MANCHESTER, ENGLAND - NOVEMBER 24:  Paul Pogba is substituted and replaced by Alexis Sanchez of Manchester United during the Premier League match between Manchester United and Crystal Palace at Old Trafford on November 24, 2018 in Manchester, United Kingdom.  (Photo by Laurence Griffiths/Getty Images)

เก็บตกหลังเกม ! 6 ประเด็นร้อนหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เจ๊าฝืด พาเลซ 0-0


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องมองคู่แข่งร่วมเมืองหนีห่างออกไปอีก 2 คะแนน เมื่อพวกเขาทำได้เพียงแค่เปิดบ้านเสมอ คริสตัล พาเลซ 0-0 ส่งผลให้พวกเขามีเพียง 21 คะแนนเท่านั้นจาก 13 นัด ตามหลังจ่าฝูง 14 แต้ม ด้าน คริสตัล พาเลซ เก็บเพิ่มเป็น 9 คะแนน ขึ้นมาอยู่ที่ 15 ชั่วคราว


ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจกันบ้างในเกมนัดที่ 13 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ คริสตัล พาเลซ

1. เกือบจะมีประตูแต่ก็ทำกันไม่ได้


ทั้ง 2 ฝั่งต่างส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ทีมละครั้ง แต่ก็ตลกดีที่กลายเป็นลูกล้ำหน้าไปทั้งคู่ โดย คริสตัล พาเลซ เกือบจะขึ้นนำช่วงท้ายครึ่งแรกเมื่อ ลูก้า มิลิโวเยวิช เปิดฟรีคิกเข้าเขตโทษแล้วบอลไปโดน วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ เข้าประตู แต่ปรากฏว่า เชคฮู คูยาเต้ ซึ่งเป็นคนขึ้นแย่งโหม่งกับ ลินเดเลิฟ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสขึ้นนำไป


ครึ่งหลังกลายเป็น ยูไนเต็ด ที่ส่งบอลไปตุงตาข่ายได้บ้าง เมื่อ แอชลีย์ ยัง สับไกไม่พ้นเซฟของ เฮนเนสซีย์  บอลกระดอนเข้าทาง โรเมลู ลูกากู จิ้มจ่อ ๆ ไม่พลาด แต่จังหวะดังกล่าว เขาดันล้ำหน้าไปเพียงปลายหัวไหล่เท่านั้น


เมื่อไม่นับ 2 จังหวะดังกล่าว ทั้ง 2 ฝ่ายยิงตรงกรอบรวมกันแค่ 7 ครั้งเท่านั้นในเกมนี้จากโอกาสยิงรวมทั้งหมด 25 ครั้ง ซึ่งส่วนหนึ่งต้องชมผู้รักษาประตูทั้ง เวย์น เฮนเนสซีย์ และ ดาบิด เด เคอา ที่เซฟได้เยี่ยม แต่ปัญหาส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของทีมเกมรุกมากกว่า เมื่อ มาร์กซิยาล, ลูกากู, อเล็กซิส, แรชฟอร์ด, มาต้า และ ลินการ์ด แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ในขณะที่ ทาวน์เซนด์, ซาฮา, ฟาน อานโฮลท์ และ คูยาเต้ ยิงไม่ตรงกรอบกันเลยทั้ง ๆ ที่โอกาสมารออยู่ตรงหน้าแล้ว

2. วาน-บิซากา ได้รับคำชมต่อเนื่อง


แอรอน วาน-บิซากา โชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่องในฐานะแบ็คขวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเจอกับทีมใหญ่ ๆ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาเล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง


กองหลังวัย 20 ปีรับมือกับรุ่นพี่ทีมชาติ อังกฤษ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง พยายามจะแตะอ้อมตัวเขาเข้าเขตโทษ แต่ วาน-บิซากา กลับไม่หลง นอกจากนี้เขายังมีส่วนทำให้ มาร์กซิยาล โชว์ฟอร์มไม่ออกอย่างที่ควร และการเติมเกมรุกของเขาก็ช่วยทีมได้มากทีเดียว 


ถือเป็น 1 ในกองหลังดาวรุ่งที่น่าสนใจที่สุดคนนึงของลีกไปแล้ว และสำหรับ โชเซ มูรินโญ ที่กำลังตามหาฟูลแบ็คคนใหม่ในตลาดซื้อขายนักเตะ การพิจารณา แอรอน วาน-บิซากา ก็ไม่ถือว่าเลวร้ายนัก

3. ป็อกบา ยังหาฟอร์มตัวเองไม่เจอ


ปอล ป็อกบา ยังคงหาฟอร์มเก่งตัวเองไม่เจอเสียที และหนักกว่านั้นคือเกมนี้เขาทำประโยชน์อะไรให้ทีมไม่ได้เลยตลอด 68 นาทีในสนาม ซึ่งถือว่าน่าแปลกใจด้วยซ้ำที่เขาอยู่ได้นานขนาดนั้น


เกมนี้ ป็อกบา ทั้งจับบอลลั่น จ่ายบอลไม่แม่น เสียการครองบอลง่าย และไม่สามารถช่วยเพื่อนร่วมทีมต่อบอล เขาทำหน้าเหวอกับ ลินการ์ด, ลูกากู และ มาร์กซิยาล อยู่หลายครั้งหลังจากต่อบอลพลาด และนั่นทำให้มิดฟิลด์แชมป์โลกเตรียมเจอกับสัปดาห์แห่งการโดนวิจารณ์ได้เลย

4. มูรินโญ ยังหนุน มาร์กซิยาล


โชเซ มูรินโญ ยังคงสนับสนุน อ็องโตนี มาร์กซิยาล อย่างชัดเจน หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มร้อนแรงในช่วงหลังมานี้จนยึดตำแหน่งตัวจริงถาวรทางฝั่งซ้ายไปแล้ว และแม้ว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลยในเกมนี้ แต่ก็ยังได้รับโอกาสอยู่ในสนามจนครบ 90 นาที


มาร์กซิยาล พลาดโอกาสทองไป 2 ครั้งในเขตโทษจากจังหวะไม่คาดคิด ซึ่งชัดเจนมากว่าเขาไม่ได้เตรียมตัวเองให้ดีพอจนทำให้พลาดโอกาสเหล่านั้นไป นอกจากนั้นเขาก็แทบไม่มีโอกาสได้เลี้ยงบอลทะลวงแนวรับคู่แข่งอย่างที่เขามักจะทำบ่อย ๆ รวมถึงการต่อบอลกับ ป็อกบา และ ยัง ก็ไม่แม่น


แต่ถึงอย่างนั้น ลินการ์ด ที่ดูโดดเด่นกว่ากลับกลายเป็นคนที่ถูกถอดออกแทน เท่านั้นไม่พอ เมื่อ มูรินโญ ต้องการส่ง อเล็กซิส ลงสนาม เขากลับเลือกเอา ป็อกบา ออก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ที่เขาจะส่งกองหน้าถึง 4 รายลงสนาม ซึ่งทั้งหมดแล้วก็เพื่อให้ มาร์กซิยาล ยังอยู่ในสนามต่อไปนั่นเอง


ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกองหน้าชาวฝรั่งเศสที่สามารถกลับมาเรียกความเชื่อมั่นจากตัวผู้จัดการทีมได้อีกครั้ง แต่เชื่อเหลือเกินว่าเขายังมีการบ้านต้องกลับไปแก้ไขอีกเยอะจากความผิดพลาดในเกมนี้ และมีสิทธิ์อยู่เหมือนกันที่จะถูกดร็อปในเกมกลางสัปดาห์

5. ลินเดเลิฟ สมควรได้รับคำชื่นชม


แม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้างในเกมนี้ เริ่มตั้งแต่เกือบจะทำเข้าประตูตัวเองในครึ่งแรก มีจังหวะเขาสกัดบอลพรวดจนเสียท่าให้ วิลฟรีด ซาฮา กับ อันดรอส ทาวน์เซนด์ คนละครั้ง และสื่อสารกับ สมอลลิง ไม่ดีจนโดน พาเลซ เข้ามาลุ้นประตุหน้าเขตโทษอยู่บ่อย ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสวีเดนก็สมควรที่จะได้รับคำชื่นชมในเกมนี้


ลินเดเลิฟ คือเหตุผลที่เกมสวนกลับของ คริสตัล พาเลซ ที่มี วิลฟรีด ซาฮา เป็นผู้นำไม่ค่อยได้ผลในครึ่งหลัง  โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ ลินเดเลิฟ เกาะ ซาฮา จนแทบจะเป็นเงาตามตัว ตามเบียดตามแย่งได้ตลอด แถมยังช่วยไล่บี้นักเตะคนอื่นของ พาเลซ จนไม่สามารถเอาบอลเข้าเขตโทษจากฝั่งของเขาได้ง่ายหนัก (หากไม่นับจังหวะที่ ทาวนเซนด์ เข้าเขตโทษ)


และที่น่าชื่นชมกว่านั้นก็คือช่วง 4 นาทีของการทดเจ็บในครึ่งหลัง เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้โควต้าการเปลี่ยนตัวครบแล้ว ลินเดเลิฟ ดันเจ็บต้นขาขึ้นมาจนต้องเดินกะเผลก แต่ถึงอย่างนั้นเขายังกัดฟันลงเล่นต่อไป แถมยังไปเบียดกับนักเตะ พาเลซ 2 คนและเอาชนะมาได้ด้วยในตอนสุดท้าย


บางทีนี่คือสิ่งที่ มูรินโญ เคยเห็นจาก ลินเดเลิฟ สมัยที่เขาอยู่กับ เบนฟิก้า จนทำให้เขาต้องยอมซื้อมาในราคาเกือบ 31 ล้านปอนด์ ความเป็นนักสู้และแนวโน้มที่จะทำได้ดีเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วกองหลังชาวสวีเดนอาจจะอยู่รอดเป็นตัวจริงไปจนจบฤดูกาลก็ได้ 

6. คริสตัล พาเลซ ยังไม่ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก


นับตั้งแต่ พรีเมียร์ลีก กลายมาเป็นลีกสูงสุของอังกฤษในปี 1992 คริสตัล พาเลซ ยังไม่สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยพวกเขาแข่งกันไปแล้ว 19 ครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะได้ 15 ครั้ง และเกมนี้ก็เพิ่งจะเป็นการเสมอกันครั้งที่ 4 เท่านั้น


เกมนี้พวกเขามีโอกาสสุด ๆ ที่จะล้างสถิติดังกล่าวด้วยโอกาสยิงที่มากกว่าเจ้าบ้าน แต่กลับยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น และแม้ว่าจะทำให้บอลเข้าไปตุงตาข่ายได้แล้วแต่ก็ยังถูกจับล้ำหน้าเสียอีก


ในทางกลับกัน พวกเขาหยุดสถิติอันเลวร้ายที่แพ้มา 6 เกมติดต่อกันได้สำเร็จจากทุกรายการตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเกมนัดล่าสุดที่พวกเขาไม่แพ้เกิดขึ้นในเดือนตุลาคมปี 2015 เกมนัดแรกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เจอกับ คริสตัล พาเลซ ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ มูรินโญ นั่นเอง (เสมอกัน 0-0)


ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาชนะ ปีศาจแดง บนลีกสูงสุดได้เกิดขึ้นในปี 1991 ซึ่งพวกเขาเปิดบ้านถล่มไป 3-0 ในขณะที่เกมรายการอื่น พวกเขาเคยบุกมาชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 2-1 ในเกม ลีกคัพ ปี 2011 ซึ่งขณะนั้นพวกเขายังเป็นทีมจาก เดอะแชมเปี้ยนชิพ อยู่เลย

Match Report! แมนฯ ยูไนเต็ด ฝืดสนิท เปิดบ้านเจ๊า พาเลซ 0-0 

ตัดเกรดนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเปิดบ้านเจ๊า พาเลซ 0-0


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด