​มาร์กเทียลระวัง ! 6 กองหน้าฝรั่งเศส ที่ย้ายมา “ดับสนิท” ในพรีเมียร์ลีก

หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ทำการเซอร์ไพร์สตลาดลูกหนังด้วยการจ่ายเงินมูลค่า 36 ล้านปอนด์ให้กับ โมนาโก เพื่อซื้อ อองโตนี มาร์กเทียล มาในวันสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขาย


แถมสื่อฝรั่งเศสยังได้รายงานอีกว่า กองหน้าดาวรุ่งเลือดน้ำหอมคนนี้อาจจะมีค่าตัวที่แท้จริงสูงถึง 59 ล้านปอนด์ หากแมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องจ่ายเงินโบนัสและออฟชั่นต่าง ๆ จนครบตามเงื่อนไขในสัญญาและนั่นจะทำให้เขากลายเป็นแข้งดาวรุ่งวัย 19 ปี ที่มีค่าตัวมหาศาลจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว


อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า เม็ดเงินที่ ฟาน กัล ยอมเสียไปกับดีลนี้จะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะเขาเองก็ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีเท้าอะไรอย่างจริงจัง แถมในอดีตก็ยังเคยมีกองหน้าฝรั่งเศสที่ย้ายมาเล่นในอังกฤษ แต่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้อยู่ก่อนหน้านั้นหลายคน


และนี่คือ 6 กองหน้าชาวฝรั่งเศสที่ เคยเอาชื่อมาทิ้งในพรีเมียร์ลีกแล้วทั้งนั้น

6. ​สตีฟ มาร์เล็ท

LONDON - DECEMBER 12: Steve Marlet of Fulham puts his hands on his head in despair during the UEFA Cup, third round, second leg match between Fulham and Hertha Berlin at Loftus Road, London on December 12, 2002. (Photo by Phil Cole/Getty Images)

แข้งเลือดน้ำหอมผู้ย้ายมาสู่พรีเมียร์ลีกด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิตของทีม ฟูแลม ที่ 11.5 ล้านปอนด์ แต่เขากลับกลายเป็นชายผู้ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมไปด้วยเช่นกัน


ตลอด 4 ฤดูกาล มาร์เล็ท ยิงได้แค่ 12 ประตูเท่านั้น แถมยังถูกส่งไปให้ มาร์กเซย์ ยืมใช้งานไปอีกสองปีติดต่อกันจนต้องยอมขายขาดไปในที่สุด

5. ​ฟลอรองต์ ซินามา-ปงโกล์

ซินามา ปงโกล์ คืออดีตดาวรุ่งของทีม ลิเวอร์พูล ที่ถือว่ามีแววจะรุ่งมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงต้นยุค 2000 เลยก็ว่าได้


แต่แล้วตลอด 6 ฤดูกาลที่เขามีชื่อเป็นแข้งหงส์อยู่ในแอนฟิลด์นั้น ต้องบอกว่า ไม่สามารถก้าวขึ้นมาสร้างความประทับใจให้แก่บรรดาเดอะ ค็อปได้เลยแม้แต่นิดเดียว


สุดท้ายเขาก็ยิงให้ทีมลิเวอร์พูลได้แค่ 9 ลูกจากการลงเล่นไป 38 เกมเท่านั้น

4. ​ลิลิยง ลาสลองด์

หลังจากที่ ไนออล ควินน์ ได้อำลาทีมแมวดำในปี 2001 อดีตผู้จัดการทีมชาติไทยอย่าง ปีเตอร์ รีด ที่กุมบังเหียนซันเดอร์แลนด์อยู่ในขณะนั้นก็ได้ดึงเอาตัว ลาสลองด์ เข้ามาทดแทนด้วยค่าตัว 3.6 ล้านปอนด์


แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องผิดแผน เพราะตลอด 12 เกมแรก ลาสลองด์ ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แถมยังยิงไม่ได้สักลูก พร้อมก่อปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับผู้จัดการทีม จนต้องถูกส่งออกไปให้ โคโลญจน์ ยืมตัวในเดือนมกราคมต่อทันที


และปีต่อมา บาสเตีย ก็ยืมเขาไปใช้งานต่ออีก จนถูกขายทิ้งไปอย่างถาวรในซัมเมอร์ปี 2004 แบบไม่มีใครอยากจดจำ

3. ​ดาวิด เบลลิยง

แข้งน้ำหอมรายนี้ถือเป็นรุ่นพี่โดยตรงของ มาร์กเทียล เลยก็ว่าได้ เพราะเขาคือนักเตะที่เคยอยู่กับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาก่อนนั่นเอง


เบลลิยง ย้ายจาก ซันเดอร์แลนด์ มาอยู่ในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2003 พร้อมกับคำยกย่องว่าเป็นกองหน้าพรสวรรค์สูงที่พร้อมแล้วสำหรับการก้าวขึ้นไปเป็นตัวท็อปของโลกอย่างเต็มตัว


แต่สุดท้ายอดีตเจ้าของฉายา “นิวอองรี” (เหมือนมาร์กเทียลเป๊ะ) ก็ยิงได้แค่ 8 ลูกจาก 40 เกมเท่านั้น 

2. ​ดาวิด เอ็นก็อก

อดีตแข้งดาวรุ่งของทีมปารีส แซงต์ แชร์ก-แมงคนนี้ เป็นหนึ่งในเพชรที่กำลังรอคอยการเจียระไนให้เปล่งประกายมาตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชนแล้ว


และก็เป็น ลิเวอร์พูล ที่ไปดึงเขามารับหน้าที่ปลุกปั้นต่อในปี 2008 ซึ่งตอนนี้ทั้ง เอ็นก็อก และเด็กหงส์ทุกคนคงจะรู้แล้วว่าเขานั้นคิดผิดมหันต์


เพราะตลอด 3 ปี ในสีเสื้อหงส์แดง “นิวเทรเซเกต์” คนนี้ ลงสนามไปถึง 91 เกม แต่ยิงได้แค่ 16 ประตูเท่านั้น แถมไม่เคยทำตัวให้ฝากความหวังได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว 

6 / 6

1. ​สเตฟาน กิวาซ

สไตรเกอร์เลือดน้ำหอมคนนี้ เพิ่งจะมาเริ่มโด่งดังถึงขีดสุดเอาเมื่อตอนเขาอายุเยอะแล้ว โดยเขาคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกเอิงติดต่อกันได้ถึงสองฤดูกาลในปี 1997 และ 1998


และเมื่อทำผลงานได้แจ่มสุด ๆ ขนาดนี้ จึงมีหลายทีมจากพรีเมียร์ลีกให้ความสนใจดึงมาเล่นฟุตบอลในอังกฤษเยอะแยะไปหมด แต่สุดท้ายก็เป็น นิวคาสเซิล ที่ได้ลายเซ็นของ กิวาซ ไปครอง


แต่แล้วเมื่อ นิวคาสเซิล เปลี่ยนผู้จัดการทีมมาใช้งาน รุด กุลลิท แทน เคนนี ดัลกลิช ที่ถูกปลดออกไป เจ้างูเก็งกอง ก็จัดการขาย กิวาซ ทิ้งไปให้กับ เรนเจอร์ส ในเดือนพฤศจิกายนปีนั้นแบบเหลือเชื่อ ทำให้เขามีสถิติได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 4 นัด และยิงได้ 1 ลูกเท่านั้นเอง

6 / 6