SUPHAN BURI, THAILAND - OCTOBER 14: Thitiphan Puangjan #8 of Thailand (L) celebrates scoring his side's goal during the international friendly match between Thailand and Trinidad and Tobago at Suphanburi Stadium on October 14, 2018 in Suphan Buri, Thailand. (Photo by Pakawich Damrongkiattisak/Getty Images)

เก็บตกหลังเกม ! 5 ประเด็นที่เราเรียนรู้หลัง ทีมชาติไทย บด ตรินิแดดฯ 1-0



ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ

ทีมชาติไทย 1-0 ทีมชาติตรินิแดด แอนด์ โตเบโก

สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี



5. สินทวีชัย และหลังจากนี้?


กลายเป็นหมุดหมายสุดท้ายหลังรับใช้ทีมชาติมาอย่างยาวนาน 14 ปีส่งต่อไม้ผู้รักษาประตูให้กับนายทวารรุ่นน้องในทีมชาติชุดนี้อันได้แก่ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ ฉัตรชัย บุตรพรหม


ทว่ากลายเป็นเกมที่ไม่น่าประทับใจนักสำหรับ ฉัตรชัย เมื่อเจ้าตัวถูกส่งลงมาแทนที่ เจ้าตี๋ ในนาทีที่ 14 ก่อนจะเสียความมั่นใจจากการไปทำฟาวล์แข้ง ตรินิแดด นอกกรอบเขตโทษ ส่งผลให้จังหวะต่อเนื่องหลังจากนั้นดูจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าใดนัก


อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นแล้วถึงผีไม้ลายมือในระดับสโมสรที่ไม่ธรรมดาเรียบร้อย เวลาและประสบการณ์จะช่วยให้ ฉัตรชัย แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่จนถึงตอนนี้ ศิวรักษ์ ดูจะมีภาษีดีกว่าเล็กน้อยสำหรับรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ที่ทีมชาติไทยจะไร้ กวิน ธรรมสัจนานันท์

4. ความหลากหลายที่แดนกลาง


ปกเกล้า อนันต์, สุมัญญา ปุริสาย, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ออกสตาร์ทในเกมวันนี้และเราได้เห็นมิติที่หลากหลายโดยเฉพาะจากคู่ ปกเกล้า-สุมัญญา


ปกเกล้า ยังคงรักษาจุดเด่นในการหาพื้นที่ว่างเติมเกมสลับกันผู้เล่นในแดนหน้าและยืนตำแหน่งในเกมรับได้ดี ขณะที่ สุมัญญา กลายเป็นพระเอกของเกมในครึ่งหลังเมื่อ มิโลวาน ราเยวัช ส่งตัวรุกริมเส้นธรรมชาติลงมาเคลื่อนที่บริเวณริมเส้น ปลดล็อควิสัยทัศน์ในการผ่านบอลของเจ้าตัว ขณะที่ ชนาธิป ยังเป็นคีย์แมนในแนวรุกของทีมเช่นเคยพร้อมกับการยกระดับสัญชาตญาณในการทำประตู


ส่วน ฐิติพันธ์ ที่ถูกส่งลงสนามในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายยังคงความเป็นมิดฟิลด์ไดนาโมกับจังหวะสอดเติมขึ้นไปพังประตูชัย

3. 3 ประสาน เจลีก


ทั้ง ธีราทร บุญมาทัน, ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา ยังคงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นหัวใจสำคัญของทีมเช่นเคยกับเซนส์ในการเล่นที่ดูจะเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นไปหนึ่งก้าว


อย่างไรก็ตาม ทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์อาเซียนในปลายปีนี้ที่จะไร้สตาร์ดังทั้ง 3 ราย มิโลวาน ราเยวัช ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแข้งตัวเลือกรายอื่นมีดีไม่แพ้กันและพร้อมที่จะยกระดับตัวเองขึ้นมาทดแทนการขาดหายไปของพวกเขาทั้งสาม


กรกช วิริยอุดมศิริ โชว์ให้เห็นถีงระดับของเขาในเกมที่ผ่านมากับ ฮ่องกง ขณะที่ สุมัญญา ปุริสาย แม้จะไม่มีลีลากระชากลากเลื้อยอย่างเจ้า เจ ทว่าวิสัยทัศน์ในการผ่านบอลทำให้เขาน่าจะกลายเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของโค้ช มิโล ที่ตำแหน่งเดียวกัน ขณะที่ อดิศักดิ์ ไกรษร ก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงกับตำแหน่งศูนย์หน้าโดยมี ศุภชัย ใจเด็ด เป็นตัวสอดแทรก

2. คีย์แมนในแนวรับ


แม้จะต้องดวลกับกองหน้าร่างยักษ์ แต่ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว แสดงให้ว่าเขาสามารถรับมือได้อย่างยอดเยี่ยม แม้อาจจะมีจังหวะช่วงต้นครึ่งแรกที่ดูยังตั้งจูนกันไม่ติดเท่าไหร่นักแต่ปราการหลังจอมเก๋าจาก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้กลายเป็นลูกพี่ที่คอยประคองรุ่นน้องทั้งคู่หูอย่าง สุพรรณ ทองสงค์ และ มิก้า ชูนวลศรี รวมทั้งยังมีจังหวะตัดบอลก่อนจะพาบอลตะลุยขึ้นมาเองจากแดนหลังอย่างเตะตา

1. สุมัญญา แจ้งเกิดกับทีมชาติยุค ราเยวัช เต็มตัว


ออกสตาร์ทด้วยการยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางจับคู่กับ ปกเกล้า อนันต์ ในครึ่งแรกโดยเจ้าตัวไม่ค่อยมีบทบาทเด่นมากนักก่อนที่นายใหญ่ ทีมชาติไทย จะปลดล็อคความสามารถในการผ่านบอลของเจ้าตัวด้วยการส่งตัวรุกริมเส้นลงมาเคลื่อนที่ให้ สุมัญญา ผ่านบอลคิลเลอร์พาสหลุดไปได้ลุ้นหลายครั้ง


เจ้าตัวยิ่งโดดเด่นยิ่งขึ้นเมื่อขยับไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกแทนที่ ชนาธิป ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในครึ่งหลังก่อนจะได้แอสซิสต์จากการงัดบอลให้ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตูชัยให้กับทีม


มิดฟิลด์จากสังกัด แบงค็อก ยูไนเต็ด น่าจะเบียดกับ สรรวัชญ์ เดชมิตร ได้สนุกในตำแหน่งกองกลางตัวรุกกับทัวร์นาเมนต์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ในช่วงปลายปีนี้

สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด