เชลซี 2-0 แมนฯ ซิตี้ : 5 ประเด็นร้อนหลังเกม



เป็นชัยชนะที่ทำเอาบิ๊กซิกส์ทีมอื่นอยากจะฉลองตามไปด้วย เมื่อ แมนฯ ซิตี้ พ่ายเป็นครั้งแรกของฤดูกาล และทำให้พวกเขาต้องร่วงมาอยู่อันดับ 2 ในสัปดาห์นี้ ในขณะที่ เชลซี เก็บเพิ่มเป็น 34 คะแนนเท่า อาร์เซนอล แต่อันดับเหนือกว่าเพราะผลต่างประตู


ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในเกมนัดดังกล่าว

5. แมนฯ ซิตี้ ยังดุดัน แม้เป็นทีมเยือน


ถ้าไม่รู้แต่แรกว่าที่นี่คือ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ดูเผิน ๆ อาจนึกได้ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเจ้าบ้านในเกมนี้ เมื่อพวกเขาเปิดเกมบุกใส่ เชลซี อย่างหนัก และสร้างโอกาสได้มากกว่าเจ้าบ้านในครึ่งแรกด้วยการยิงไป 4 ครั้ง มากกว่า เชลซี ที่ยิงไม่ได้เลยใน 44 นาทีแรกของเกม พ่วงด้วยสถิติครองบอลที่มากกว่าเจ้าถิ่น 60 ต่อ 40


ครึ่งหลังพวกเขาเล่นรัดกุมมากกว่าเดิมจากการโดนขึ้นนำช่วงท้ายครึ่งแรก แต่ก็ยังทำได้น่ากลัวเมื่อมีโอกาสเรื่อย ๆ จาก ไคล์ วอล์กเกอร์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง

4. ครั้งเดียวเกินพอ


จากการโดนกดันใส่อย่างต่อเนื่อง ใครจะเชื่อว่าทีมอย่าง เชลซี จะไม่มีโอกาสทำประตูเลยถึง 44 นาที ต้องชมเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ ที่กดดันจนเจ้าบ้านแทบไม่ได้พักหายใจ และเมื่อพวกเขาได้บุกกันทีนึง นักเตะ ซิตี้ ก็จะรุมกินโต๊ะจนนักเตะอย่าง เปโดร, อาซาร์ และ วิลเลียน ทำอะไรไม่ถนัดเท่าไหร่


อย่างไรก็ตาม เชลซี มาได้โอกาสจบสกอร์ครั้งแรกในนาทีที่ 45 ของเกมการแข่งขัน และครั้งเดียวก็เกินพอ เมื่อ เอ็นโกโล ก็องเต้ เติมขึ้นมายิงในกรอบเขตโทษเต็มข้อ เกินปัญญา เอแดร์ซอน ที่จะไหวตัวทัน


ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวของ ซิตี้ ที่ปล่อยให้ เชลซี มีโอกาสยิงประตูส่งผลให้พวกเขาโดนำเป็นครั้งแรกในครึ่งแรกของฤดูกาลนี้ และยังทำให้พวกเขาต้องแพ้ครั้งแรกไปด้วยในท้ายที่สุด

3. ศึก ฟอลส์ 9


ไม่รู้อะไรดลใจหรือไปเตี๊ยมกันมาก่อน แต่ทั้ง เมาริซิโอ ซาร์รี กับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เกิดใจตรงกัน ใช้ระบบ ฟอลส์ 9 หรือแผนการเล่นที่ไม่มีหน้าเป้าธรรมชาติลงมาในสนามทั้งคู่ และดูเหมือนว่า เชลซี จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ในเรื่องนี้


เอเด็น อาซาร์ ถูกมอบหมายให้นยืนตรงกลางสนาม แต่ด้วยความคล่องแคล่วของเจ้าตัวทำให้เขาสามารถโยกซ้ายขวาได้ตลอดเวลา อย่างเช่นจังหวะที่ทีมได้ประตูขึ้นนำ เขาก็โยกไปเอาบอลทางกราบซ้าย ซึ่งมีผลดีคือนักเตะทีมเยือนกรูเข้าไปประกบเขาถึง 3 คนจนเปิดพื้นที่วางกลางสนาม และทำให้ ก็องเต้ เติมขึ้นมายิงประตูได้สบาย ๆ


ในขณะที่ฝั่ง ซิตี้ ดูจะมีปัญหาทีเดียว เมื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ควรจะสลับกันทำหน้าที่ฟอลส์ 9 ไม่สามารถเล่นงานคู่แข่งได้เลย คู่หู ดาวิด ลุยซ์ กับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ไม่เสียท่าให้กับพวกเขา และเมื่อรวม จอร์จินโญ เข้าไปอีกคน เกมตรงกลางของ เชลซี ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เจาะเข้าไป โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาไม่มีกองหน้าจอมแกร่งอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร คอยพิงกองหลังตัวใหญ่ของ เชลซี เอาไว้ 

2. ดาวิด ลุยซ์ ท็อปฟอร์ม


ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ที่กองหลังชาวบราซิเลียนรายนี้จะมีประโยชน์ในเกมรับและรุกพร้อม ๆ กัน แต่ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าตัวคือผู้ที่ทำให้ เชลซี เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ได้อย่างแท้จริง


ในครึ่งแรกที่ แมนฯ ซิตี้ บดใส่ เชลซี อย่างหนัก ดาวิด ลุยซ์ เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งจนสามารถรักษาคลีนชีตไว้ได้ เขาช่วยสกัดบอลภาคพื้นได้ จัดการกับลูกกลางอากาศได้ แถมยังแข็งแกร่ง สามารถเข้าชนกับนักเตะ ซิตี้ ที่ตัวบางกว่าได้สบาย ๆ


ครึ่งหลังเขายังทำเกมรับได้ดี และในนาทีที่ 78 ของเกม เขาก็ทำเรื่องฉลาดโดยการวิ่งเหยาะ ๆ จากนอกเขตโทษแบบไม่มีตัวประกบ และเมื่อ อาซาร์ กำลังจะเปิดบอล เขาก็สปีดแซงหน้าแนวรับ ซิตี้ หลาย ๆ คน รวมถึง รอสส์ บาร์คลีย์ เข้าไปโหม่งบอลย้อยข้าม เอแดร์ซอน ตุงตาข่าย ชนิดที่แนวรับ ซิตี้ ได้แต่งงว่าเขามาจากไหน


ถือเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมเกมนึงของเขาในฤดูกาลนี้ และเผลอ ๆ อาจจะเป็นเกมที่ดีที่สุดของเขาแล้วก็ได้

1. หงส์นอนกิน


กลายเป็น ลิเวอร์พูล ที่ดีใจที่สุดในจากเกมนี้ เมื่อพวกเขากลายเป็นจ่าฝูงประจำสัปดาห์จากความพ่ายแพ้ของ แมนฯ ซิตี้ ใน สแตมฟอร์ด บริดจ์


นอกจากการมี 1 คะแนนมากกว่าแชมป์เก่าแล้ว พวกเขายังเป็นทีมเดียวในลีกตอนนี้ที่ยังไม่แพ้ใคร และเป็นเพียง 1 ใน 4 ทีมจาก 5 ลีกใหญ่เท่านั้นที่ยังไม่แพ้ใครในลีกตัวเอง พวกเขาเหลืองานสุดท้ายก่อนสิ้นปีนั่นก็คือศึกแดงเดือดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากหวังที่จะยึดจ่าฝูงให้ได้จนจบครึ่งแรกของฤดูกาล

Match Report! เชลซี เปิดบ้านทุบ แมนฯ ซิตี้ 2-0
​ตัดเกรดนักเตะ เชลซี หลังเปิดบ้านปราบ แมนฯ ซิตี้ 2-0 

ตัดเกรดนักเตะ แมนฯ ซิตี้ หลังบุกพ่าย เชลซี 0-2  


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด