​มาไวไปไว ! 12 สตาร์ ที่เข้าสู่ช่วง “ขาลง” เร็วกว่ากำหนด

การโรยราของอาชีพนักฟุตบอลนั้นต้องบอกว่าถือเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้นกับผู้เล่นทุกคน ไม่ว่าใครก็ตาม เพราะเมื่ออายุมากขึ้นสภาพร่างกายก็ไม่สามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มความสามารถอีกต่อไป


โดยปกติแล้วผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะถึงช่วงขาลงของพวกเขาหลังจากอายุ 30 ปี เป็นต้นไป โดยเฉพาะช่วงราว ๆ 33 ปีไปจนถึงแขวนสตั๊ด


แต่ก็ยังมีนักเตะระดับดาวเด่นอยู่หลายคนที่ต้องเข้าสู่ช่วงขาลงของอาชีพนี้อยู่เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนเก่ง ๆ ค่อย ๆ ถูกเลือนหายไปจากความสนใจของผู้คนไปก่อนเวลาอันควร และนี่คือ 12 คนที่เรากำลังจะกล่าวถึง !!

12. ​ไมเคิล โอเวน

แข้งดังเจ้าของฉายา “เบบี้โกล์” คนนี้แจ้งเกิดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่งอยู่กับ ลิเวอร์พูล แถมยังคว้า บัลลงดอร์ มาครองได้ในปี 2001 อีกด้วย


อย่างไรก็ตามช่วงขาลงของ โอเวน นั้นเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เขาเลือกย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในสเปน ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น


ทั้งนี้ก็เป็นเพราะเจ้าหนูมหัศจรรย์ถูกอาการบาดเจ็บหนัก ๆ รบกวนมาโดยตลอด และไม่ว่าจะย้ายทีมหลังจากนั้นมาอีกกี่ครั้งก็ตาม เขาก็ไม่เคยอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีได้อีกเลยจนกระทั่งแขวนสตั๊ด

11. ​โจ โคล

ในช่วงที่เป็นดาวรุ่งอยู่กับ เวสต์แฮม นั้น “โคลจิ๋ว” เคยถูกยกย่องให้เป็นนักเตะพรสวรรค์สูงที่สุดของอังกฤษ นับจากยุคของ พอล แกสคอยน์ เป็นต้นมา จนกระทั่งเขาย้ายไปเล่นให้ เชลซี ฟอร์มการเล่นยิ่งน่ากลัวหนักเข้าไปใหญ่


แต่จุดพลิกผันในชีวิตของ โคล นั้นก็คือตอนที่เขาตัดสินใจย้ายมา ลิเวอร์พูล ซึ่งจะพูดว่าเป็นการเลือกทางเดินที่ผิดก็ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงอยู่


เพราะตลอด 3 ฤดูกาลที่มีสัญญากับทีมหงส์แดง เขาฟอร์มตกหนัก เจ็บออด ๆ แอด ๆ อยู่เรื่อย แถมซีซั่นสุดท้ายก็ถูกส่งไปให้ ลีลล์ ในฝรั่งเศสยืมตัว ก่อนขายขาด จากนั้นคอบอลก็ไม่เคยเห็น โคล เล่นได้ดีอีกเลยแม้แต่เกมเดียว

10. ​ปาปิสส์ ซิสเซ

ในตอนที่ ซิสเซ ย้ายมาอยู่กับ นิวคาสเซิล เมื่อปี 2012 เขาก็ระเบิดฟอร์มแจ่มกดไป 13 ลูกจาก 14 เกมแรกของฤดูกาล จนตอนนั้นใคร ๆ ต่างก็ยกให้เป็นหนึ่งในนักเตะแข้งเทพที่พร้อมจะก้าวขึ้นไปเป็นระดับท็อปของยุโรป


แต่ในฤดูกาลถัดมาดาวเตะชาวเซเนกัล ก็เกิดอาการหลุดฟอร์มไปอย่างเหลือเชื่อ จนตอนนี้แทบไม่มีใครเชื่อว่า ซิสเซ คนนี้คือคนเดียวกันกับเมื่อหลายปีก่อน


ฉะนั้นแล้วหากจะยกให้ใครที่มาไวแล้วไปไวสุดก็คงจะเป็นกองหน้าสาลิกาดงคนนี้นี่แหละ

9. ​ทาคายูกิ โมริโมโตะ

สำหรับ โมริโมโตะ แล้ว คอลูกหนังพรีเมียร์ลีก อาจจะไม่คุ้นฝีเท้าของเขากันสักเท่าไหร่นัก แต่สำหรับคนทิ่ติดตามผลงานของเขามาตั้งแต่อยู่ เจลีก จะรู้ดีว่าแข้งแดนปลาดิบคนนี้เก่งแค่ไหน


จริงอยู่ที่ ทาคายูกิ นั้นไม่ได้ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำอย่างที่ผู้เล่นกองหน้าควรทำ แต่เขาก็มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เกมรุกและช่วยให้ทีมพังประตูคู่แข่งได้บ่อยครั้ง ซึ่งก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมาจนถึงตลอด 4 ปีแรกกับ คาตาเนีย ในลีกอิตาลีด้วย


แต่สิ่งที่ทำให้บอกได้ว่าเขานั้นถึงช่วงขาลงเร็วแค่ไหนก็คือ หลังย้ายออกจาก คาตาเนีย (รอบแรก) ฟอร์มของเขาก็เริ่มย่ำแย่ ทั้งที่มีอายุเพียงแค่ 23 ในตอนนั้น และปัจจุบัน โมริโมโตะ วัย 27 ปี ก็เล่นให้กับแค่ทีมเล็ก ๆ อย่าง เจฟ ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 2 ของ เจลีก อีกด้วย

8. ​เอมมานูเอล อเดบายอร์

สมัยที่ อเดบายอร์ ยังเป็นนักเตะวัยรุ่นอยู่กับทีมอาร์เซนอล เขาคือหนึ่งในสุดยอดกองหน้าที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกยุคนั้นเลยก็ว่าได้


แต่หลังจากที่เขาตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2009 ก็เรียกได้ว่าเป็นการเลือกทางเดินที่ผิดอีกเช่นกัน เพราะเขาถูกคอลูกหนังจากทุกฝ่าย (ยกเว้นทีมตัวเอง) รุมโจมตีว่าเป็นคนเนรคุณ ไม่จริงใจต่าง ๆ นานา


ซึ่งหากมองเผิน ๆ สไตรเกอร์ร่างสูงโปร่งคนนี้อาจจะไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร แต่หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นของเขาก็ตกต่ำลงเรื่อย ๆ ถึงขนาดว่าย้ายไป เรอัล มาดริด ก็ยังพัง กลับมาอยู่กับสเปอร์ส ก็ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นจนถึงทุกวันนี้

7. ​เอดูอาร์โด ดา วิลวา

เอดูอาร์โด เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นกองหน้าระดับพรสวรรค์สูงจากค่ายปืนใหญ่ โดย อาร์เซน เวนเกอร์ ไปสอยเขามาจาก ดินาโม ซาเกรบ เมื่อปี 2007 ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 24 ปี


แต่ตลอด 3 ฤดูกาลที่ สไตรเกอร์แซมบ้าอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ เขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ให้หมดไปกับการรักษาอาการบาดเจ็บ จนทำให้ฟอร์มตกสุด ๆ เพราะร้างสนามกับร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมอีกแล้ว


และหลังจากชื่อเสียงของเขาก็ค่อย ๆ หายไปจนตอนนี้ก็ยังมีชื่อเป็นผู้เล่นของ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค ในลีกรัสเซียอยู่ ซึ่งบอกเลยว่าน้อยคนนักจะรู้

6. ​ราดาเมล ฟัลเกา

หากย้อนเวลากลับไปสักราว ๆ 3-4 ปีก่อนก็คงจะพูดได้เต็มปากว่า ราดาเมล ฟัลเกา คนนี้คือศูนย์หน้าระดับโลกอย่างแท้จริง เพราะเขากระหน่ำประตูให้ทีมต้นสังกัดได้ปีละเกือบ ๆ 40 ลูกมาตั้งแต่สมัยอยู่กับ ปอร์โต้ โน่นแล้ว


แต่ด้วยความที่ ฟัลเกา ต้องบาดเจ็บพักยาวเอาตั้งช่วงก่อนศึกฟุตบอล 2014 ทำให้ฟอร์มของเขาตกลงจากเดิมอย่างมาก


และถึงแม้ว่าจะได้รับโอกาสให้ย้ายมาอยู่กับทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ได้โอกาสลงสนามไปหลายครั้ง แต่แข้งวัย 29 ปีคนนี้ก็ไม่เคยระเบิดฟอร์มเก่งเหมือนสมัยก่อนได้อีกเลย

5. ​ดาร์เรน เบนท์

ดาร์เรน เบนท์ สร้างชื่อให้ตัวเองขึ้นมาได้ด้วยวัยเพียง 21 ปี ในซีซั่น 2005-06 เมื่อเขาย้ายมาอยู่กับ ชาร์ลตัน และก็กระหน่ำยิงไป 18 ลูกในลีก จนกลายเป็นแข้งอังกฤษที่ยิงได้มากสุดตอนนั้น


แต่ 2 ปีถัดมาเขาก็โยกไปเล่นให้ สเปอร์ส ซึ่งแน่นอนว่าเป็นทีมที่ใหญ่กว่า และถึงจะยิงได้ 17 ลูกในซีซั่นที่สองกับทีม แต่ก็หมดความสำคัญและถูกขายออกไปให้กับ ซันเดอร์แลนด์ ที่ปีแรกยิงไปมากถึง 25 ประตู


และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ เบนท์ ทำผลงานได้ดี ก่อนที่ชื่อเสียงจะค่อย ๆ เลือนหายไปตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งอายุเขาตอนนั้นก็เพิ่งจะ 26 ปีเท่านั้นเอง โดยปัจจุบันเขาเล่นให้กับ ดาร์บี อยู่ในลีกแชมเปียนชิพ ยิงไป 1 ลูกจาก 16 เกม

4. ​โอเวน ฮาร์กรีฟส์

ในวันที่ ฮาร์กรีฟส์ เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เขาสร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังได้มากพอตัว เพราะเป็นนักเตะสัญชาติอังกฤษที่แจ้งเกิดขึ้นมาจากการเป็นเด็กปั้นของโคตรทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค


มิดฟิลด์ตัวรับหัวใจแกร่งคว้าแชมป์ลีก 4 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 1 ครั้ง และบอลถ้วยรายการอื่น ๆ กับเสือใต้อีก 4 ใบ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตมากพอตัว ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2007 ซึ่งเขามีอายุได้ 26 ปี


แต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือ ชีวิตในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับอาการบาดเจ็บยาว เจ็บเรื้อรังจนแทบไม่ได้ลงเล่น และทั้ง 4 ฤดูกาลของปีศาจแดง ฮาร์กรีฟส์ ได้ลงโม่แข้งไปแค่ 39 นัดเท่านั้นเอง

3. ​อาเดรียโน

อาเดรียโน แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการต่อวงการลูกหนังโลกเมื่อปี 2004 ช่วงที่เขาเล่นให้ ปาร์มา ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวมากกว่า 23 ล้านยูโร ใน 1 ปีครึ่งต่อมา


และตลอด 5 ฤดูกาลกับ อินเตอร์ เขาก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นกองหน้าอันดับหนึ่งของโลกได้สำเร็จ โดยที่ในตอนนั้นแทบไม่มีกองหลังคนไหนจะสามารถหยุดเขาได้อยู่เลยแม้แต่คนเดียว


แต่แล้วด้วยความที่ อาเดรียโน เป็นคนมีนิสัยเกเร ชอบทำตัวเสเพล มีเรื่องมีราวและเมาเหล้าอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เขากลายเป็นคนไร้ระเบียบวินัย จนถูกปล่อยตัวออกจากทีมไปในปี 2008 ซึ่งมีอายุได้เพียงแค่ 26 ปี และหลังจากนั้นก็แทบไม่มีใครให้ความสนใจอดีตซูเปอร์สตาร์รายนี้อีกเลย 

2. ​โยอัน กูร์คุฟฟ์

ในสมัยที่ กูร์คุฟฟ์ เล่นให้กับ เอซี มิลาน ในช่วงปี 2006-2008 นั้น ถือว่าเป็นช่วงที่ผีเท้าของเขาเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ ก่อนจะไปจุติกลายเป็นเทพเจิดจรัสอยู่กับ บอร์กโดซ์ ภายหลัง


และในช่วง 2 ฤดูกาลแรกกับ บอร์กโดซ์ จอมทัพเลือดน้ำหอมคนนี้ก็ถูกเอาไปเปรียบว่าเจ๋งพอจะเป็น “นิวซีดาน” ได้เลยทีเดียว


แต่สุดท้ายโชคชะตาก็ไม่ยุติธรรม เพราะในปี 2010 เขาได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวทั้งซีซั่น จนกระทั่งหลังหายกลับมาแล้วก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งเหมือนเมื่อก่อนกลับมาได้อีกครั้ง ซึ่งคนก็ยังรู้ว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่ดาวดังของวงการอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

12 / 12

1. ​เฟอร์นันโด ตอร์เรส

ตอร์เรส ถือเป็นกองหน้าระดับพรสวรรค์ที่แจ้งเกิดขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วภายใต้การเป็นดาวรุ่งของ แอตเลติโก มาดริด ที่ซึ่งเขาได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมตั้งแต่อายุ 19


จากนั้นเขาก็ย้ายมาร่วมทัพ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ในปี 2007 และก็เป็นที่ที่เขาพัฒนาฝีเท้าให้รุดหน้าขึ้นจนกลายเป็นดาวยิงระดับโลกได้สำเร็จ


อย่างไรก็ตามในปี 2011 ตอร์เรส ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ แต่นั่นก็คือก้าวเดินที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก เพราะเขาไม่เคยกลับมายิงประตูถล่มทลายได้เหมือนแต่ก่อนอีกเลย แม้จะคว้าแชมป์ร่วมกับทีมมากมายก็ตาม

12 / 12