BOURNEMOUTH, ENGLAND - DECEMBER 04:  Sadio Mane of Liverpool is tackled by Adam Smith of AFC Bournemouth  during the Premier League match between AFC Bournemouth and Liverpool at Vitality Stadium on December 4, 2016 in Bournemouth, England.  (Photo by Michael Steele/Getty Images)

เก่งหลังเกม : 5 ประเด็นเด็ด จากนัด ลิเวอร์พูล บุกพ่าย บอร์นมัธ 4-3

5. โอริกี คว้าโอกาสหมับ

เจ้าหนุ่ม โอริกี ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริง เนื่องจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ เจ็บอยู่ และเขาก็จัดการคว้ามันเอาไว้ได้จนอยู่หมัด


บทบาทของเขาในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้านั้นถือว่าสอบผ่าน ด้วยการมีส่วนร่วมกับเกม ป่วนแนวรับคู่แข่งนั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้คนอื่น ๆ เลยทีเดียว


แถมประตูที่เขายิงได้นั้นต้องบอกว่าสุดติ่งกระดิ่งแมว เพราะเริ่มมาตั้งแต่ไลน์วิ่งที่ควบเอาบอลจนหลุด การผ่านผู้รักษาประตู มาถึงการยิงที่เรียกว่า ถ้าไม่แม่นจริงแบบ 100% ทั้งน้ำหนัก ทิศทาง แล้วล่ะก็ อาจจะไม่ได้เฮก็ได้ 

4. ขาด มาติป ปุ๊บ พังปั๊บ

เกมวันนี้ โจเอล มาติป ยังคงมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า ทำให้เขาไม่สามารถลงเล่นได้ และ เจอร์เกน คล็อปป์ ก็เลือกใช้งาน ลูคัส เลวา ลงมาแทนซึ่งเราจะไม่ขอวิจารณ์แบบตัวต่อตัว


แต่สิ่งที่ชี้ชัดเจนที่่สุดก็คือ การขาด มาติป ไปนั้นทำให้กำแพงแนวป้องกันของเรานั้นบางลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะจริงอยู่ว่า ลูคัส อ่านทางบอลดี แต่เขาก็ไม่แกร่งและช้าเกินไปกับผู้เล่นแนวรุกบางประเภท


ซึ่งนี่ก็คือการบอกให้ คล็อปป์ ได้รู้กลาย ๆ แล้วว่า มาติป นั้นสำคัญต่อทีมมากแค่ไหน เผลอ ๆ อาจจะมากจนถึงขนาดหาใครมาทดแทนไม่ได้เลยด้วย 

3. ไวจ์นัลดุม บุกแล้วดี !

สำหรับ "จินี" จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม นั้นเกมนี้เขาถูกสั่งให้เปิดเกมบุกช่วยทีมได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะ คล็อปป์ น่าจะเห็นแล้วว่าในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด เจ้าตัวทำได้ดีแค่ไหนกับตำแหน่ง No.10


ถึงแม้ว่าหลังจบเกมจะพ่ายให้กับทีมอย่าง บอร์นมัธ แต่ตอนที่ทีมครองความได้เปรียบอยู่นั้น จินี โชว์ให้เห็นว่าเขามีความแข็งแกร่งขึ้นในการเบียดชนกับคู่ต่อสู้ รวมถึงมีสปีดในการไปกับบอลที่ดีกว่าเดิม 


ไม่รู้ว่าไปแอบฝึกวิชาที่ไหนมา แต่พอเขาเล่นเกมบุกแล้ว ทีมได้ประโยชน์กว่าตอนยืนรอเป็นลูกหาบของ เฮนเดอร์สันแถวกลางสนามเยอะเลยทีเดียวเชียว

2. หงส์ทั้งทีมเอา ไรอัน เฟรเซอร์ ไม่อยู่

ไรอัน เฟรเซอร์ ชื่อนี้เชื่อว่า เดอะ ค็อป น่าจะต้องจำกันไปอีกนาน เพราะอันที่จริงเขานั้นเป็นแค่ผู้เล่นสำรองของทีม เดอะ เชอร์รีส์ มาโดยตลอด แต่วันนี้กลับลงสนามมาพร้อมกับสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่


ไม่ว่า เฟรเซอร์ จะทำอะไรนักเตะของ ลิเวอร์พูล ก็จะช้ากว่าเขาหนึ่งจังหวะเสมอ อ่อนแอกว่าเสมอ จนทำให้เขาเรียกจุดโทษ และมีส่วนกับเกือบทุกประตูจนคว้าชัยชนะมาได้ในที่สุด


เพราะไม่ว่า หงส์แดง จะเล่นแย่อย่างไร เครดิต ส่วนหนึ่งก็ต้องยกให้กับ การแก้เกมของ บอร์นมัธ และผู้เล่นที่ถูกส่งลงมาพลิกสถานการณ์อย่าง เฟรเซอร์ ด้วยจริง ๆ นั่นแหละ

1. คาริอุส ทำให้ คล็อปป์ ต้องคิดหนัก

จากที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับ เจอร์เกน คล็อปป์ มาโดยตลอด แม้ว่าจะยังดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง แต่วันนี้ ลอริส คาริอุส มือกาวหน้าหล่อทำให้กุนซือของเขานั้นต้องคิดหนักอีกคำรบแน่


ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องของความเชื่อใจ หากแต่เป็นเรื่องของการประเมินผลงาน ซึ่ง คาริอุส รับบอลซองแตกและล้มตัวเซฟลูกที่ปกติเขาน่าจะป้องกันได้ไม่อยู่เลยแม้แต่ครั้งเดียว


อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่า ถ้าเป็น มินโญเลต์ แล้ว ลิเวอร์พูล ปลอดภัยไร้การโดนยิง แต่เชื่อเถอะว่า ตอนนี้คนที่ปวดหัวมากที่สุดก็คือ กุนซือเฮฟวี เมทัล ของเรานั่นแหละ