FBL-ENG-FACUP-MAN UTD-ARSENAL

ย้อนรอย 8 นัดหลังสุดที่ อาร์เซนอล ดวล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใน เอฟเอคัพ


ผลการจับฉลากประกบคู่ เอฟเอคัพ รอบ 4 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปรากฏว่า อาร์เซนอล ต้องโคจร มาเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นทีมระดับท็อปซิกส์ด้วยกันตั้งแต่รอบนี้ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์เพียง 1 เดียว เมื่อคู่อื่น ๆ ไม่ได้มีความน่าดึงดูดเท่าไหร่


นับตั้งแต่ก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก ในปี 1992 เป็นต้นมา ทั้งคู่โคจรมาเจอกันถึง 8 ครั้งใน เอฟเอคัพ และส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ในยุคของคู่รักคู่แค้นระหว่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ อาร์เซน เวนเกอร์ เสียด้วย งานนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ อาร์เซนอล จะดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยที่ไร้เงาของทั้งคู่ในสนาม


ก่อนที่ทั้งคู่จะต้องดวลกันในวันเสาร์ที่ 26 มกราคมนี้ มาย้อนรอยดูกันหน่อยว่าผลงานที่ผ่านมาทั้ง 8 นัดเป็นอย่างไรกันบ้าง



8. แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 อาร์เซนอล 1999


เอฟเอคัพ นัดแรกระหว่างทั้งคู่ในยุคของ พรีเมียร์ลีก เป็นการดวลกันระหว่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้กำลังพา แมนฯ ยูไนเต็ด นำจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ในขณะนั้น กับ อาร์เซน เวนเกอร์ แชมป์เก่าทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ ซึ่งผลสุดท้ายทั้งคู่เสมอกันไปสุดมันส์ 0-0 ชนิดที่เจ้าบ้านเป็นฝ่ายได้บุกเกือบตลอดเกมแต่ทำประตูไม่ได้


เกมนัดนั้นเตะกันที่สนามกลาง วิลลาพาร์ค ของ แอสตัน วิลลา ซึ่งต่างกับสมัยนี้ที่รอบรองชนะเลิศไม่มีสนามกลางอีกแล้ว นอกจากนี้เกม เอฟเอคัพ ยังมีการใส่ช่วงต่อเวลาพิเศษตั้งแต่นัดแรก ซึ่งทั้งคู่ได้เล่น 120 นาทีเต็ม แต่มีเพียงใบแดงของ เนลซอน วิวาส ของ อาร์เซนอล เท่านั้นที่เกิดขึ้นในเกมนี้

7. อาร์เซนอล 1-2 แมนฯ ยูไนเต็ด 1999


เกมนัดรีเพลย์ปี 1999 ถูกจัดขึ้นในอีก 4 วันต่อมาที่สนามกลาง วิลลาพาร์ค คราวนี้มีประตูเกิดขึ้นเร็วตั้งแต่นาทีที่ 16 จากจังหวะที่ เดวิด เบ็คแฮม ทำเกมขึ้นมากับ เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม ก่อนที่ น้าหมี จะตอกส้นให้ เบ็คแฮม ได้ตั้งป้อมยิงเสียบเสาจากนอกเขตโทษ เป็นประตูขึ้นนำของทีมเยือน จากนั้น อาร์เซนอล มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 69 จากการยิงไกลของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ 


และในขณะที่เกมกำลังจะจบอยู่แล้ว ดราม่าก็เกิดขึ้นเป็นชุด ๆ ไล่ตั้งแต่ นิโกลาส์ อเนลก้าส์ ส่งบอลเข้าประตูได้แล้วจากการตามซ้ำลูกยิงของ เบิร์กแคมป์ แต่เจ้าตัวโดนจับล้ำหน้าเสียก่อน จากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือ 10 คน เมื่อ รอย คีน โดนไล่ออกจากสนามจากการโดนใบเหลืองที่ 2 เท่านั้นไม่พอ อาร์เซนอล มาได้ลูกจุดโทษจากการที่ ฟิล เนวิลล์ ไปรวบ เรย์ พาร์เลอร์ ล้มในเขตโทษ แต่ เบิร์กแคมป์ กลับยิงไปติดเซฟของ ปีเตอร์ ซไมเคิล ทำให้เกมจบที่ 1-1 ใน 90 นาทีปกติแบบเหลือเชื่อ


และในช่วงต่อเวลาพิเศษนี่เอง ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูชัยจากความมหัศจรรย์ของ ไรอัน กิ๊กส์ ที่โซโล่เดี่ยวจากแดนตัวเองหนีแนวรับ อาร์เซนอล ถึง 4 คนก่อนซัดแสกหน้า เดวิด ซีแมน นายทวารของ อาร์เซนอล เข้าไป


แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เข้าชิงชนะเลิศก่อนทุบ นิวคาสเซิล 2-0 คว้าแชมป์ในปีนั้น กลายเป็นแชมป์ที่สองของพวกเขาหลังจากชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ไปแล้วก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้น 4 วัน พวกเขาก็ได้เทรเบิลแชมป์จากการยิงประตูชัยของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ พาทีมชนะ บาเยิร์น มิวนิค 2-1 ในนัดชิงฯ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 

6. แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2 อาร์เซนอล 2003


4 ปีต่อมา ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งในฤดูกาล 2002/03 ที่รอบ 5 ของ เอฟเอคัพ โดย อาร์เซนอล มาในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งคราวนีั้ ไรอัน กิ๊กส์ ก็โชว์ความมหัศจรรย์อีกครั้งด้วยการโฉบไปเอาบอลเปิดของ เบ็คแฮม ได้ก่อน เดวิด ซีแมน ที่ออกมาตัดบอลนอกเขตโทษ จากนั้นแตะหลบ โซล แคมป์เบลล์ จนเหลือแค่ประตูโล่ง ๆ แต่เจ้าตัวกลับยิงข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครประกบหรือวิ่งมากดดัน


อาร์เซนอล เป็นฝ่ายลงโทษในเวลาต่อมา เอดู จัดการปั่นฟรีคิกแฉลบกำแพงเปลี่ยนทางเป็นประตูขึ้นนำ และในครึ่งเวลาหลัง อาร์เซนอล มาได้ประตูตอกฝาโลงของ ซิลแว็ง วิลตอร์ ส่งผลให้ อาร์เซนอล ถอนแค้นสำเร็จ ได้เข้าสู่รอบต่อไป


อาร์เซนอล ผ่าน เชลซี และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนได้เข้าชิงกับ เซาแธมป์ตัน และพวกเขาก็ได้ประตูชัยจาก โรแบร์ ปิแรส ป้องกันแชมป์ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ เป็น เอฟเอคัพ สมัยที่ 9 ของพวกเขา ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แก้ตัวได้ด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครองจากการนำห่าง อาร์เซนอล 5 แต้ม

5. อาร์เซนอล 0-1 แมนฯ ยูไนเต็ด 2004


อาร์เซนอล เพิ่งจะเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมลีกมาเมื่อ 6 วันก่อน ซึ่ง หลุยส์ ซาฮา ยิงตีเสมอช่วยให้ทีมบุกไปแบ่งแต้มได้ถึง ไฮบิวรี ทำให้ในเกมนี้ อาร์เซนอล หมายมั่นปั้นมือสุด ๆ ที่จะเอาชนะคู่ปรับตัวฉกาจให้ได้เสียที และเพื่อที่จะเข้าไปลุ้นแชมป์ 3 สมัยซ้อนใน เอฟเอคัพ 


อาร์เซนอล บุกหนักตั้งแต่เริ่มเกมและน่าจะได้ประตูออกนำไปก่อนจาก เดนนิส เบิร์กแคมป์ ที่ปั่นโค้งหนีมือ รอย แคร์โรลล์ ไปแล้ว แต่ เวส บราวน์ ยังไปโหม่งสกัดออกมาจากเส้นประตูได้ จากนั้น เอดู ได้ยิงจากนอกเขตโทษตามหลังจังหวะเตะมุม บอลย้อยชนคานอย่างจังกระดอนกลับมาเข้าทาง โคโล ตูเร ได้โหม่งจ่อ ๆ แต่ รอย แคร์โรลล์ ยังพุ่งมาปัดได้แบบเหลือเชื่อ อาร์เซนอล พลาด 3 โอกาสทองในเวลาแค่นาทีเดียวเท่านั้น


กิ๊กส์ ยังคงเป็นตัวอันตรายสำหรับอาร์เซนอล เมื่อเขาขยับไปเอาบอลในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า ก่อนตบเข้ากลางให้ พอล สโคลส์ ซัดในเขตโทษเกลายเป็นประตูชัยพาทีมเข้ารอบในที่สุด ในขณะที่ อาร์เซนอล ต้องกระเด็นตกรอบ


แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าชิงกับ มิลล์วอลล์ ทีมจาก ดิวิชั่น 1 ที่มาไกลสุด ๆ ในฤดูกาลนั้น และก็เอาชนะไปได้ไม่ยากด้วยสกอร์ 3-0 จากประตูของ คริสเตียโน โรนัลโด้ และ 2 ประตูของ รุด ฟาน นิสเตลรอย พาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ สมัยที่ 11 ส่วน อาร์เซนอล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายเป็นการแก้ตัว

4. อาร์เซนอล 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด 2005


ทั้งคู่วนเวียนมาเจอกัน 3 ฤดูกาลติด และทำให้เกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ เป็นเหมือนเวทีแก้ตัวของทั้งคู่ หลังโดน เชลซี ของ โชเซ มูรินโญ หักปากกาเซียนพลิกเข้าป้ายคว้าแชมปื พรีเมียร์ลีก แบบม้วนเดียวจบ แถมยังเอา ลีกคัพ ไปครองได้อีกใบด้วย


ทีมเยือนเริ่มต้นเกมอย่างน่าสนใจ เมื่อพวกเขาส่งบอลไปตุงตาข่ายได้ก่อนก่อนครึ่งชั่วโมงแรกของเกมโดย ริโอ เฟอร์ดินานด์ แต่เจ้าตัวโดนจับล้ำหน้าเสียก่อน จากนั้น เวย์น รูนีย์ กับ คริสเตียโน โรนัลโด้ มีโอกาสที่จะทำสกอร์ได้ทั้งคู่ แต่ก็ได้แค่เฉียดไปเฉียดมาเท่านั้น 


ท้ายเกม แมนฯ ยูไนเต็ด น่าได้ประตูชัยเมื่อ ฟาน นิสเตลรอย ได้โขกโล่ง ๆ จากจังหวะเตะมุมไปติด เฟรดริก ลุงเบิร์ก ก่อนกระดอนไปโดนคานอย่างจังทำให้จบเกม 90 นาทีเสมอกันไป 0-0 


ช่วงต่อเวลาพิเศษ เยนส์ เลห์มันน์ กับ รอย แคร์โรลล์ เซฟกันอุตลุดจนพาทีมยันเสมอที่สกอร์ 0-0 และแม้ว่า อาร์เซนอล จะมาเสีย โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส ในนาทีสุดท้ายของการต่อเวลาก็ไม่มีผลอะไรแล้ว อาร์เซนอล เดินหน้ายิงลูกโทษเข้าไปทั้งหมด 5 ลูก ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่ 4 ลูกเท่านั้น ทำให้ อาร์เซนอล คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ สมัยที่ 10 ไปครอง ส่วน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับทีมจบฤดูกาลแบบมือเปล่า

3. แมนฯ ยูไนเต็ด 4-0 อาร์เซนอล 2008


ห่างหายกันไป 3 ปี ในที่สุด อาร์เซนอล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็โคจรมาเจอกันอีกครั้งใน เอฟเอคัพ ฤดูกาล 2007/08 ในรอบ 5 ซึ่งคราวนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถอนแค้นคืนแบบทบต้นทบดอก


ปีศาจแดง ออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 3-0 ในครึ่งแรกจากประตูของ เวย์น รูนีย์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ นานี ชนิดที่ 4 กองหลัง อาร์เซนอล ทำอะไรไม่ได้เลย และสถานการณ์ของพวกเขาก็มาแย่ลงไปอีกเมื่อ เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ โดนไล่ออกจากสนาม ก่อนที่ เฟล็ทเชอร์ จะยิงตอกฝาโล่งเป็นลูกที่ 4 ของทีม


อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ไปตกรอบ 6 จากการพ่าย พอร์ทสมัธ ก่อนที่ พอร์ทสมัธ จะลุยเข้าไปคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ปีนั้นมาได้แบบหักปากกาเซียน ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แก้ตัวด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ แชมเปี้ยนส์ลีก ส่วน อาร์เซนอล จบฤดูกาลแบบมือเปล่า

2. แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 อาร์เซนอล 2011


แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาเจอกับ อาร์เซนอล อีกครั้งใน เอฟเอคัพ รอบ 6 ฤดูกาล 2010/11 ซึ่งพวกเขาก็ยังคงทำได้ดีกว่าอีกครั้ง เมื่อได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ รูนีย์ จ่ายทะลุช่องให้ ชิชาริโต้ ได้พุ่งโขก มานูเอล อัลมูเนีย นายทวาร อาร์เซนอล พุ่งปัดไว้ได้ตอนแรก ก่อนที่ ฟาบิโอ จะซ้ำเข้าไปไม่เหลือ


อาร์เซนอล มีโอกาสมากมายที่จะตีเสมอจาก โรบิน ฟาน เปอร์ซี, ซามีร์ นาสรี, โลร็องต์ กอสเซียลนี และ อังเดรย์ อาร์ชาวิน แต่ไม่สัมฤทธิ์ผล ก่อนที่ รูนีย์ จะมาโหม่งประตูที่ 2 ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง


เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ กับ อัลมูเนีย เซฟอุตลุดกันในช่วงเวลาที่เหลือและทำให้เกมจบลงที่ชัยชนะ 2-0 ของ ยูไนเต็ด ทว่าพวกเขาก็ไปได้แค่เซมิไฟนอล เมื่อพ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ 0-1 และส่ง ซิตี้ ไปคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในฤดูกาลนั้น 


อาร์เซนอล จบฤดูกาลแบบไร้ถ้วยอีกครั้ง ในขณะที่ ยูไนเต็ด ได้เพียง คอมมิวนิตี้ชิลด์ 2010 ไปครอง

1. แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 อาร์เซนอล 2015


การเจอกันใน เอฟเอคัพ ครั้งล่าสุด และเป็นครั้งแรกที่ อาร์เซน เวนเกอร์ เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยไม่มี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีมเป็นครั้งแรก และชัยชนะก็กลับมาที่ฝั่งของ อาร์เซนอล อีกครั้ง


ปืนใหญ่ นำไปก่อน 1-0 จาก นาโช มอนเรอัล ที่หลุดเข้าเขตโทษแบบไม่มีตัวประกอบและยิงสวนตัว ดาบิด เด เคอา เข้าไป แต่คล้อยหลังเพียง 8 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงตีเสมอสำเร็จจากจังหวะที่ อังเคล ดิ มาเรีย เปิดบอลเข้าหัว เวย์น รูนีย์ ได้โหม่งเต็ม ๆ จน วอยเชียค เชสนี หมดปัญญาป้องกัน


ครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด มาพลาดกันเองเมื่อ อันโตนิโอ บาเลนเวีย พยายามจ่ายคืนให้ เด เคอา แต่เบาไปมาก แดนนี เวลเบ็ค โฉบไปเอาบอลได้ก่อนและยิงประตูโล่ง ๆ ไม่พลาด ส่ง อาร์เซนอล ออกนำ 2-1 0จากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มาเสีย อังเคล ดิ มาเรีย ในช่วง 13 นาทีสุดท้ายและทำให้โอกาสกลับมาสู่เกมแทบไม่เหลือ จบเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายชนะ 2-1 และทะลุไปจนคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในปีนั้นสำเร็จ ส่วน ยูไนเต็ด จบฤดูกาลแบบไม่มีถ้วย

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด