ZURICH, SWITZERLAND - JANUARY 11: (L-R) Neymar of Brazil and FC Barcelona, Lionel Messi of Argentina and FC Barcelona and Cristiano Ronaldo of Portugal and Real Madrid pose for a photo after a press conference prior to the FIFA Ballon d'Or Gala 2015 at the Kongresshaus on January 11, 2016 in Zurich, Switzerland.  (Photo by Matthias Hangst/Getty Images)

ต้องจารึก ! 12 สถิติแห่งโลกฟุตบอล ที่ถูกทำลายลงในปี 2016

12. ลีโอเนล เมสซี : ทำประตูในบ้านได้สูงสุด บนเวที ยูฟา แชมเปียนส์ลีก

เจ้าของเดิมสำหรับสถิตินี้ คือ ราอูล กอสซาเลซ แข้งระดับตำนานจากทีม เรอัล มาดริด นั่นเอง ซึงเขาทำประตูให้กับการเล่นในสนามเหย้าของตัวเอง บนเวที ชปล. ได้มากถึง 49 ลูก


แต่แล้วในแมตช์ที่เจ้าหนูมหัศจรรย์ ลีโอเนล เมสซี กระหน่ำแฮตทริกใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ทำให้เขาแซงหน้าขึ้นไปเป็นผู้ครองสถิติคนใหม่ที่ 51 ลูกทันที

11. แจ็ค กรีลิช : ลงเล่นแล้วทีมแพ้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2015-16 ที่ แอสตัน วิลลา ต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกลงไปอยู่ในลีก แชมเปียนชิพ เจ้าหนูดาวรุ่งอย่าง แจ็ค กรีลิช ได้กลายเป็นเจ้าของสถิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครอยากทำ


เพราะในปี 2016 นี้ กรีลิช ได้โอกาสลงเล่นให้กับทีมสิงห์ผงาดบนเวทีพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 16 เกม ซึ่งผลการแข่งก็ออกมาน่าใจหายสุด ๆ เพราะเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด 16 เกมนั่นเลยทีเดียว

10. หลายสโมสร : ทำลายสถิติซื้อตัวแพงสุดของทีม

ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2016 ที่ผ่านมา มีหลายสโมสรทำลายสถิติการซื้อนักเตะค่าตัวสูงสุดกันมากมาย โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกอย่างเดียวก็ปาเข้าไป 13 ทีม เช่น


สเปอร์ส : มุสซา ซิสโซโก (30 ล้าน)

เลสเตอร์ : อิสลา สลิมานี (29 ล้าน)

คริสตัล พาเลซ : คริสเตียน เบนเทเก้ (27 ล้าน)

เวสต์แฮม : อังเดร อายิว (20.5 ล้าน)

เซาธ์แฮมป์ตัน : โซฟิอานี บูฟาล (16 ล้าน)

สวอนซี : บอร์ฆา บาสตอน (15.5 ล้าน)

บอร์นมัธ : จอร์ดอน ไอบ์ (15.3 ล้าน)

ซันเดอร์แลนด์ : ดิดิเยร์ เอ็นดอง (13.6 ล้าน)

เวสต์บรอมฯ : นาเซอร์ ชาดลี (13 ล้าน)

วัตฟอร์ด : ไอแซค ซุคซาส (12.75 ล้าน)

เบิร์นลีย์ : เจฟฟ์ เฮนดริค (10.5 ล้าน)

สโต๊ค ซิตี้ : จิอันเนลลี อิมบูลา (18.3 ล้าน)

แมน ยูไนเต็ด : พอล ป็อกบา (89 ล้าน)

9. ดอร์ทมุนด์ : ทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในศึก ชปล. รอบแบ่งกลุ่ม

ถึงแม้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะไม่ได้มีกุนซือที่ชื่อว่า เจอร์เกน คล็อปป์ คอยนำทัพอยู่แล้วก็ตาม แต่เกมรุกของพวกเขาก็ยังคงร้ายกาจสุด ๆ อยู่ ไม่เว้นแม้แต่ในเวทีใหญ่ของทวีปยุโรป


โดยทัพแข้งเสือเหลืองกระหน่ำไปได้มากถึง 21 ประตูจากการลงเล่น 6 นัด ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ บาร์เซโลนา, เรอัล มาดริด, แมนฯ ยูไนเต็ดครองร่วมกันที่ 20 ลูกลงไปเรียบร้อย และมีไฮไลท์อยู่ที่เกมถล่ม ลีเกีย วอร์ซอ 8-4 นั่นเอง

8. อดัม ลัลลานา : ระยะทางวิ่งต่อเกมเยอะที่สุดในพรีเมียร์ลีก

"คุณชายทองม้วน" ของ ลิเวอร์พูล มีระยะทางวิ่งรวม 13.1 กิโลเมตร ในเกมที่เขานำนำทีมถล่ม เลสเตอร์ ซิตี้ 4-1 เมื่อเดือนกันยายน 2016 นั่นเอง


แต่ถึงกระนั้น ลัลลานา ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขานั้นเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องยกเครดิตให้กับระบบการฝึกซ้อมและรักษาความฟิตเพื่อรองรับแท็คติก เกเก้น เพรสซิ่ง ไปเต็ม ๆ 

7. เลสเตอร์ ซิตี้ : คลีนชีต 4 นัดติด ในการแข่ง ชปล. ครั้งแรก

ต้องบอกว่าเป็นการสร้างเซอร์ไพร์สให้คอบอลได้อ้าปากค้างกันต่อเนื่อง หลังจากที่ฤดูกาลก่อนทัพนักเตะจิ้งจอกสีน้ำเงินคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้สำเร็จ 


และผลจากการเป็นอันดับหนึ่งทำให้พวกเขาได้เข้าไปเตะในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งในขณะที่ทุกคนคิดว่าเจอบอลโหด ๆ ระดับนี้เข้าไปยังไงก็ไม่รอด แต่สุดท้ายกลับเก็บคลีนชีตได้ติดต่อกันนานถึง 4 เกม ทำสถิติใหม่ไปแบบหน้าตาเฉย

6. เรนาโต ซานเชซ : แข้งอายุน้อยสุด ที่ลงเล่นในศึกฟุตบอล ยูโร รอบชิงฯ

สำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่กลางปีที่ผ่านมาอย่าง ยูโร 2016 ดาวเตะวัยรุ่นของทีมชาติ โปรตุเกส วัย 18 ปีอย่าง เรนาโต ซานเชซ ก็ได้ถูกจารึกชื่อลงไปในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในเกมรอบชิงชนะเลิศรายการนี้


ซึ่งเจ้าของสถิติคนก่อนหน้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็น คริสเตียโน โรนัลโด รุ่นพี่ของเขา ที่ลงเล่นรอบชิงในศึกยูโร 2004 ด้วยวัย 19 ปีนั่นเอง แต่ต่างกันที่ปีนี้ทัพฝอยทองคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ



5. บาเยิร์น มิวนิค : คว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ติดต่อกันได้มากที่สุด

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 4 ติดต่อกันได้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และพวกเขาก็กลายเป็นทีมแรกที่สร้างสถิตินี้ได้ในประเทศเยอรมัน


และแชมป์ที่เพิ่งได้รับไปนั้น ก็ทำให้พวกเขาคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครองได้เป็นครั้งที่ 25 ของประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของลีกด้วยเช่นกัน

4. กอนซาโล อิกวาอิน : ทำประตูสูงสุดต่อฤดูกาลของ ซีเรีย อา

ในฤดูกาลที่แล้ว อิกวาอิน จัดการซัดให้กับทีมนาโปลีไปได้มากถึง 36 ฤดูกาล เฉพาะเกมลีก ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติที่คงอยู่มายาวนานถึง 66 ปี ลงได้อย่างสมบูรณ์


จากนั้นสตาร์อาร์เจนไตน์ ก็ถูกทีมแชมป์ลีกอย่าง ยูเวนตุส ซื้อไปช่วยล่าตาข่ายด้วยค่าตัวสูงลิ่วถึง 90 ล้านยูโรทันที 


3. คริสเตียโน โรนัลโด : ลงเล่นในศึกฟุตบอล ยูโร มากที่สุด

สุดยอดซูเปอร์สตาร์ของทีมแชมป์ ยูโร 2016 อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด นั้นได้กลายมาเป็นผู้ครองสถิติจำนวนเกมที่ลงเล่นในรายการนี้ไปได้เป็นที่เรียบร้อย 


โดยเจ้าปีกจอมสับนั้นลงเล่นในศึกยูโรไปแล้วทั้งหมด 21 เกม ซึ่งมากกว่าเจ้าของเดิมอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อยู่ถึง 3 เกม และแน่นอนว่ายังมีโอกาสบวกตัวเลขในสถิติของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกเพราะเชื่อว่าในยูโร 2020 เขาก็น่าจะยังติดทีมมาด้วยอยู่ดี 


2. เรอัล มาดริด : ชนะเลิศศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก มากที่สุด

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรอัล มาดริด จัดการโค่นคู่แข่งอย่าง แอตเลติโก มาดริด ลงได้ในเกมรอบชิงชนะเลิศของศึกยูฟา แชมเปียนส์ลีก 


และนั่นก็ทำให้พวกเขาทะยานขึ้นไปสร้างสถิติใหม่ต่อจากที่ตัวเองเคยทำไว้ด้วยการเป็นแชมป์ถ้วยใบใหญ่สุดของยุโรปได้ถึง 11 สมัยเข้าไปแล้ว

1. พอล ป็อกบา : ค่าตัวสูงที่สุดในโลก

แน่นอนว่าข่าวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการลูกหนังของปี 2016 นั้น ต้องยกให้การย้ายจาก ยูเวนตุส กลับมาอยู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ พอล ป็อกบา 


เพราะนอกจากเขาจะหวนคืนสู่ถิ่นเก่าหลังไปอัพเลเวลจนกลายเป็นแข้งระดับโลกที่ตูรินแล้ว ค่าตัวของเจ้า ป็อกบา นั้นยังสูงเป็นสถิติโลกที่ 89 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติเดิมที่ เรอัล มาดริด ซื้อ แกเร็ธ เบล ลงราบคาบทีเดียว