ย้อนรอยรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ลีก 2018/19 (1/2)

ในคืนวันอังคารที่จะถึงนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2562) ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก จะกลับมาเตะอีกครั้งในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดย 16 ทีมที่ดีที่สุดในยุโรปตอนนี้ ต่างเตรียมตัวกันอย่างหนัก เพื่อที่จะเป็นผู้ชนะและผ่านเข้ารอบไปให้ได้


เพื่อเป็นการโหมโรงศึกชิงจ้าวยุโรป เราจะไปย้อนดูกันหน่อยว่าทั้ง 8 ทีมที่จะลงเตะกันในสัปดาห์นี้ แต่ละทีมผ่านอะไรกันมาบ้าง


ส่วนอีก 8 ทีมที่เหลือในสัปดาห์หน้า เราจะมาตามกันในตอนต่อไป

1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


เส้นทางที่ผานมา :

แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ร่วมกลุ่มเอชกับ ยูเวนตุส, บาเลนเซีย และ ยังบอยส์ โดยทัพ ปีศาจแดง เริ่มต้นรอบแบ่งกลุ่มอย่างสวยหรูด้วยการอัด ยังบอยส์ 3-0 ก่อนจะมาสะดุดเสมอ บาเลนเซีย และแพ้ ยูเวนตุส ทำให้สถานการณ์การเขารอบกลับมาตึงเครียด 


การทำเข้าประตูตัวเองของ โบนุชชี ทำให้ ปีศาจแดง กลับมามีความหวังอีกครั้ง ก่อนที่ประตูชัยของ เฟลไลนี กับ ยังบอยส์ ทำให้พวกเขาสามารถเข้ารอบได้สำเร็จ และแม้ว่าจะไปแพ้ บาเลนเซีย ในเกมสุดท้าย พวกเขาก็ยังการันตีอันดับ 2 ของกลุ่มได้ 


นักเตะที่น่าจับตา :

นักเตะที่น่าจับตามองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้คงหนีไม่พ้น ปอล ป็อกบา เมื่อกองกลางแชมป์โลกสามารถงัดฟอร์มเก่งกลับมาได้ในครึ่งฤดูกาลหลัง หลังจากที่ ปีศาจแดง เปลี่ยนโค้ชมาเป็น โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ และ ป็อกบา ยังเป็นเบื้องหลังที่ทำให้ โซลชาร์ ยังพาทีมไม่แพ้ใครเลยจนถึงตอนนี้ และพวกเขาก็หวังว่าจะรักษาสถิติดังกล่าวต่อไปได้ในเกมกับ เปเอสเช อังคารนี้

2. ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง


เส้นทางที่ผานมา : 

ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง อยู่ร่วมกลุ่มกับ ลิเวอร์พูล, นาโปลี และ เรดสตาร์ โดยพวกเขาออกสตาร์ทด้วยความผิดหวัง เมื่อบุกไปพ่าย ลิเวอร์พูล อย่างหวุด 2-3 ก่อนจะไปถล่ม เรดสตาร์ กระจุย 6-1 สร้างความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง 


หลังจากนั้น ปารีสฯ สะดุดเสมอ 2 เกมติด เมื่อไม่สามารถโค่น นาโปลี ลงได้ นั่นทำให้เกมที่ 5 กับ ลิเวอร์พูล กลายเป็นความหวังเดียวของพวกเขา และ 2 ประตูของ เบร์นัต กับ เนย์มาร์ ก็ช่วยให้ เปเอสเช กลับมายืนอยู่ในจุดที่ได้เปรียบอีกครั้ง ก่อนที่เกมสุดท้ายพวกเขาจะปิดรอบแบ่งกลุ่มด้วยการบุกถล่ม เรดสตาร์ 4-1


นักเตะที่น่าจับตา : 

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กลายเป็นความหวังเดียวของทีมในตอนนี้ เมื่อ เนย์มาร์ กับ เอดินซอน คาวานี กอดคอกันบาดเจ็บ ซึ่งแม้ว่าดาวยิงชาวฝรั่งเศสจะฟอร์มร้อนแรงเหลือเกินในลีก แต่ ลีกเอิง นั้นระดับด้อยกว่าลีกอังกฤษมาก และนั่นทำให้ เอ็มบัปเป้ จะต้องเจอข้อพิสูจน์สำคัญในการพาทีมมาเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันอังคารนี้

3. โรมา


เส้นทางที่ผานมา :

โรมา ถูกจับให้อยู่ร่วมกลุ่มกับแชมป์เก่า เรอัล มาดริด, วิคตอเรีย พัลเซน และ ซีเอสเคเอ มอสโก ในกลุ่มจี ซึ่งพวกเขาก็เปิดฉากด้วยการโดนทุบไปก่อนอย่างยับเยิน 0-3 ด้วยฝีมือของแชมป์เก่า แต่หลังจากนั้นพวกเขาแก้ตัวได้ด้วยการชนะ 3 เกมรวด ยิงได้ 10 ประตู และเสียเพียงประตูเดียวเท่านั้น 


แม้จะแพ้รวดใน 2 นัดสุดท้าย แต่พวกเขาก็สามารถการันตีอันดับ 2 สำเร็จ และทะยานสู่รอบน็อคเอาต์ต่อไป


นักเตะที่น่าจับตา :    

เอดิน เชโก้ ยังคงเป็นนักเตะตัวความหวังของทีม เมื่อเขาสามารถเจาะประตูในรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว 5 ประตู รวมถึง 1 แฮตทริกที่ทำเอาไว้ในเกมกับ วิคตอเรีย พัลเซน ดาวยิงชาวบอสเนียยังคงร้อนแรงไม่เปลี่ยนแปลง   แม้จะมีอายุ 32 ปีเข้าไปแล้ว และยิงไม่เยอะอย่างเคย หากแนวรับ ปอร์ตู ไม่ระวังตัวให้ดี พวกเขามีสิทธิ์พรุนได้ง่าย ๆ

4. ปอร์ตู


เส้นทางที่ผานมา :

ปอร์ตู ถูกจับไปอยู่ร่วมกลุ่มกับ ชาลเก้, กาลาตาซาราย และ โลโคโมทีฟ มอสโก ในกลุ่มดี ซึ่งถือกันว่าเป็นกุล่มที่อ่อนที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มปีนี้ อย่างไรก็ตาม เราจะตัด ปอร์ตู จากการลุ้นแชมป์ไปไม่ได้เสียทีเดียว เมื่อพวกเขาพัฒนาตัวเองจนสร้างความแข็งแกร่งในแนวรับได้ และสามารถคว้าแชมป์กลุ่มดีอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการไม่แพ้ใครเลยใน 6 เกม และเป็นการชนะ 5 เกมด้วยกัน



นักเตะที่น่าจับตา : 

เอแดร์ มิลิเตา คือชื่อกองหลังที่ได้รับการพูดถึงมากคนนึงในตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่แล้ว เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวหากองหลังเพิ่ม และพวกเขาก็มให้ความสนใจกับเซ็นเตอร์แบ็ควัย 21 ปีรายนี้


มิลิเตา สร้างชื่อกับ เซาเปาลู ด้วยความสามารถในการอ่านบอล การตัดบอลที่แม่นยำ และการเข้าปะทะที่เด็ดขาด กองหลังรายนี้ถูกโยงกับ เรอัล มาดริด, บาร์เซโลนา และ ลิเวอร์พูล เป็นช่วงสั้น ๆ ก่อนที่สุดท้าย มิลิเตา จะเลือกไปอยู่กับ ปอร์ตู ในต้นฤดูกาลนี้

5. ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์

 

เส้นทางที่ผานมา :

สเปอร์ส ถูกจับไปอยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ บาร์เซโลนา, อินเตอร์ มิลาน และ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ซึ่งพวกเขาก็ต้องลุ้นกันเหนื่อยจนเกมสุดท้าย เพราะดันไปเก็บได้ 7 แต้ม เท่า อินเตอร์ มิลาน แม้จะมีเฮดทูเฮดดีกว่า แต่เกมสุดท้ายของพวกเขาต้องไปเยือน บาร์เซโลนา ในขณะที่ อินเตอร์ จะรับมือกับ พีเอสวี ในบ้าน ความยากง่ายต่างกันเห็น ๆ


พวกเขาต้องขอบคุณ พีเอสวี และ อีร์วิง โลซาโน ที่สร้างความลำบากให้ อินเตอร์ ได้ตลอด 90 นาที และทำให้พวกเขาจบเกมด้วยการเสมอกัน 1-1 นั่นทำให้ สเปอร์ส ขอแค่ผลเสมอก็จะเข้ารอบทันที และพวกเขาก็ทำสำเร็จ เมื่อ ลูคัส มูรา ยิงตีเสมอ บาร์เซโลนา ในนาทีที่ 85 ส่งพวกเขาเข้ารอบแบบสุดดราม่า


นักเตะที่น่าจับตา : 

ซน เฮือง-มิน ฟอร์มค่อนข้างฝืดในครึ่งฤดูกาลแรกกับ สเปอร์ส และนั่นทำให้รอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา เขายิงประตูไม่ได้เลย และทำไปเพียง 1 แอสซิสต์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม 11 ประตูจาก 11 นัดหลังสุดที่เขาลงเล่นในทุกรายการการันตีฝีมือในการจบสกอร์ของเขาได้เป็นอย่างดี กลายมาเป็นนักเตะที่ สเปอร์ส จะขาดไม่ได้แล้วในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาจะไม่มี แฮร์รี เคน ศูนย์หน้าคนเก่งของทีม

6. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

 

เส้นทางที่ผานมา :

ดอร์ทมุนด์ ถูกจับให้อยู่ร่วมกลุ่มกับ แอตเลติโก มาดริด, โมนาโก และ คลับ บรูจจ์ ซึ่งในตอนแรกพวกเขาถูกวางให้เป็นทีมรอง ต้องไปแย่งอันกับ 2 กับ โมนาโก แต่ไป ๆ มา ๆ ดอร์ทมุนด์ กลับหักปากกาเซียนด้วยการกอดคอเข้ารอบพร้อม แอตเลติโก มาดริด ไปแบบชิล ๆ


เกมรุกที่น่าประทับใจของพวกเขาเคยถล่ม แอตเลติโก มาดริด มาแล้วถึง 4-0 จากนั้นยังเอาชนะ โมนาโก ทั้งไปและกลับด้วยสกอร์รวม 5-0 ทำให้พวกเขาสามารถจบอันดับ 1 ของกลุ่มด้วยการมี 13 คะแนนเท่า แอตเลติโก แต่มีเฮดทูเฮดดีกว่า


นักเตะที่น่าจับตา : 

เจดอน ซานโช สร้างปรากฏการณ์ที่เด็กหนุ่มวัย 18 ปี สามารถแผลงฤทธิ์ในแผ่นดินเยอรมนี จนหลาย ๆ ทีมในลีกหันมาให้ความสนใจดาวรุ่งของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เต็มไปหมด ซานโช มีดีขนาดที่แย่งตำแหน่งตัวจริงของดาวรุ่งรุ่นพี่อย่าง คริสเตียน พูลิซิค มาได้ แถมปัจจุบันก็สามารถช่วยทีมผลิตประตูอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีส่วนร่วมกับ 8 ประตู ใน 9 เกมลีกดหลังสุดอีกด้วย

7. อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม

 

เส้นทางที่ผานมา :

อาหยักซ์ ถูกจับไปร่วมกลุ่ม บาเยิร์น มิวนิค, เออีเค เอเธนส์ และ เบนฟิก้า ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะทะยานเข้าสู่รอบนี้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี แต่พวกเขากลับโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการยันเสมอกับ บาเยิร์น มิวนิค ได้ ทั้ง 2 เกม รักษาสถิติไม่แพ้ใคร และเข้ารอบไปด้วยฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม


นักเตะที่น่าจับตา : 

ดูชาน ทาดิช อาจไม่เป็นที่ถูกกล่าวถึงเท่ากับ 2 ดาวรุ่งอย่าง เฟรงกี้ เดอ ย็อง หรือ มัทเธียส เดอ ลิกต์ แต่ปีกชาวเซอร์เบียคือผู้ที่เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมในขณะนี้ ยิงไปแล้ว 13 ประตูจากทุกรายการ เหนือกว่ากองหน้าคนใดในทีม และ 5 ประตูยังมาจากเกม แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย

8. เรอัล มาดริด

 

เส้นทางที่ผานมา :

แชมป์เก่า ราชันชุดขาว ถูกจับไปร่วมกลุ่มกับ โรมา, วิคตอเรีย พัลเซน และ ซีเอสเคเอ มอสโก ซึ่งพวกเขาก็สามารถเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ได้ด้วยการเป็นที่ 1 ของกลุ่ม แม้ว่าจะเกิดความด่างพร้อยเล็กน้อย เมื่อไปแพ้ให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก ทั้งไปและกลับ แถมยังยิงประตู ซีเอสเคเอ ไม่ได้เลยด้วย


แม้จะไม่สวยหรู แต่ เรอัล มาดริด ยังคงอยู่บนเส้นทางของการลุ้นแชมป์ และหลังจากที่ออกทะเลไปเล็กน้อย ตอนนี้พวกเขากำลังกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกม ลาลีก้า ที่พวกเขาเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 3-1 ในเกมดาร์บี้แมตช์เมืองมาดริดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


นักเตะที่น่าจับตา : 

วินิซิอุส จูเนียร์ แทบไม่มีโอากสได้ปรากฏตัวในรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ลีก เลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มวัย 18 ปี จะเริ่มชนะใจผู้เป็นโค้ชได้แล้ว และเขาก็ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในเกมลีก แซงหน้ารุ่นพี่หลายราย โดย 5 จาก 6 เกมหลังสุด เขาก็มีส่วนร่วมกับประตูของทีมอีกด้วย 

ผ่านไปแล้วกับ 8 ทีมแรกที่จะลงโม่ศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในสัปดาห์นี้ รอติดตามอีก 8 ทีมต่อไปในสัปดาห์หน้า


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด