ย้อนรอยตามงาน! ท็อป 7 ดีล EPL หน้าหนาวฤดูกาลก่อนและผลงานกับต้นสังกัดจนถึงตอนนี้

 

ฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรใน พรีเมียร์ลีก จับจ่ายในตลาดซื้อขายหน้าหนาวไปทั้งสิ้น 419.5 ล้านปอนด์ เราพาผู้อ่านย้อนกลับไปดู 7 ดีลที่น่าประทับใจที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2018 ก่อนที่ตลาดหน้าหนาวปีนี้จะสิ้นสุดลง



7. รอสส์ บาร์คลีย์


บาร์คลีย์ ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาร่วมทัพ เชลซี ด้วยมูลค่า 15 ล้านปอนด์เมื่อเดือนมกราคมปีที่ผ่านมาและได้ลงสนามให้กับ สิงห์บลู ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ก่อนเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้นและเป็นการลงเล่นกับ บอร์นมัธ กับ นิวคาสเซิล ที่ สิงโตน้ำเงินคราม เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 3-0 ทั้งสองเกม


ดาวเตะชาว อังกฤษ ยังประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บตลอดช่วงซีซันก่อนภายใต้การคุมทีมของอดีตกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ แต่หลังจากการฟื้นฟูร่างกายของแข้งวัย 25 ปี เจ้าตัวก็ค่อยๆ มีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้และลงสนาให้กับ สิงห์บลู ภายใต้การนำทัพของ เมาริซิโอ ซาร์รี ไปแล้ว 19 นัดในลีกกับผลงาน 3 ประตูและ 3 แอสซิสต์

6. ลูคัส มูรา


ดาวเตะชาว บราซิล ย้ายมาร่วมทัพ ไก่เดือยทอง ด้วยมูลค่า 25 ล้านปอนด์และทำผลงานได้น่าพอใจในระดับหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อนกับผลงานการมีส่วนร่วมกับ 5 ประตูภายใต้การลงเล่น 10 เกม


ส่วนฤดูกาลนี้ มูรา ได้มีส่วนร่วมกับ สเปอร์ส ไปแล้วทั้งหมด 28 เกมเมื่อรวมทุกรายการและมีส่วนร่วมกับ 10 ประตูของต้นสังกัด เจ้าตัวการเป็นส่วนเติมเต็มของ ทัพไก่เดือยทอง ในเชิงแท็คติกเกมรุกที่ริมเส้น และตอนนี้ ท็อตแนม ต้องการตัวจี๊ดวัย 26 ปีให้งัดฟอร์มเก่งให้ได้ดีกว่าที่ผ่านมาเมื่อสโมสรต้องเสีย แฮร์รี เคน, ซน เฮือง-มิน และ เดเล อัลลี ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาล

5. เซงค์ โทซุน


โทซุน ย้ายมาร่วมทัพ เอฟเวอร์ตัน ด้วยมูลค่าราว 20 ล้านปอนด์โดยกองหน้าชาว ตุรกี ซัลโวให้กับ ท็อฟฟีสีน้ำเงิน ไปทั้งสิ้น 5 ประตูจากการลงเล่น 14 เกมใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาทว่าซีซันนี้ เจ้าตัวเพิ่งยิงไป 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์จาก 16 เกมเท่านั้น


ช่วงเวลาฮันนีของ โทซุน สิ้นสุดลงแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย เขายังสูญเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ ริชาร์ลิซอน แข้งรายใหม่ที่กลายเป็นคีย์แมนของ เดอะบลูส์ และดาวยิงวัย 27 ปีเพิ่งจะได้ออกสตาร์ทในเกมลีกไปเพียงแค่ 1 นัดเท่านั้นนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา

4. ไอเมอริค ลาปอร์ต


แข้ง เฟนช์แมน ลงสนามให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา ในเดือนมกราคมปีก่อนด้วยมูลค่า 65 ล้านยูโรและช่วยรักษาคลีนชีทให้กับ เรือใบสีฟ้า ทั้งหมด 4 เกมจากกลงเล่น 9 นัด ช่วยให้ ซิตี้ เถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ครึ่งซีซันแรกที่เขาย้ายมาร่วมทีม


ขณะที่ฤดูกาลนี้ ลาปอร์ต ลงเล่นให้กับทีมไปแล้ว 28 เกมเมื่อรวมทุกรายการ ทำ 3 ประตูและกลายเป็นแข้งตัวหลักของ ซิตีเซนส์ ภายใต้การคุมทัพของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา มีส่วนร่วมกับทุกเกมของทีมและไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 1 นัดเท่านั้น แถมยังมีส่วนช่วยรักษาคลีนชีท 11 เกมเมื่อรวมทุกรายการ

3. ธีโอ วัลค็อตต์


วัลค็อตต์ ย้ายจาก อาร์เซนอล ไปร่วมทัพ เอฟเวอร์ตัน ด้วยมูลค่า 20 ล้านปอนด์หลังจากอยู่โยงในถิ่น เดอะกันเนอร์ส มาเป็นเวลานาน 12 ปี เจ้าตัวลงเล่นให้กับ ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทันที 12 จาก 14 เกมลีกที่เหลือในปีก่อน มีส่วนร่วมกับ 6 ประตูของทีมแบ่งเป็น 3 ประตูและ 3 แอสซิสต์


ดาวเตะชาว อังกฤษ ยังคงเป็นหนึ่งในกำลังหลักของ เดอะบลูส์ ภายใต้การคุมทีมของ มาร์โก้ ซิลวา ในฤดูกาลนี้กับการลงเล่นไปแล้ว 24 นัด ซัดไป 4 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์

2. ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง


โอบาเมยอง ได้กลายเป็นกองหน้าที่ อาร์เซนอล ไม่สามารถขาดได้นับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่หน้าหนาวปีก่อน และร้อนแรงเป็นไฟจากการซัลโว 10 ประตูกับอีก 4 แอสซิสต์ในการลงเล่น 13 นัดให้กับ ไอ้ปืนใหญ่


แข้งทีมชาติ กาบอง รายนี้ยังคงเป็นคีย์แมนที่สำคัญของ เดอะกันเนอร์ส ในซีซันนีั้กับการซัดให้กับทีมไปแล้ว 16 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 28 เกมเมื่อรวมทุกรายการ เขายังมีส่วนร่วมกับทุกเกมในรายการ พรีเมียร์ลีก

1. เวอร์จิล ฟาน ไดค์


ฟาน ไดค์ กลายเป็นปราการหลังมูลค่าสูงสุดในโลกเมื่อย้ายจาก เซาแธมป์ตัน มาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล ด้วยมูลค่า 75 ล้านปอนด์ เซ็นเตอร์แบ็คชาวดัตช์สถาปนาตนเองกลายเป็นแข้งที่ หงส์แดง ไม่สามารถขาดได้ในทันทีเมื่อเขาได้ออกสตาร์ทให้กับทีม 14 เกมจาก 17 นัดที่เหลือในฤดูกาลก่อน ช่วยให้ เดอะเร้ดส์ เก็บคลีนชีทได้ครึ่งหนึ่งจากจำนวนเกมที่ลงเล่น รวมทั้งยังพาทีมกรุยทางเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย


ขณะที่ซีซันนี้ ฟาน ไดค์ พลาดการลงสนามให้กับ เร้ดส์แมชีน ไปเพียง 2 เกมเท่านั้น ช่วยให้ต้นสังกัดรักษาคลีนชีท 15 นัดจาก 29 เกมที่ลงเล่น และกลายเป็นหนึ่งในผู้นำที่ หงส์แดง ไม่สามารถขาดเขาได้ไปแล้ว

 

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด