Liverpool's Egyptian forward Mohamed Salah (L) reacts  during the UEFA Champions League Group C second-leg football match between Red Star Belgrade and Liverpool FC at the Rajko Mitic Stadium in Belgrade on November 6, 2018. (Photo by Andrej ISAKOVIC / AFP)        (Photo credit should read ANDREJ ISAKOVIC/AFP/Getty Images)

เรดสตาร์ 2-0 ลิเวอร์พูล : 7 สิ่งที่เราเรียนรู้หลังความพ่ายแพ้ของ หงส์แดง ใน แชมเปี้ยนส์ลีก



สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด

7. สถิติหลังเกม


  • ลิเวอร์พูล พบกับความพ่ายแพ้ในเกมเยือนศึก แชมเปี้ยนส์ลีก 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
  • เรดสตาร์ เบลเกรด ทำสถิติเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในการเล่นเป็นเจ้าบ้านได้ 2 ครั้งจากการพบกัน 2 นัด โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1973 ในสมัยที่ยังใช้ชื่อ ยูโรเปี้ยน คัพ กับผลสกอร์ 2-1
  • โอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรกของ หงส์แดง ในเกมนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 71 โดยก่อนหน้านี้พวกเขาไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยในเกมเยือน นาโปลี 

6. เสียงปรบมือหลังจบเกมไม่เพียงพอสำหรับกองเชียร์


เมื่อนับรวมผลการแข่งขันถ้วยยุโรปที่ ลิเวอร์พูล เล่นนอก แอนฟิลด์ ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนจนถึงฤดูกาลนี้ หงส์แดง ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียง 4 จากทั้งหมด 9 เกมและพ่ายแพ้ไปถึง 4 นัด


และเมื่อกวาดสายตาดูจากโปรแกรมการแข่งขัน พวกเขาต้องออกไปเยือน ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง เป็นเกมถัดไป ซึ่งเสียงปรบมือจากนักเตะให้กับแฟนบอลที่ตามออกไปเชียร์ดูท่าจะไม่เพียงพอเสียแล้ว

5. บรรยากาศในสนามที่ข่มขวัญสุดๆ


เป็นมุมที่น่าตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อกล้องแพนไปบนสแตนด์ที่ซึ่งกองเชียร์เจ้าถิ่นทั่วทั้งสนามยืนให้กำลังใจทีมรักของพวกเขาตลอดทั้ง 90 นาที บางมุมบนอัฒจันทร์ยังแสดงให้เห็นกล้องที่สั่นไหวจากการกระโดดเชียร์ข่มขวัญคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง เรียกได้ว่าพวกเขาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมสร้างประวัติศาสตร์สำเร็จในเกมนี้

4. โอกาสที่หลุดลอยของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์


หลังจากที่ต้องจบซีซันก่อนหน้านี้ด้วยสัญญายืมตัวสู่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และออกสตาร์ทฤดูกาล 2018/19 ด้วยการรับบทบาทซูเปอร์ซับเสียส่วนใหญ่ ก่อนที่เจ้าตัวจะได้โอกาสลงเล่นเป็นหนึ่งใน 11 คนแรกในเกมนี้


ทว่าดาวยิงชาว อังกฤษ กลับคว้าน้ำเหลวในการฉกฉวยโอกาสดังกล่าวเมื่อซัดจ่อๆ ในกรอบ 6 หลาข้ามคานออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่ สเตอร์ริดจ์ จะถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่หลังพักครึ่งด้วยสถิติยิง 3 ครั้งหลุดกรอบทั้งหมด

3. จังหวะที่หายไปของ อดัม ลัลลานา


หลังจากที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมา มิดฟิลด์ชาว อังกฤษ รายนี้ก็ไม่ใช่แข้งตัวหลักของทีมอีกต่อไปเมื่อเจ้าตัวเพิ่งลงเล่นไปเพียง 5 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้โดย 2 ในนั้นเป็นการลงเล่นในเกมยุโรป ซึ่งในเกมนี้ก็ดูเหมือนว่าฟอร์มของเจ้าตัวยังห่างไกลจากเดิมอยู่มากโข


ลัลลานา ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมในแดนกลางได้เลยและยังเป็นจุดอ่อนของทีมเมื่อผ่านบอลสำเร็จเพียง 23 จาก 35 ครั้งเท่านั้น คิดเป็น 66 เปอร์เซ็นต์ (ไวนัลดุม 92 เปอร์เซ็นต์, มิลเนอร์ 97 เปอร์เซ็นต์)

2. มิลาน พาฟคอฟ สร้างประวัติศาสตร์


พาฟคอฟ เป็นผู้เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้พา เรดสตาร์ คว่ำยักษ์ใหญ่จาก อังกฤษ สำเร็จ โดยประตูแรกของเขานับเป็นประตูแรกของทีมในรอบ 26 ปีที่ทีมทำได้ในเกมหย้าศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่ที่ ซินิซา มิไฮโลวิช ยิงให้กับ เรดสตาร์ ในเกมที่แพ้ ซามพ์โดเรีย 3-1 เมื่อปี 1992

1. การเข้ารอบไม่การันตี


ความพ่ายแพ้ต่อทีมบ๊วยของกลุ่มทำให้โอกาสในการผ่านเข้ารอบยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีม ซึ่งนั่นหมายความว่า หงส์แดง ไม่ได้มีภาษีที่ดีที่สุดในกลุ่มในการผ่านเข้ารอบอีกต่อไป นอกจากนี้ 2 เกมที่เหลือของ เร้ดแมชีน ยังเป็นการบุกไปเยือน ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง ในเกมต่อไป ตามด้วยการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ นาโปลี เป็นนัดปิดท้าย ซึ่งไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับตัวแทนจาก พรีเมียร์ลีก

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด