LIVERPOOL, ENGLAND - SEPTEMBER 22:  Mohamed Salah of Liverpool celebrates after scoring his team's third goal during the Premier League match between Liverpool FC and Southampton FC at Anfield on September 22, 2018 in Liverpool, United Kingdom.  (Photo by Alex Livesey/Getty Images)

เก็บตกหลังเกม ! 5 ประเด็นห้ามพลาดหลัง ลิเวอร์พูล อัด เซาแธมป์ตัน 3-0



พรีเมียร์ลีก 2018/19 นัดที่ 6

ลิเวอร์พูล 3-0 เซาแธมป์ตัน

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

สนาม : แอนฟิลด์



5. แกร่งเกินเด็ก


เป็นอีกเกมที่ เทร็นต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนเราแทบลืมไปว่าแบ็คขวารายนี้เพิ่งมีอายุได้ 19 ปี เจ้าตัวทำหน้าทั้งเกมรับและเกมรุกได้อย่างแข็งแกร่งแถมด้วยการจัดการกับลูกเซ็ตพีซได้อย่างเด็ดขาดอย่างการแอสซิสต์จากลูกเตะมุมให้กับ โจเอล มาติป

4. นักบุญ ขาด อิงส์ เหมือนขาดใจ


สัญญายืมตัวจาก ลิเวอร์พูล ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทีม เซาแธมป์ตัน ถาวรในวันที่ 1 กรกฎาคมหน้าทำให้ แดนนี อิงส์ หมดสิทธิ์ลงเล่นให้กับทีมเยือนในเกมนี้และทีมเยือนต้องขาดกองหน้าที่มีสถิติซัด 3 ประตูใน 5 เกมที่ผ่านมา ขณะที่ มาโนโล กับเบียดินี กองหน้าอีกรายของพวกเขาก็ยังไม่ฟิตสมบูรณ์


มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือของ ทัพนักบุญ เลือกที่จะปล่อยให้ เชน ลอง ปักหลักอย่างโดดเดี่ยวในแดนหน้าและแพ็คผู้เล่นในแดนกลางแทนที่ และสถิติยิงเข้ากรอบเพียง 1 ครั้งในเกมนี้จากโอกาสยิง 8 ครั้งก็บ่งบอกถึงคุณภาพของผู้เล่นชุดนี้ของ ฮิวจ์ส ได้เป็นอย่างดี

3. ชากิรี กับทางเลือกเชิงแท็คติกที่มากขึ้นของ เยอร์เก้น คล็อปป์


หลังย้ายจาก สโต๊ค มาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ ตัวรุกมะขามข้อเดียวทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ ก็ถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของ 3 ประสานของทีมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน แต่การที่ คล็อปป์ ส่งทั้ง 4 คนลงสนามพร้อมกันในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชากิรี มีดีมากกว่าที่จะเป็นแค่นักเตะรอโอกาสโรเตชัน


อดีตแข้ง ช่างปั้นหม้อรับบทบาทเพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10 คอยเคลื่อนที่อยู่ด้านหลังแนวรุก ปั้นเกมที่ช่องว่างระหว่างมิดฟิลด์กับแผงหลังของทีมเยือน รวมทั้งสอดไปอยู่ที่ริมเส้นเมื่อมีโอกาส ชากิรี กลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในครึ่งแรกกับการมีส่วนร่วมเกือบทุกจังหวะในเกมรุกของทีม ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกเปลี่ยนตัวออกหลังพักครึ่ง

2. ขุมกำลังที่พร้อมท้าชนของ คล็อปป์


ฟุตบอลที่ต้องการพลังของนักเตะในการไล่บีบพื้นที่อย่างหนักหน่วงของ เยอร์เก้น คล็อปป์ กับโปรแกรมสุดโหดทั้งใน พรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลถ้วย และรายการยุโรป ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บรรดาแข้ง หงส์ ต้องรักษาสภาพความฟิตให้เต็มถึงอยู่ตลอดเวลา แต่จะยิ่งดีไปกว่านั้นหากพวกเขามีขุมกำลังที่มาตรฐานไม่ต่างกันสามารถหมุนเวียนกันลงเล่นได้ต่อเนื่อง


เจมส์ มิลเนอร์ กับ โจ โกเมซ ที่เป็น 2 ผู้เล่นคีย์แมนตลอดช่วงหลังที่ผ่านมาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองโดยมี เซอร์ดาน ชากิรี และ โจเอล มาติป ออกสตาร์ทแทนที่ ทั้งสองรายนอกจากจะทดแทนตัวจริงได้อย่างไม่ต่างกันแล้วยังมีส่วนกับประตูของ ลิเวอร์พูล และทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม


จากนี้ นายใหญ่ หงส์แดง อาจจะต้องเผชิญปัญหาปวดหัวในการเลือกผู้เล่นตัวจริงเมื่อนักเตะทั้งทีมต่างแข่งกันงัดฟอร์มเก่งเอาชนะใจกุนซือ แต่เชื่อเหลือเกินว่ามันเป็นปัญหาที่ คล็อปป์ ยินดีเผชิญ

1. ลิเวอร์พูล เติมเต็มคุณสมบัติในการลุ้นแชมป์


รักษาฟอร์มการเล่นให้ดีต่อเนื่อง, มีแนวรุกที่ดุดัน-เกมรับอันแข็งแกร่ง, ขุมกำลังที่หมุนเวียนกันลงเล่นได้เมื่อต้องการ และทางเลือกเชิงแท็คติกที่หลากหลาย ทั้งหมดนั้นมีอยู่ใน ลิเวอร์พูล ชุดนี้ของ เยอร์เก้น คล็อปป์


ในขณะที่แชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงยอดเยี่ยมไม่ต่างจากฤดูกาลที่แล้ว ทางเดียวที่จะทำให้การรอคอยแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่างยาวนานของ หงส์แดง สิ้นสุดลงคือทำให้ได้ดีกว่า เรือใบสีฟ้า ซึ่ง คล็อปป์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการเผชิญหน้ากับพวกเขานั้นเข้าทาง เดอะเร้ดส์ อย่างไม่ต้องสงสัย


งานสำคัญของนายใหญ่ทีมดังจาก เมอร์ซีย์ไซด์ ก็คือการนำทีมไล่เก็บ 3 แต้มจากทีมอื่นๆ ในลีกให้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นก็ดูเหมือนว่าพวกเขายังทำได้ดีจนถึงเวลานี้


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด