าย ทะยานเข้ารอบเป็นที่ 2 ของกลุ่ม


นักเตะที่น่าจับตา : 

อาฮ์เหม็ด คูตูจู เป็นนักเตะที่แฟนบอล ชาลเก้ ฝากความหวังไว้มากที่สุดในตอนนี้ เมื่อเด็กหนุ่มชาวตุรกีผู้เกิดบนแผ่นดินเยอรมนีวัยเพียง 18 ปี ถูกเลื่อนขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เพื่อช่วยแก้ปัญหาในการจบสกอร์ของทีม และ คูตูจู ก็เพิ่งจะแผลงฤทธิ์ด้วยการยิงประตู บาเยิร์น มิวนิค ไปเมื่อไม่นานมานี้


แม้ว่าจะมีประสบการณ์ใน แชมเปี้ยนส์ลีก เพียง 18 นาที ในเกมกับ โลโคโมทีฟ มอสโก แต่ คูตูจู เป็น 1 ในนักเตะที่น่าจับตามองของ ชาลเก้ ไปแล้ว และปัจจุบันเขาก็ยิงให้ ชาลเก้ ไปแล้ว 2 ประตู จากโอกาสยิงเพียง 5 ครั้งเท่านั้นใน บุนเดสลีก้า

6. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

เส้นทางที่ผานมา : 

แมนฯ ซิตี้ อยู่ร่วมกลุ่มกับ โอลิมปิก ลียง, ชัคตาร์ โดเน็ตสก์ และ ฮอฟเฟนไฮม์ ซึ่งแคมเปญฤดูกาลนี้ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เกือบจะพังไม่เป็นท่า เมื่อพวกเขาออกสตาร์รอบแบ่งกลุ่มด้วยการพ่ายคาบ้านต่อ ลียง 1-2 และเกือบจะเสมอกับ ฮอฟเฟนไฮม์ ถ้าไม่ได้ประตูชัยของ ซิลบา ท้ายเกม 


แต่หลังจากนั้นพวกเขาโชว์ฟอร์มโหดด้วยการถลุง ชัคตาร์ โดเน็ตสก์ ทั้งไปและกลับด้วยสกอร์รวม 9-0 จากนั้นบุกไปเสมอ ลียง แบบหวุดหวิด ซึ่งก็การันตีการเข้ารอบทันที ก่อนเกมสุกท้ายจะอัด ฮอฟเฟนไฮม์ 2-1 ส่งทีมจากเยอรมนีตกรอบไป


นักเตะที่น่าจับตา : 

เซร์คิโอ อเกวโร ยังคงเป็นนักเตะหมายเลข 1 ของ แมนฯ ซิตี้ ไม่ว่าพวกเขาจะมีดาวรุ่งพุ่งแรงมากมายขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัย 30 ปี เจ้าตัวยังสามารถยิงแฮตทริกกระจุยกระจายได้อยู่เลย และจากการที่เขาได้พักเต็มร้อยในสุดสัปดาห์ที่่ผานมา อเกวโร จะเป็นตัวอันตรายสุด ๆ ของ เรือใบสีฟ้า ในวันพุธนี้

7. แอตเลติโก มาดริด

 

เส้นทางที่ผานมา : 

แอตเลติโก มาดริด ถูกจับไปอยู่ร่วมกลุ่มกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, โมนาโก และ คลับ บรูจจ์ ในกลุ่มเอ ซึ่งพวกเขาก็ดูไม่มีปัญหาอะไร เมื่อสามารถเอาชนะ 2 เกมแรกต่อ คลับ บรูจจ์ กับ โมนาโก ได้อย่างไม่ยากเย็น


พวกเขาเจอเรื่องช็อคในเกมที่ 3 เมื่อบุกพ่าย ดอร์ทมุนด์ อย่างหมดรูปถึง 0-4 แต่หลังจากนั้นพวกเขาแก้ตัวได้ด้วยการกลับมาชนะ 2-0 ที่สเปน ก่อนที่ชนะ โมนาโก อีก 2-0 ซึ่งการันตีการเข้ารอบ และสุดท้ายพลาดท่าเจ๊า คลับ บรูจจ์ อย่างน่าผิดหวัง และต้องร่วงไปอยู่ที่ 2 ของตาราง  


นักเตะที่น่าจับตา : 

อัลบาโร โมราต้า ได้โอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องใน ลาลีก้า นับตั้งแตย้ายกลับมาร่วมทีมเก่าในวัยเด็กในตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมา ทว่าเขายังไม่สามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้เลย เมื่อสร้างโอกาสยิงไป 7 ครั้งจาก 3 เกม แต่กลับยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้ง ไม่มีประตู และได้แอสซิสต์มา 1 ครั้งจากเกมล่าสุดกับ ราโย บาเยกาโน


โมราต้า จะมีโอกาสแก้มืออีกครั้ง เมื่อคราวนี้เขาจะได้โคจรมาเจอกับทีมเก่าอย่าง ยูเวนตุส สถานที่ที่เขาสร้างชื่อเอาไว้ก่อนไปดับกับ เชลซี และบางที ยูเวนตุส อาจช่วยให้เขาเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง

8. ยูเวนตุส

 

เส้นทางที่ผานมา : 

ยูเวนตุส ถูกส่งไปอยู่กลุ่มโหดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาเลนเซีย และ ยังบอยส์ ซึ่งพวกเขาก็เจอเรื่องช็อคแต่หัววัน เมื่อ คริสเตียโน โรนัลโด้ โดนไล่ออกจากสนามตั้งแต่เกมแรกกับ ยูเนตุส ใน แชมเปี้ยนส์ลีก แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาของพวกเขาแต่อย่างใด เมื่อ ยูเวนตุส ชนะ 3 เกมรวด แทบจะการันตีการเข้ารอบแต่เนิ่น ๆ


หลังจากนั้นพวกเขาพลาดท่าพ่ายคาบ้านต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 ก่อนจะกลับมาชนะ บาเลนเซีย ได้ 1-0 และการันตีการเข้ารอบ ในเกมสุดท้ายพวกเขาพ่าย ยังบอยส์ ไปแบบช็อค 1-3 แต่ก็ยังได้เข้ารอบในฐานะจ่าฝูงอยู่ดี เมื่ออีกคู่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปพ่าย บาเลนเซีย เช่นกัน


นักเตะที่น่าจับตา : 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ยังคงเป็นนักเตะหมายเลข 1 ใน ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก แม้ว่าเขาจะยิงประตูไปได้เพียงลูกเดียวเท่านั้นในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาโดนใบแดงไปตั้งแต่เกมแรก และพลาดโอกาสสำแดงเดชไป 2 นัด


โรนัลโด้ เริ่มปรับตัวกับทีมใหม่ของเขาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้จากการขึ้นมานำเป็นดาวซัลโวเดี่ยว ๆ ใน เซเรียอา และรอบน็อคเอาท์ แชมเปี้ยนส์ลีก ก็จะเป็นเวทีที่ให้เขาได้โอกาสกลับมากู้ชื่อจอมถล่มประตูอีกครั้ง 

ตอนที่แล้ว -> ย้อนรอย แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม 2018/19 (1/2)


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด