​ยิ่งกว่าหินผา ! 7 แนวรับ ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าตำแหน่งที่สำคัญที่สุดของเกมลูกหนังนั้นก็คือผู้เล่นแนวรุกหรือบรรดากองหน้าทั้งหลาย เนื่องจากเกมจะตื่นเต้นเร้าใจมากแค่ไหน โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะเป็นผู้กำหนด


หากแต่เรื่องของฟุตบอลนั้น ความเร้าใจเหล่านั้นกลับไม่ใช่ความหมายทั้งหมดของสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลา 90 นาที เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะตัดสินผลแพ้-ชนะได้นั้นก็คือ “การเล่นเกมรับ”


และเว็บไซต์สถิติชื่อดังอย่าง Squawka.com ก็ได้เปิดเผยชื่อของ 7 แนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ที่ใคร ๆ ก็ยอมรับว่า เหนียวยิ่งกว่าไก่บ้านลงยันต์ จะมีใครกันบ้าง กดสไลด์โชว์ไปดูได้เลย !!

7. ​แอตเลติโก มาดริด

ฤดูกาล : 2015-16

ผู้จัดการทีม : ดิเอโก ซิเมโอเน

ผู้เล่นแนวรับ : ฟิลิเป้ หลุยส์ (แบ็คซ้าย), ฆวนฟราน (แบ็คขวา), ดิเอโก้ โกดิน (เซ็นเตอร์), โฆเซ ฆิเมเนซ (เซ็นเตอร์), ยาน โอบลัค (ผู้รักษาประตู)


สำหรับทีมตราหมีในฤดูกาลนี้แล้วต้องยอมรับว่าพวกเขามีแนวรับที่แข็งแกร่งมากกว่าใครในยุโรปจริง ๆ (หรือจะเรียกว่าในโลกก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก)


เนื่องจากผ่านเกมการแข่งขันไปแล้ว 21 เกมนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2015 พวกเขาเพิ่งโดนยิงไปแค่ 8 ประตูเท่านั้น พร้อมเก็บคลีนชีตได้ 14 ครั้ง ขณะที่ทีมเสียประตูมากอันดับสองอย่าง บาร์เซโลนา ซึ่งเป็นจ่าฝูงโดนกระซวกไปแล้ว 16 ประตู

6. ​ทีมชาติกรีซ

ทัวร์นาเมนต์ : ยูโร 2004

ผู้จัดการทีม : อ็อตโต เรฮาเกล

ผู้เล่นแนวรับ : ทากิส ฟิสซาส (แบ็คซ้าย), กิอูร์คัส เซตาริดิส (แบ็คขวา), มิคาลิส คาปซิส (เซ็นเตอร์), ทราอิอานอส เดลลาส (เซ็นเตอร์), อันโตนิออส นิโคโพลิดิส (ผู้รักษาประตู)


หลาย ๆ คนยังคงจำกันได้กับความน่าทึ่งของเทพนิยายกรีก ที่เป็นตำนานของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในปี 2004 กันได้ดี เพราะทีมชาติ กรีซ คว้าแชมป์ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


ในทัวร์นาเมนต์นั้นพวกเขาอาจดูทุลักทุเลในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเสียไป 3 ประตู แต่พอผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ทีมชาติกรีซก็ไม่โดนใครยิงอีกเลย แถมคู่แข่งยังเป็นตัวโหด ๆ อย่าง ฝรั่งเศส, เช็ค และเจ้าภาพโปรตุเกส ในรอบชิง


แถมยังส่งผลให้พวกเขาทะยานขึ้นคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์มาได้อย่างสวยงาม ฉะนั้นจะไม่ยกย่องเสียหน่อย ก็ดูจะใจร้ายกันเกินไป

5. ​อาร์เซนอล

ฤดูกาล : 1997-98, 1998-99

ผู้จัดการทีม : อาร์เซน เวนเกอร์

ผู้เล่นแนวรับ : ไนเจล วินเทอร์เบิร์น (แบ็คซ้าย), ลี ดิ๊กซัน (แบ็คขวา), โทนี อดัมส์ (เซ็นเตอร์), มาร์ติน คีโอว์น (เซ็นเตอร์), เดวิด ซีแมน (ผู้รักษาประตู)


ในช่วงรอยต่อระหว่าง 2 ฤดูกาล 1997-98 และ 1998-99 ของทีมปืนใหญ่นั้นน่าจะเรียกได้ว่าเป็นจุดที่พวกเขาอยู่ในฟอร์มอันยอดเยี่ยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้


เพราะในปี 1997-98 ถึงแม้จะโดนยิงไปถึง 33 ลูก (เสียน้อยเป็นอันดับ 2) แต่ก็ดีพอที่จะทำให้พวกเขาก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก และฟอร์มอันยอดเยี่ยมก็ส่งผลต่อเนื่องมาในซีซั่นถัดไปซึ่งถึงไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าพวกเขาโดนยิงไปทั้งฤดูกาลเพียงแค่ 17 ประตูเท่านั้น !


อย่างไรก็ตาม ซีซั่น 1998-99 แชมป์กลับตกเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เข้าวินไปด้วยคะแนนที่ดีกว่าเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้นเอง

4. ​ทีมชาติอิตาลี

ช่วงปี : 2006

ผู้จัดการทีม : มาร์เซลโล ลิปปี

ผู้เล่นแนวรับ : ฟาบิโอ กรอสโซ (แบ็คซ้าย), จิอันลูก้า ซามบร็อตตา (แบ็คขวา), มาร์โก มาเตราซซี (เซ็นเตอร์), ฟาบิโอ คันนาวาโร (เซ็นเตอร์), จิอันลุยจิ บุฟฟอน (ผู้รักษาประตู)


ในช่วงปี 2006 ถือว่าเป็นยุคทองของทีมชาติอิตาลีครั้งล่าสุดเลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขามีทีมที่แข็งแกร่งสุด ๆ โดยเฉพาะแนวรับ ซึ่งทำให้ประสบความสำเร็จจนถึงขึ้นเป็น แชมป์ฟุตบอลโลก ได้เลยทีเดียว


ในทัวร์นาเมนต์นั้น อิตาลี เสียประตูในรอบแบ่งกลุ่มแค่ลูกเดียว จากนั้นรอบน็อคเอาท์ พวกเขาผ่านทุกทีมเข้ามาจนถึงรอบชิงชนะเลิศได้โดยไม่โดนยิงเลย แม้แต่ตอนเจอกับ เยอรมันในรอบรองฯ ก็ตาม


ก่อนที่สุดท้ายจะเสมอกับ ฝรั่งเศสในเกมสุดท้ายและเฉือนเอาชนะด้วยการยิงจุดโทษไป 5-3 แถมกองหลังกัปตันทีมอย่าง คันนาวาโร ยังก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองได้อีกต่างหาก

3. ​เชลซี

ฤดูกาล : 2004-05

ผู้จัดการทีม : โฆเซ มูรินโญ

ผู้เล่นแนวรับ : วิลเลียม กัลลาส (แบ็คซ้าย), เปาโล แฟร์ไรรา (แบ็คขวา), จอห์น เทอร์รี (เซ็นเตอร์), ริคาร์โด คาร์วัลโญ (เซ็นเตอร์), ปีเตอร์ เช็ค (ผู้รักษาประตู)


สำหรับทีมสิงโตน้ำเงินครามในฤดูกาล 2004-05 นั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความยิ่งใหญ่สำหรับสโมสร เพราะพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีเลยทีเดียว


แนวรับของพวกเขานั้นก็ถือว่าแข็งแกร่งสุดขีดยากที่ใครจะสามารถผ่านเข้าไปทำประตูได้ โดยตลอดทั้งซีซั่นโดนถลุงตาข่ายไปแค่ 15 ประตูเท่านั้นเอง

2. ​แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฤดูกาล : 2008-09

ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ผู้เล่นแนวรับ : ปาทริซ เอวรา (แบ็คซ้าย), แกรี เนวิลล์ (แบ็คขวา), เนมานยา วิดิช (เซ็นเตอร์), ริโอ เฟอร์ดินานด์ (เซ็นเตอร์), เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ (ผู้รักษาประตู)


สำหรับทีมปีศาจแดงในยุคหลังนั้นราว ๆ ปี 2007-2009 นั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะในปี 2008 ได้แชมป์ลีกและแชมเปียนส์ลีก มาครอง ส่วนในปี 2009 ก็ยังจัดแชมป์ลีก กับ ลีก คัพ มาได้อีก 2 ใบ


ในฤดูกาล 2008-09 เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ไม่เสียประตูให้ใครนานถึง 1,311 นาที (14 เกมกว่าๆ) โดยตลอดทั้งฤดูกาลโดนยิงไป 24 ประตู แต่เก็บคลีนชีตได้มากถึง 24 เกม


แถมความสุดยอดของซีซั่นนี้ก็คือการเบียดกันกับคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ขึ้นมาเป็นแชมป์ลีกได้อย่างสุดมันส์นั่นเอง

7 / 7

1. ​เอซี มิลาน

ฤดูกาล : 1993-94

ผู้จัดการทีม : ฟาบิโอ คาเปลโล

ผู้เล่นแนวรับ : เปาโล มัลดินี (แบ็คซ้าย), เมาโร ทาสซอตติ (แบ็คขวา), ฟรังโก บาเรซี (เซ็นเตอร์), อเลสซานโดร คอสตาคูร์ตา (เซ็นเตอร์), เซบาสเตียโน รอสซี (ผู้รักษาประตู)


สำหรับความแข็งแกร่งในแนวรับของทีมอย่าง เอซี มิลาน ในยุค 90’s นั้นคงไม่จำเป็นต้องสาธยายกันมาก เพราะพวกเขามีแนวรับระดับโลกอยู่ในทุก ๆ ตำแหน่ง


โดยเฉพาะในปี 1993-94 ปีศาจแดงดำเถลิงบัลลังก์แชมป์ไปถึง 3 รายการ โดยในเซเรีย อา พวกเขาโดนยิงไปเพียง 15 ประตูจาก 34 เกม และในศึกยูโรเปียน คัพ (ยูฟา แชมเปียนส์ลีก) ก็เสียแค่ 2 ลูกเท่านั้น


และความที่เกมรับของพวกเขาแข็งแกร่งดั่งหินผาแบบนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เอซี มิลาน ในยุคนั้นถึงได้เป็นทีมระดับโลกที่ไม่ว่าใครก็ต้องให้ความเคารพยำเกรง

7 / 7