แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ กลายเป็นเกมที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ​ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้งเมื่อพวกเขาเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม บดเอาชนะ ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเหนือกว่าทุกกระบวนท่า


เกมรับที่เหนียวแน่น, การเซ็ตเกมจากแดนหลังอย่างเยือกเย็น, เพรสซิงที่ดุดัน อีกทั้งการเข้าทำที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สกอร์ 3-1 ในเกมดังกล่าวดูจะเล็กน้อยไปเสียด้วยซ้ำ


ยิ่งไปกว่านั้น ขุมกำลังของ เรือใบสีฟ้า แต่ละรายดูจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวกับฟุตบอลของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา

Manchester City v Manchester United - Premier League

ไอเมอริค ลาปอร์ต จับคู่กับ จอห์น สโตนส์ ได้อย่างแทบจะสมบูรณ์แบบจนเกือบลืมไปว่าพวกเขายังมีทั้ง แว็งซ็อต์ กอมปานี กับ นิโกลาส์ โอตาเมนดี้ อยู่ในทีม, การขาดหายไปอีกครั้งของ เควิน เดอ บรอยน์ แทบไม่ทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาลดลงเลยเมื่อ แบร์นาโด้ ซิลวา โดดเด่นสุดๆ กับบทบาทเพลย์เมคเกอร์ตัวแทนของ KDB ในแดนกลาง แถมแดนหน้าที่มีนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมจากฤดูกาลที่แล้วอย่าง เลรอย ซาเน ยังต้องนั่งเป็นตัวสำรอง


ฤดูกาล 2018/19 ของ ซิตีเซนส์ ผ่านไป 19 แมตช์ น่าเหลือเชื่อว่ามีเพียง 3 เกมเท่านั้นที่พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้!


หนึ่งในนั้นเป็นเกมที่พวกเขาเสมอกับ วูลฟ์ส 1-1 จากแดนหน้าที่พากันแม่นเสาแม่นคานเป็นว่าเล่น, ต่อด้วยการปราชัย ลียง 2-1 จากสองประตูที่เสียไปเพราะความผิดพลาดส่วนตัวของ ฟาเบียน เดลฟ์ กับ แฟร์นันดินโญ และ บิ๊กแมตช์ที่พวกเขากิน ​ลิเวอร์พูล ที่ แอนฟิลด์ ไม่ลงจากการพลาดจุดโทษของ ริยาด มาห์เรซ


สองเกมแรกดูจะเป็นการพลาดชัยที่เกิดจากความไม่ลงตัวกันเองของพวกเขาซึ่งเกิดขึ้นน้อยครั้งนัก มีเพียงเกมกับ หงส์แดง เท่านั้นที่เกมเพรสซิงของ เร้ดแมชีน ได้สร้างปัญหาให้กับลูกทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอลา อย่างเห็นได้ชัดซึ่งพวกเขาจะมีโอกาสล้างตากันอีกครั้งใน พรีเมียร์ลีก กับเกมในวันขึ้นปีใหม่ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งอาจจะเป็นเกมตัดสินแชมป์ลีกสูงสุดอย่างกลายๆ หากสถานการณ์บนตารางคะแนนยังสูสีสุดๆ อย่างนี้


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น!*ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใดๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฏหมายที่ระบุไว้สูงสุด