ย้อนไปยังปี 2010 ตอนที่ โลร็องต์ กอสเซียลนี ย้ายมาจาก ลอริยองต์  ตอนนั้นแทบจะไม่มีแฟนปืนคนไหนรู้จักเขาด้วยซ้ำ แต่ด้วยสถานการณ์ชักหน้าไม่ถึงหลังใน อาร์แซน เวนเกอร์ ก็จำเป็นที่จะเลือกนักเตะที่ราคาถูกไว้ก่อน ก่อนที่จะมาเจียรนัยด้วยตัวเองในภายหลัง


โดยชายผู้แทบจะนิรนามในตอนนั้น ได้ลงสนามเปิดตัวในเกมใหญ่อย่างการเจอกับ ลิเวอร์พูล เลย แม้จะเสมอไป 1-1 แต่เขาก็ยังดูลนลาน และ ทำผิดพลาดอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตามเขาก็สามารถค่อยปรับตัวได้ จนได้เรียกความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการยิงประตูเกมถล่ม โบลตัน ไป 4-1 ด้วย

df

และ นั่นดูเหมือนจะเป้นจุดเริ่มต้นของเขา ที่ต่อมาก็สามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดีเรื่อยๆ ในการจับคู่กับกองหลังอย่าง เซบาสเตียน สกิลลาชี่ ที่ทั้งสองไม่ได้ทำงานได้ดีใน พรีเมียร์ลีก เท่านั้น แต่ในเกมยุโรป คู่นี้ก็ทำผลงานได้เข้าเป้าอย่างเช่นเกมชนะ บราก้า ไป 6-0 ด้วย


ต่อเนื่องมาในปี 2011 ปราการหลังเลือดเฟรนซ์ ก็ยังคงทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา แถมยังยิงประตูได้ต่อเนื่องด้วย และ บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็มาถึง เมื่อได้มีโอกาสเจอกับทีมที่จะว่าดีที่สุดในโลกก็ไม่เกินไปนัก อย่าง บาร์เซโลน่า ในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก 


กอสเซียลนี ในเกมนั้น ต้องต่อกรกับนักเตะอย่างระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี, ดาบิด บีย่า และ อันเดรส อิเนียสต้า แต่เขากลับทำผลงานได้ดีเกินคาดด้วยการหยุดแนวรุกระดับพระกาฬของทีมต่างดาว ในหลายๆจังหวะ จนท้ายที่สุดทีมเอาชนะไปได้ 2-1


แต่หลังเกมที่น่าประทับใจกับ บาร์ซ่า ก็ได้เกิดเรื่องที่น่าผิดหวังเกิดขึ้น ในเกมรอบชิงชนะเลิศในศึกลีกคัพในปีนั้น กับ เบอร์มิงแฮม เมื่อ กอสเซียลนี ไม่ได้สื่อสารอย่างดีเพียงพอกับ วอยเชียค เชสนี ผู้รักษาประตู จนในที่สุดทั้งสองก็ได้เสียหลักไปชนกันทิ้งให้ โอบาเฟมี่ มาร์ติน ยิงประตูชัยไปแบบโล่งๆ


หลังจากเกมนั้น เหมือนทั้ง กอสเซียลนี กับ ปืนใหญ่ จะยังช็อคไม่หาย เมื่อต้องเปิดบ้านแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล ถึง 2-0 รวมถึงการพ่ายแพ้ที่ เดอะ กูนเนอร์ส อยากจะลืมที่สุด คือการต้องปราชัยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 8-2  แค่นั้นยังไม่พอ เมื่อต่อมาไม่นานในเกมกับ แบล็คเบิร์น กองหลังฝรั่งเศส รายนี้ยังโหม่งเข้าประตูตัวเองจนทีมต้องแพ้ไปด้วย 


แต่ก็เป็นที่โชคดีที่ กอสเซียลนี สามารถกลับมาเซฟซีซั่นของตัวเองได้สำเร็จ ด้วยการ ยิงประตูใส่ เอซิ มิลาน ได้ รวมถึงการยิงประตูชัยใส่ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ในวันสุดท้ายของ พรีเมียร์ลีก จนทำให้ทีมได้อันดับที่สามไปครอง พร้อมกับการที่แฟนๆเริ่มคุ้นชื่อเขาแล้ว


ส่วนในซีซั่น 2012/13 ก็เป็นฤดูกาลที่ กอสเซียลนี ได้เริ่มสร้างกระดูกขึ้นมายืนเคียงข้างกับเหล่ากองหลังชั้นนำของลีก และ เขาก็ยังสามารถทำประตูสำคัญๆได้อย่างต่อเนื่อง เช่นการวอลเลย์สุดสวยจนทีมได้แต้มจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ การยิงประตูฝัง บาเยิร์น มิวนิค ไป 2-0 


ในฤดูกาลนี้เขาก็เริ่มเจอคู่หูที่ลงตัวอย่าง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ที่ทั้งคู่สามารถยืนปักหลักคุ้มกันประตูของ ปืนใหญ่ ได้เป็นอย่างดี จนต่อเนื่องมาจนในฤดูกาล 2013/14 ที่ กอสเซียลนี ได้ขยับขึ้นมาเป็นกองหลังแถวหน้าของลีกได้อย่างเต็มตัว ซึ่งเขายังทำสถิติในการ เข้าแย่งบอล, บล็อก และ สกัดบอล ได้ดีกว่า จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม เชลซี ที่ลงสนามมากกว่าเขาถึง 300 นาทีเสียอีก

df


เช่นเดียวกันที่ กอสเซียลนี ก็ยังได้ยิงประตูสำคัญเป็นอย่างมากในฤดูกาลนี้ และ น่าจะเป็นประตูที่ตราตึงใจแฟนๆมากที่สุดลูกหนึ่งในการ ยิงตีเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ ในรอบชิง เอฟเอ คัพ หลังจากต้องตามหลังไปก่อนถึง 2-0 ที่ท้ายที่สุด ปืนใหญ่ ก็สามารถพลิกกลับมาเอาชนะไปได้ 3-2 และ ได้แชมป์ ใบแรกในรอบ 9 ปี มาครองจนได้


ากวันนั้นถึงวันนี้หากจะกล่าวว่า กอสเซียลนี เป็นกองหลังระดับโลกก็ไม่เกินไปนัก และ แน่นอนว่าเขานั้นเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ อาร์เซนอล ไปแล้ว ดังจะเห็นได้จากฟอร์มของทีมที่ตกลงอย่างเห็นได้ชัด ในตอนที่เขาต้องพักยาวถึง 7 สัปดาห์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว


ซึ่งการกลับมาของเขาก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมทำผลงานได้ดีขึ้น ด้วยการเอาชนะแทบจะเกือบทุกเกมในช่วงท้ายฤดูกาล จนสามารถคว้าอันดับที่สามในลีกไปครอง รวมถึงการที่ยังสามารถป้องกันแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปได้แบบสบายๆด้วย 


และ แน่นอนว่าการที่ อาร์เซน เวนเกอร์ อยากจะลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า ชายที่ชื่อ โลร็องต์ กอสเซียลนี จะเป็นกุญแจที่สำคัญที่สุดดอกหนึ่งของ อาร์เซนอล แน่นอน

f