5 เรื่องต้องรู้ หลัง แมนยู อัด สวอนซี 2-0 แซงหงส์ขึ้นที่ 2 เหมือนเดิม



ชัยชนะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดทำให้ศึกชิงอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น โดบก่อนหน้าที่เกมนี้จะเริ่มต้นขึ้น พลพรรคหงส์แดงเพิ่งจะเอาชนะ คริสตัล พาเลซ มาหมาด ๆ ทำให้ลูกทีมของ โชเซ มูรินโญ ต้องเอาชนะหงส์ขาวให้ได้ และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ



เกมนี้มีจุดให้พูดถึงอยู่หลายอย่างเลยทีเดียว แต่มีอยู่ 5 เรื่องนี่แหละ ที่คุณไม่ควรพลาด

5. ซุปเปอร์เซฟของ ดาบิด เด เคอา


ตลอดทั้งเกมเขาแทบไม่ต้องออกแรงอะไร แต่เมื่อต้องทำขึ้นมา เขาก็ยังทำได้อย่างเยี่ยมยอดเสมอ


ลูกยิงครั้งแรกของ แทมมี อับราฮัม นั้นไร้ที่ติแล้ว แต่ เด เคอา ยังคงปฏิกิริยาไว้ พุ่งไปปัดออกมาได้ ส่วนลูกที่ 2 ก็ต้องชม อับราฮัม เหมือนกันที่เอาชนะ สมอลลิง ได้ แต่ เด เคอา ยังแสดงให้เห็นอีกครั้งว่า นายทวารทีมชาติสเปนนั้นเหมาะที่จะเป็นประตูอันดับ 1 ของพรีเมียร์ลีก


ฟอร์มดีวันดีคืนของเขาเนี่ยแหละที่จะช่วยให้ลูกทีมของ มูรินโญ มีลุ้นแชมป์กับเขาบ้างในฤดูกาลถัด ๆ ไป รวมไปถึงเอฟเอคัพในฤดูกาลนี้ด้วย

4. คาร์ริค กับบทบาทของสต๊าฟโค้ช

หลังจากหายหน้าจากข้างสนามไปนาน แมตช์นี้เราได้เห็น ไมเคิล คาร์ริค กลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในฐานะนักเตะนะ


ก่อนหน้าที่เขาจะประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการ เจ้าตัวมีความฝันว่าอยากจะกลับมาที่โรงละครแห่งความฝันในฐานะโค้ช และวันนี้ก็ดู้เหมือนเขาจะเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นโค้ชแล้วด้วยการเรียนงานจากนายใหญ่ปีศาจแดงคนปัจจุบัน 


ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นการติวเข้มก่อนเป็นโค้ชเต็มตัวระหว่าง มูรินโญ และ คาร์ริค ใน 8 เกมที่เหลือก็เป็นได้ และหากเขาทำได้ดี มันก็ีมีโอกาสสูงทีเดียวที่เราจะได้เห็นกัปตันผีแดงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมโค้ชภายใต้ มูรินโญ ในฤดูกาลหน้า

3. ปอล ป็อกบา กลับมาแล้ว


ก่อนหน้านี้ เพลย์เมกเกอร์เลือดน้ำหอมถูกค่อนขอดหลาย ๆ อย่าง ทั้งเล่นไม่คุ้มค่าตัว โดดเด่นแค่ทรงผม เด็กน้อยเอาแต่ใจ หรือแม้กระทั่งกินเกาเหลากับ มูรินโญ แต่ในวันนี้เขาได้พิสูจน์ให้แฟนบอลเห็นอีกครั้งว่าเขาทำอะไรได้บ้าง


เกมในวันนี้ถือเป็นก้าวกระโดดอีกครั้งหนึ่งสำหรับ ปอล ป็อกบา จังหวะการจ่ายบอลของเขาทำได้เนี้ยบสุด ๆ โดยเฉพาะการสอดส่องสายตาหาเพื่อนร่วมทีม และการวางบอลที่แม่นยำช่วยให้เพื่ออย่าง ลูกากู อเล็กซิส หรือ ลินการ์ด ทำงานได้ง่ายขึ้นเป็นกอง


หาก ลูกากู สามารถเปลี่ยนลูกยิงเผาขนให้เป็นประตูได้ละก็ การแอสซิสต์ครั้งนั้นของ ป็อกบา อาจจะกลายเป็นลูกแอสซิสต์ที่สวยที่สุดลูกนึงในประวัติศาสตร์ของเขากับทีมเลยก็เป็นได้

2. อเล็กซิส เริ่มจูนกับเพื่อนใหม่ได้แล้ว


อเล็กซิส เป็นนักเตะที่ขยันมาตั้งแต่สมัยที่เล่นกับ บาร์เซโลนา แล้ว พอมาอยู่กับ อาร์เซนอล ก็มีโอกาสได้แบกทีมอยู่หลาย ๆ ครั้ง นั่นทำให้เขาถูกคาดหวังว่าจะสามารถโชว์ฟอร์มยิ่งใหญ่ได้ทันทีกับผีแดง ผลคือจอมแท็คติคอย่าง มูรินโญ ไม่ให้อิสระกับเขามากนัก


หลาย ๆ เกมที่ผ่านมา เราได้เห็น อเล็กซิส ลงไปเล่นเกมรับเป็นส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่งมาจากแท็คติคเน้นเอาผลแน่นอนของ มูรินโญ แต่อีกส่วนก็เพราะ อเล็กซิส ขยันมากเสียจนยอมลงไปล้วงเอาบอลมาจากแดนรับเสียเอง ประกอบกับการที่เขายังไม่เข้าขากับทีมมากนัก ทำให้เราเห็นเขาอยู่คนเดียวในสนามเสียมาก แถมจังหวะต่อเกมก็ขาด ๆ เกิน ๆ ตลอด


แต่ในวันนี้เราได้เห็น อเล็กซิส แบบที่เปลี่ยนไป เขาเริ่มมีอิสระมากขึ้น การวิ่งทำทางของเขาเริ่มส่งไปถึงเพื่อน การต่อบอลกับ ลินการ์ด และ ป็อกบา ก็เนียนขึ้น และท้ายที่สุด เขาสามารถยิง 1 จ่าย 1 ได้ในแมตช์นี้อีกด้วย นี่น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีของเขาและแฟน ๆ ผีแดง รวมถึง มูรินโญ ด้วย



1. ประตูที่ 100 ของ ลูกากู

โรเมลู ลูกากู กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 28 ในพรีเมียร์ลีกที่ทำได้ครบ 100 ประตู และเขายังเป็นผู้เล่นชาวเบลเยียมคนแรกด้วยที่ทำแบบนี้ได้


ลูกากู ซึ่งลงเล่นเป็นเกมที่ 215 ในพรีเมียร์ลีก รับไม้ต่อจาก อเล็กซิส ก่อนยิงเสียบมุมแบบสวยงาม สร้างสถิติให้ตัวเองขึ้นไปอยู่ในทำเนียบเดียวกันกับพวกมีชื่ออย่าง เธียร์รี อองรี หรือ เซร์คิโอ อเกวโร ได้สำเร็จ


ด้วยวัยเพียง 24 ปี ลูกากู ยังมีโอกาทำได้มากกว่านี้อีก และหากเขายังคงอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป ไม่แน่ว่าเขาอาจจะทำลายสถิติของ อลัน เชียร์เรอร์ ลงในวันข้างหน้าก็เป็นได้


สนับสนุนบทความของแท้ไม่ก็อปปี้ต้อง 90min.com เท่านั้น ! * ไม่อนุญาตให้คัดลอกบทความหรือรูปภาพไม่ว่าวิธีใด ๆ หากฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด 

เรื่องเด่น