เก่งหลังเกม : 5 เรื่องต้องรู้ของ ลิเวอร์พูล หลังเกมเสมอ อาร์เซนอล 3-3

Liverpool's Welsh midfielder Joe Allen (2L) celebrates with teammates after scoring during the English Premier League football match between Liverpool and Arsenal at Anfield stadium in Liverpool, north-west England on January 13, 2016.
AFP PHOTO / PAUL ELLIS
RESTRICTED TO EDITORIAL USE. NO USE WITH UNAUTHORIZED AUDIO, VIDEO, DATA, FIXTURE LISTS, CLUB/LEAGUE LOGOS OR 'LIVE' SERVICES. ONLINE IN-MATCH USE LIMITED TO 75 IMAGES, NO VIDEO EMULATION. NO USE IN BETTING, GAMES OR SINGLE CLUB/LEAGUE/PLAYER PUBLICATIONS. / AFP / PAUL ELLIS        (Photo credit should read PAUL ELLIS/AFP/Getty Images)

​ผ่านพ้นกันไปกับอีกหนึ่งเกมบิ๊กแมตช์ของฤดูกาลนี้ โดยผลการแข่งที่ออกมาเสมอกับ อาร์เซนอล 3-3 นั้นต้องบอกว่าพอใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อยรูปเกมก็เหนือกว่าจ่าฝูงเกือบจะตลอดทั้งเกม


ส่วนจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจจากเกมนี้ กดสไลด์โชว์ไปตามอ่านกันได้เลย !

5. เฟอร์มิโน โคตรเจ๋ง !

​บางทีก็ไม่อยากจะคิดเหมือนกันว่า โรแบร์โต เฟอร์มิโน คนนี้ตกลงเก่งจริงหรือเก่งไม่จริงกันแน่ เพราะหลาย ๆ ครั้งที่เขาเล่นเจอกับคู่แข่งที่ชื่อชั้นเป็นรองมักจะเล่นไม่ค่อยออกอยู่เรื่อย 


อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เขาเจอกับทีมที่แกร่งกว่า อันดับดีกว่า ก็มักจะระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้ทุกที และเกมกับ อาร์เซนอล นี้ก็เช่นกัน 


เฟอร์มิโน จัดการกด 2 ประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำถึงสองครั้งสองครา แถมการเล่นของเขายังวูบวาบตลอดทั้งเกม ฉะนั้นแล้วในสถานการณ์ที่ทีมมีนักเตะเจ็บเพียบแบบนี้ คล็อปป์ ต้องเอาเขาลงเป็นหน้าเป้าแบบนี้บ่อย ๆ แล้วล่ะ เพราะนี่แหละ โคตรเจ๋งตัวจริง !!

4. ยิงเท่าไหร่ก็ไม่พอ

​ในเกมนี้ แนวรุกที่เคยเป็นปัญหากลับทำผลงานได้ดี แต่เกมรับนี่สิไม่เคยจะไว้วางใจได้เลยแม้แต่นาทีเดียว 


เพราะในขณะที่ เฟอร์มิโน ของเรายิงให้ทีมได้รัว ๆ ตั้งแต่ 20 นาทีแรก แต่แนวรับของเราก็ขาดสมาธิและการจัดการที่ดีจนโดนยิงคืนได้แบบเฉียบพลันเช่นกัน


ยังดีที่ อัลเลน ตามตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกม ไม่อย่างนั้นล่ะก็ พวกบรรดาแนวรับของทีม ทั้งกองหลังและผู้รักษาประตูจะต้องโดนสวดลากไส้กันชุดใหญ่แน่นอน

3. อย่าเพิ่งหลงระเริงกับผลการแข่งในวันนี้

​จริงอยู่ที่เกมนี้ ลิเวอร์พูล เล่นได้ดีกว่า อาร์เซนอล ถึงแม้จะโดนนำ 3-2 จนเกือบตลอดทั้งครึ่งหลังก็ตาม แต่เชื่อว่าแฟน ๆ ต่างพอใจกับรูปเกมที่ได้เห็นกันทั้งนั้น


แต่อย่าลืมว่าเวลาที่เราเจอทีมใหญ่ ๆ อย่าง เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ก็เคยระเบิดฟอร์มสุดยอดแบบนี้มาแล้วทั้งนั้น แถมชนะถล่มทลายเสียด้วย แต่สุดท้ายเกมต่อ ๆ ไป พอเจอกับทีมรองบ่อน ก็ไปพ่าย ไปเสมอเขาตลอด แถมรูปเกมยังแย่ซะจนน้ำตาแทบไหลอีกต่างหาก


และอีกเรื่องที่สำคัญคือ เราทำได้แค่เสมอไม่ใช่ชนะ จริงอยู่ที่ 1 แต้มก็สำคัญ แต่ถึงกระนั้นก็อย่าเพิ่งดีใจกับเรื่องพวกนี้จนเกินไปนัก 

2. มิลเนอร์ เฮนเดอร์สัน อาจเป็นคู่กลางที่เหมาะสม

​วันนี้ คล็อปป์ จัดเอา เฮนเดอร์สัน กับ มิลเนอร์ กัปตันและรองกัปตันของทีม ลงยืนแพ็คแดนกลางคู่กัน โดยปล่อยให้ เอมเร ชาน อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเล็กน้อย 


ผลคือ ทั้งสองคนซึ่งมีดีกรีความขยันและพลังงานสูงกว่าชาวบ้านต่างช่วยกันวิ่งไล่บอลหาพื้นที่กันได้ดีเกินคาด จนทำให้รูปเกมในครึ่งแรกนั้นดูดีมีมิติมากมายเลยทีเดียว 


และนั่นก็ทำให้เห็นว่า จากที่เคยยึดติดมาตลอดว่าต้องมีตัวรับคนสุดท้ายคอยยืนค้ำอยู่หน้าแผงหลัง อย่างเช่น ลูคัส นั้นเริ่มจะมีทางเลือกอื่น ๆ มากขึ้นแล้ว 


อย่างน้อย ความขยันและแรงที่ไม่มีหมดของสองคนนี้ก็สามารถทดแทนได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังมีความสามารถในการทำเกมรุกร่วมกันดีอีกต่างหาก นี่แหละโคตรเป๊ะ !

5 / 5

1. มหาเทพอัลเลนซิอุส

​ชาบู ชาบู ชาบู !


ต้องบอกก่อนเลยว่าไม่มีอะไรจะพูดถึงความเทพของ โจ อัลเลน ไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะจากที่ก่อนหน้านี้ก็โชว์ซูเปอร์ทักษะอย่าง No Look Pass ให้เพื่อนยิงได้จนสร้างกระแสฮือฮาไปทั่วโลก 


วันนี้ มหาเทพอัลเลนซิอุส บุตรแห่งร็อดเจอร์ส ก็ลงมาแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ หงส์ศาสนิกชน ได้อึ้งแดกไปตาม ๆ กันอีกครั้งเมื่อเขาเป็นผู้ซัลโวประตูกู้ชีวิตทีมได้ในนาทีที่ 90 จนสามารถยันเสมอกับจ่าฝูงอาร์เซนอล ได้แบบเหลือเชื่อ


คนมันเทพ ทำอะไรก็ต้องทำแบบเทพ ๆ อย่างนี้แหละ 


#Respect

5 / 5