เก็บตกหลังเกม ! 7 ประเด็นร้อนหลัง หงส์แดง เฉือนหวิว ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-0



พรีเมียร์ลีก 2018/19 นัดที่ 9

ฮัดเดอร์สฟิลด์ 0-1 ลิเวอร์พูล

วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561

สนาม : จอห์น สมิธส์ สเตเดี้ยม



7. ชัยชนะอีกครั้งหลังจากเกือบ 1 เดือนของ หงส์แดง


ไม่น่าเชื่อว่าชัยชนะนัดล่าสุดของ ลิเวอร์พูล ต้องย้อนกลับไปถึงแมตช์กับ เซาแธมป์ตัน เมื่อวันที่ 22 กันยายน ก่อนที่พวกเขาจะพบกับช่วงขรุขระกับฟอร์มการเล่นเล็กน้อยทั้งใน คาราบาว คัพ, ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก


ชัยชนะนัดนี้นับว่าเป็นการกลับมาสู่เส้นทางสู่ความสำเร็จอีกครั้งของพวกเขาหลังจากที่ออกสตาร์ทได้อย่างน่าประทับใจเมื่อช่วงต้นฤดูกาล

6. ขนาดทีมของ หงส์แดง


เยอร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมโดยพักผู้เล่นตัวหลักด้วยการส่ง อดัม ลัลลานา, เซอร์ดาน ชากิรี และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงสนามและแข้งทั้ง 3 รายก็ไม่ทำให้นายใหญ่ชาว เยอรมนี ผิดหวังด้วยการพาทีมบดเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ไปได้


แม้เนื้อหารูปของเกม หงส์แดง จะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นักแต่สุดท้ายแล้ว 3 คะแนนเต็มก็เป็นของพวกเขา ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่า ลิเวอร์พูล มีศักยภาพของผู้เล่นที่สามารถทดแทนกันได้ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง อย่างน้อยก็ในเกมที่เจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งน้อยกว่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับฤดูกาลที่แข่งขันอย่างยาวนาน

5. ชากิรี โชว์คลาส


ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแทนที่ ซาดิโอ มาเน ที่ได้รับบาดเจ็บและดาวเตะมะขามป้อมชาว สวิตเซอร์แลนด์ แสดงให้เห็นถึงทักษะและการเคลื่อนที่อันเฉียบขาด


เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ผ่านบอลให้เพื่อนได้สับไก 2 ครั้งในวันนี้โดยที่หนึ่งในนั้นเป็นการแอสซิสต์ให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงประตูชัย

4. ฟาบินโญ เดบิวต์ใน พรีเมียร์ลีก (เสียที!)


หลังจากอดทนรอโอกาสมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ย้ายมาจาก โมนาโก ดาวเตะ บราซิเลียน รายนี้ก็ถูกส่งลงประเดิมสนามใน พรีเมียร์ลีก เป็นเกมแรมแทนที่ อดัม ลัลลานา ในช่วงครึ่งหลัง


เจ้าตัวถูกคว้าตัวมาอุดรอยรั่วในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเมื่อต้องเจอกับทีมชั้นนำ และนับเป็นโอกาสดีที่ได้ลงสนามในลีกเพื่อปรับตัวให้เข้ากับจังหวะของทีมเสียทีเพื่อเป็นเกราะป้องกันของ หงส์แดง อีกชั้นยามที่ทีมต้องการ โดยเฉพาะเมื่อต้องดวลกับยักษ์ใหญ่ของ ยุโรป เมื่อเข้ารอบลึกๆ ในรายการ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก

3. เจ้าตูบ อาการน่าเป็นห่วง


ฮัดเดอร์สฟิลด์ พยายามที่จะเร่งเครื่องเมื่อเป็นฝ่ายถูกนำตั้งแต่นาทีที่ 24 และเกมก็ดูจะเป็นใจให้กับพวกเขาเมื่อ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้


ทว่ารูปแบบการเข้าทำที่ไร้จินตนาการ รวมกับความไม่เด็ดขาดที่แดนหน้าทำให้พวกเขาต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด แม้จะสร้างโอกาสได้ 13 ครั้ง (ลิเวอร์พูล 12 ครั้ง) แต่ก็สามารถยิงตรงกรอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และนับเป็นเกมเหย้านัดที่ 5 ติดต่อกันเข้าไปแล้วที่พวกเขาไม่สามารถทำประตูได้ในฤดูกาลนี้


เดวิด วากเนอร์ มีการบ้านชิ้นโตในเกมรุกที่ต้องแก้ไขให้สำเร็จหากต้องการที่จะพาทีมอยู่รอดปลอดภัยใน พรีเมียร์ลีก ให้ได้หลังจากจมอยู่ในอันดับรองบ๊วยของตารางคะแนน

2. อลิสซอน กับคุณภาพในการเล่นด้วยเท้า


แม้จะเคยเสียประตูจากการถูกตัดบอลในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ จากการพยายามคล้องบอลด้วยเท้าหนีคู่แข่ง แต่นายทวาร บราซิเลียน รายนี้ก็ไม่เสียความมั่นใจในการคงเอกลักษณ์ในการเล่นไปแม้แต่น้อย


เจ้าตัวยังทำได้อย่างยอดเยี่ยมและมั่นใจสุดๆ แม้จะถูกแนวรุกของเจ้าบ้านพยายามไล่กดดันยามครอบครองบอลหน้าปากประตูของตัวเองแต่ก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง นอกจากนี้ยังช่วยงัดเซฟสำคัญๆ รักษาคลีนชีทพาทีมเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

1. ซาลาห์ คนเดิม


หลังจากที่ไม่สามารถยิงประตูได้  4 นัดติดต่อกันและทีมก็ไร้ชัยมาทั้ง 4 เกมดังกล่าว เกมนี้เป็นนัดที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สามารถปลดล็อคประตูของตนเอง และทำให้ทีมเก็บชัยชนะได้สำเร็จ


สตาร์ชาว อียิปต์ ยังคงเป็นคีย์แมนในแนวรุกของทีมจากการเคลื่อนที่หาพื้นที่ว่างและไปกับบอลอย่างยอดเยี่ยม เจ้าตัวแสดงให้เห็นความเฉียบขาดกับจังหวะหลุดเข้าไปซัดยด้วเท้าขวาเป็นประตูชัยให้กับทีมและน่าจะทำได้มากกว่า 1 ประตูด้วยซ้ำในวันนี้

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด