สกู๊ปพิเศษ : 11 ขุนพลอาร์เซนอลชุดไร้พ่าย ตอนนี้พวกเขาทำอะไรกันอยู่?

ยุคไร้พ่าย ฤดูกาล 2003-2004 คือยุคที่แฟนปืนใหญ่หลายคนยังคงจดจำไม่มีวันลืมกับความสำเร็จอันเกรียงไกร และยังคงเป็นเพียงสโมสรเดียวในพรีเมียร์ลีกที่ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครตลอดทั้ง 38 นัดในฤดูกาลนั้นจนถึงทุกวันนี้


11 ขุนพลหลักของทีมในวันนั้นก็ยังคงเป็นชุดนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่อาร์เซนอลเคยมี และหลายๆ คนในตอนนี้ก็มีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจ พวกเขาทั้งหลายทำอะไรกันอยู่ในตอนนี้ เราไปสืบมาให้ติดตามกัน



12. พวกที่เหลือล่ะ ?

เอดู : มิดฟิลด์ตัวโจ๊กอีกรายของอาร์เซนอล กลับไปรับงานบริหารสโมสรเล็กๆ ในบ้านเกิดที่บราซิล


มาร์ติน คิโอว์น : ถึงจะเบื่อก็คงจะยาก เพราะทุกวันนี้เรายังคงเห็นเขารับงานคอมเมนเตเตอร์ทางทีวีที่อังกฤษอยู่เป็นประจำ และมักจะได้พากย์เกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงสนามแทบทุกนัด ไม่รู้ทำไม??


โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส : ไม่ประสบความสำเร็จกับทีมปืนใหญ่ จนกลับไปพเนจรอยู่ในสเปนกับหลายๆ ทีม ทั้ง เรอัล มาดริด, แอตเลติโก มาดริด และล่าสุดเขากลับไปค้าแข้งกับ เซบีญา สโมสรเดิมที่เขาจากมาก่อนจะร่วมทีมปืนใหญ่


ปาสกาล ซีก็อง : กองหลังปืนใหญ่ที่หลายคนไม่ค่อยอยากจะจดจำเขานัก แต่เพื่อให้รู้ไว้ เขากำลังรับงานคุมทีม U-14 อยู่กับ ลีลล์ ในฝรั่งเศส

11. เธียร์รี อองรี

สุดยอด, ไร้เทียมทาน, เหนือกาลเวลา สุดแต่ใครจะหาคำมาจำกัดความผู้ชายคนนี้ เธียร์รี อองรี หนึ่งเดียวตลอดกาลผู้ที่ทำให้ อาร์เซนอล ยุคไร้พ่าย กลายเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบในการจบสกอร์อันน่าทึ่งในทุกๆ นัดของฤดูกาลนั้น


อองรียังคงไม่ห่างหายไปจากความทรงจำของแฟนๆ แม้จะโยกไปค้าแข้งกับ นิวยอร์ก เร้ดบูลล์ ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ มาหลายฤดูกาลแล้ว แต่แฟนๆ ปืนใหญ่ก็ยังคงเห็นเขาแวะเวียนมาเป็นแขกคนสำคัญของสโมสรและ อาร์แซน เวนเกอร์ อยู่เป็นประจำ และไม่แน่ว่า ซัมเมอร์หน้าเขาอาจจะกลับมาเยี่ยมแฟนปืนเหมือนทุกๆ ครั้งที่มักจะแวะมาเข้าแคมป์เก็บตัวที่อาร์เซนอล ช่วงเมเจอร์ลีกปิดฤดูกาลเป็นประจำ

10. เดนนิส เบิร์กแคมป์

ตำนานศูนย์หน้าชาวดัตช์ผู้เป็นไอดอลของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี เป็นอีกหนึ่งขุนพลยุคไร้พ่ายที่ลงสนามเมื่อไหร่ แฟนๆ จะต้องตื่นตาตื่นใจกับประตูสุดสวยของเขาเสมอ


เบิร์กแคมป์ อำลาอาร์เซนอลด้วยพิธีเทสทิโมเนียลอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2006 ตอบแทนการรับใช้ทีมมาตลอด 10 ปี แต่ก็ยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทีมปืนใหญ่ ซึ่งเรามักจะเห็นเขากลับมาร่วมพิธีสำคัญกับสโมสรหลายครั้ง


ปัจจุบัน เบิร์กแคมป์ กลับฮอลแลนด์ และรับงานมือขวาของ แฟรงค์ เดอ บัวร์ ในทีม อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อีกหนึ่งสโมสรที่เขาผูกพันมากที่สุดในชีวิต เช่นเดียวกับ อาร์เซนอล

9. โรแบร์ ปิแรส

ตำนานปีกซ้ายเบอร์ 7 ที่หลายคนจดจำในเอกลักษณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี พอๆ กับลีลาเหนือชั้นในการจ่ายบอลจนกลายเป็นคู่หูในสนามร่วมกับ เธียร์รี อองรี ช่วยกันระเบิดฟอร์มยิง-จ่าย ในฤดูกาลไร้พ่ายได้อย่างเยี่ยมยอด


เช่นเดียวกับ เฟรดดี ลุงเบิร์ก อดีตเพื่อนร่วมทีม เพราะ ปิแรส ในวัย 40 ขยับตามแข้งลายครามหลายรายไปขุดทองอยู่ในลีกอินเดียในตอนนี้กับทีม เอฟซี โกอา สดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

8. เฟเดอริค ลุงเบิร์ก

ปีกหัวแดงในตำนานของปืนใหญ่อีกราย แต่ในฤดูกาลไร้พ่ายต้องถือว่าเขาไม่ได้ลงสนามบ่อยนักเนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็เป็นเหมือนตัวโจ๊กเกอร์ที่ลงมาจบสกอร์สำคัญได้ในหลายๆ นัดที่ลงสนาม


หลังยุคแห่งคววามสำเร็จกับอาร์เซนอล เจ้าตัวก็นิยมความท้าทายด้วยการขยับจากพรีเมียร์ลีก ไปเป็นแข้งต่างชาติคนแรกๆ ที่ไปหากินอยู่ใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ และเจลีกของญี่ปุ่น


และล่าสุด เขากำลังพบกับความท้าทายใหม่ในอาชีพค้าแข้งกับทีม มุมไบ ซิตี้ ในลีกอินเดีย

7. จิลแบร์โต ซิลวา

มิดฟิลด์ทรงคลาสสิคที่จนถึงทุกวันนี้ อาร์เซนอล ก็ยังหานักเตะที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของเขาไม่ได้เสียที ก่อนจะอำลาอาร์เซนอลด้วยตำแหน่งกัปตันทีมอันทรงเกียรติในปี 2008 เพื่อไปร่วมทีม พานาติไนกอส


จิลแบร์โต เพิ่งจะอายุครบ 38 ปีไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และยังคงสนุกกับการค้าแข้งในบราซิลบ้านเกิด กับทีม แอตเลติโก มิไนโร

6. ปาทริค วิเอรา

กัปตันปั๊ต ศูนย์รวมของทีมไร้พ่ายตัวจริง โชว์ฟอร์มแข็งแกร่งในยุคไร้พ่ายได้อย่างเหนือชั้นและยังคงเป็นตำนานมิดฟิลด์ที่อาร์เซนอลยังคงหาใครมาเทียบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้


หลังยุคไร้พ่าย วิเอรา ไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ก่อนจะกลับอังกฤษเพื่อมาเป็นทีมสตาฟโค้ชของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และปัจจุบันก็ขยับขึ้นมารับงานใหญ่ เป็นผู้จัดการทีมสำรองของเรือใบสีฟ้า ซึ่งก็ไม่แน่ว่าอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นเขาขยับขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมในลีกใหญ่ๆ สักวันหนึ่งก็ได้

5. แอชลีย์ โคล

รู้จักกันดีในฐานะแบ็คซ้ายเจ้าปัญหา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า โคล เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่แจ้งเกิดถูกเวลาในยุคไร้พ่ายของอาร์เซนอลโดยแท้ โดยมีคู่แสบ เจอร์เมน เพนแนนท์ คอยสร้างความปวดหัวให้ เวนเกอร์ อยู่เป็นพักๆ


หลังจากยุครุ่งเรืองผ่านไป โคล ขยับไปร่วมทีม เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาล และเพิ่งจะหนีแสงสีในกรุงลอนดอนพร้อมกับข่าวฉาวตามประสาหนุ่มปาร์ตี้ ด้วยการไปค้าแข้งในอิตาลีกับ โรมา เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

4. โคโล ตูเร

โคโล ตูเร เพิ่งจะขยับขึ้นมาเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักของอาร์เซนอลได้ไม่นานนักในยุคไร้พ่าย โดยได้รับเสียงวิจารณ์พอสมควรในช่วงแรกๆ แต่ก็จูนเครื่องติดกับ โซล แคมป์เบลล์ จนได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลไร้พ่ายของอาร์เซนอล


ปัจจุบันเขาก็ไม่ได้ไปไหนไกล โดยยังคงนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองของ ลิเวอร์พูล หลังจากระหกระเหินไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่กลับไม่เคยโชว์ฟอร์มดีเหมือนอย่าง ยายา ตูเร ผู้เป็นน้องชาย

3. โซล แคมป์เบลล์

ปราการหลังที่ดีที่สุดอีกคนหนึ่งในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ หลังจากสร้างตำนานย้ายจากทีมอริร่วมเมืองอันโด่งดัง แคมป์เบลล์ ก็ขยับขึ้นไปเป็นหนึ่งในปราการหลังที่ดีที่สุดของอังกฤษ และเป็นกลจักรสำคัญที่ช่วยให้อาร์เซนอลผ่านเกมอันยากลำบากมาได้ในแต่ละนัด


หลังอิ่มตัวกับอาร์เซนอล แคมป์เบลล์ ย้ายไปอยู่กับ พอร์ทสมัธ และ นิวคาสเซิล ในช่วงสั้นๆ และแขวนสตั๊ดในปี 2011 และล่าสุด เจ้าตัวก็สร้างความฮือฮาด้วยการเปรยว่าอยากจะลงเล่นการเมือง โดยชูนโยบายเพื่อคนผิวสีในอังกฤษได้มีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกผู้นำบ้าง

2. โลร็อง เอตาเม

แบ็คขวาตัวหลักที่ เวนเกอร์ ปลื้มนักหนาว่าจับโยกตำแหน่งจากปีกไปเป็นแบ็คจนแจ้งเกิดได้อย่างสวยหรู

ปี 2007 โลร็อง หมดสัญญากับทีมปืนใหญ่แล้วย้ายไปเล่นให้ พอร์ทสมัธ ในช่วงสั้นๆ ก่อนจะย้ายกลับสเปนไปร่วมทีม คอร์โดบา โดยลงสนามไปเพียง 5 นัด ก่อนจะประกาศรีไทร์


หากอยากพบเขา ตอนนี้เขาเป็นผู้ดำเนินรายการและบรรยายเกม ลา ลีกา ทางสกายสปอร์ตส์ รวมถึงแวะไปเป็นคอมเมนเตเตอร์ในทัวร์นาเมนท์พิเศษอย่างฟุตบอล แอฟริกัน เนชันส์ คัพ ด้วย

12 / 12

1. เยนส์ เลห์มันน์

นายทวารขากวนชาวเยอรมันคือสีสันหนึ่งของยุคไร้พ่ายที่ทำให้แฟนปืนทั้งรักทั้งเซ็งในหลายๆ ครั้ง แต่ไม่ใช่กับทุกครั้งที่เขาลงสนามทำศึก ลอนดอน ดาร์บี้แมทช์ กับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เพราะอารมณ์ร่วมของเลห์มันน์ในเกมดาร์บี้แมทช์นั้นเหนือกว่าใครในทีมจริงๆ


ปี 2008 เลห์มันน์ อำลาอาร์เซนอลอย่างยิ่งใหญ่เพื่อกลับไปค้าแข้งในบุนเดสลีกากับ เฟาเอฟเบ สตุทการ์ท และประกาศแขวนถุงมือในอีก 2 ปีต่อมา แต่หลังจากเลิกเล่นไปแล้วก็ยังคงผูกพันกับอาร์เซนอลอยู่ โดยแวะมาเป็นโค้ชผู้รักษาประตูในช่วงสั้นๆ และคันมือขอกลับมาเฝ้าเสาให้ทีมปืนใหญ่อีกรอบ ก่อนจะรีไทร์อย่างจริงจังในอีกปีต่อมา

ปัจจุบัน เลหมันน์ รับงานออกสื่อบ้างเป็นบางครั้งคราวในเยอรมนี


12 / 12